เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ความรักและความใส่ใจ จุดกำเนิดของ ‘โตโยต้า’
Automotive ความรักและความใส่ใจ จุดกำเนิดของ ‘โตโยต้า’
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
ค่าเงินบาทวันนี้ (4 พ.ย. 69) เปิดตลาด 33.76 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (4 พ.ย. 69) เปิดตลาด 33.76 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ห้างใหญ่โหมจับจ่ายกิน-ดื่ม อัดอีเวนต์ข้ามปีชิงเงินไฮซีซั่น
ข่าวหน้า 1 ห้างใหญ่โหมจับจ่ายกิน-ดื่ม อัดอีเวนต์ข้ามปีชิงเงินไฮซีซั่น
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (4 พ.ย. 69) ปรับลง 0.4% อยู่ที่ 76,800 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (4 พ.ย. 69) ปรับลง 0.4% อยู่ที่ 76,800 เหรียญสหรัฐ
ขึ้นภาษีรถ EV นำเข้า 35% ราคาพุ่งคันละ 1-4 แสนบาท เปิดช่องญี่ปุ่นท้าชน ‘รถจีน’
ข่าวหน้า 1 ขึ้นภาษีรถ EV นำเข้า 35% ราคาพุ่งคันละ 1-4 แสนบาท เปิดช่องญี่ปุ่นท้าชน ‘รถจีน’
ครม.สัญจรลงทุนปั้นอีสานเหนือ-ยืดอายุ ม.33 เป็น 65 ปี 
ข่าวหน้า 1 ครม.สัญจรลงทุนปั้นอีสานเหนือ-ยืดอายุ ม.33 เป็น 65 ปี 
ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
ซีเอ็ดจับมือเครือข่ายคนตาบอด เชื่อมข้อมูลหนังสือ-ต่อยอดหนังสือเสียง
Biz Movement ซีเอ็ดจับมือเครือข่ายคนตาบอด เชื่อมข้อมูลหนังสือ-ต่อยอดหนังสือเสียง
ดูทั้งหมด

บิ๊กเปี่ยมสุข ปรีชา กุลไพศาลธรรม “ปี 2562 เราจะทำคอนโดฯเรียลดีมานด์”-

21 ธ.ค. 2561 | 07:00น.

สัมภาษณ์พิเศษ

ไตรมาส 4/61 เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของปี “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “เสี่ยอ๋อง-ปรีชา กุลไพศาลธรรม” กรรมการผู้จัดการ เปี่ยมสุข ดีเวลลอปเม้นท์ องค์กรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขนาดกลางที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นอสังหาฯดาวเด่นของวงการอีกบริษัทหนึ่ง หัวข้อชวนคุยหนีไม่พ้นทางเลือก-ทางรอดรายกลางจะอยู่อย่างไรท่ามกลางมาตรการ LTV “ธปท.-ธนาคารแห่งประเทศไทย” สกัดฟองสบู่ด้วยการบังคับเพิ่มเงินดาวน์ ซึ่งมีกติกาบังคับเหมารวมสินค้าคอนโดมิเนียมและบ้านแนวราบใช้เกณฑ์เดียวกัน รวมทั้งแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น ซึ่งเบื้องต้นประเมินว่ากระทบต่อกำลังซื้อโดยตรง

Q : ผลกระทบ ธปท.สกัดฟองสบู่

เปี่ยมสุขฯกระทบไม่เยอะ พอร์ตส่วนใหญ่เป็นแนวราบ ซึ่งมาตรการ LTV-loan to value ไปลดเพดานปล่อยกู้ซึ่งเท่ากับต้องเพิ่มเงินดาวน์มากขึ้น โดยบังคับใช้กับผู้กู้ที่ซื้อหรือมีสินเชื่อตั้งแต่หลัง 2 เป็นต้นไป

บริษัทเช็กลูกค้ากู้หลัง 2 มีประมาณ 10% เราจะเข้าข่ายเต็มที่ก็หลัง 2 (ดาวน์ 20%) ไม่ใช่หลัง 3 (ดาวน์ 30%)

พอร์ตปีนี้เป้าโอน 1,200 ล้านเท่ากับกระทบ 10% ก็ 120 ล้าน จากแผนลงทุนเปิดตัวมีมูลค่าโครงการช่วงหลังเฉลี่ยปีละ 1,500-2,000 ล้าน อย่างปีนี้เปิด 1,500 ล้าน ปีหน้าเปิด 2,000 ล้าน

ส่วนผลกระทบ 10% การปรับตัวง่าย ๆ เราต้องรีเซล ขายลูกค้ามีกำลังซื้อหรือบ้านหลังแรก หรือซื้อเป็นบ้านหลัง 2 ก็ต้องเพิ่มเงินดาวน์ ต้องมีการสัมภาษณ์ลูกค้าก่อน ทำพรีแอปพรูฟว่าเคยกู้หรือยัง หลังที่เท่าไหร่ ถ้าเคยกู้แล้ว หลัง 2-หลัง 3 อาจต้องเพิ่มเงินดาวน์ เป็นเคสบายเคส

แต่ด้วยความที่กระทบไม่เยอะก็เลยไม่ต้องแก้ไขอะไรมาก

ทุกราย เราต้องสัมภาษณ์ลูกค้าเพิ่มเติม เพื่อโปรเจ็กต์ในเรื่องการกู้-การโอน ถ้าไม่มีปัญหาบ้านหลัง 2 ใช้เงื่อนไขเดิมได้ ส่วนใหญ่กู้ 95-100% อยู่แล้ว ถ้าซื้อเป็นบ้านหลัง 2 ก็อาจต้องขอเงินดาวน์เพิ่มเพื่อลดปัญหาการกู้

Q : ต้องรีวิวแผนลงทุนปี’62

เท่าที่ดูเราเน้นทำบ้านหลังแรกมากขึ้น มีแลนด์แบงก์ไว้หมดแล้ว มองการพัฒนาเจาะเรียลดีมานด์ ลูกค้าเฟิรสต์บายเออร์ เร่งขึ้นมาจากผังเดิม ส่วนคอนโดมิเนียมปีหน้าเราจะเริ่มเปิดขายเป็นครั้งแรกหลังจากวิกฤตปี 2540 ซึ่งได้หยุดพัฒนาไปชั่วคราว

คอนโดฯที่เราทำมองว่าเป็นกลุ่มลูกค้าเรียลดีมานด์ ตอบรับได้ น่าจะให้ผลตอบแทนการลงทุนที่ได้ผลดี โดยทำเลที่ตั้งก็ตอบโจทย์ ก็เลยไม่ชะลอโปรเจ็กต์ คิดว่ามีตลาดอยู่

อีกส่วน เชื่อว่าการสำรองเงินไว้น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเคสนี้ เพราะเรายังไม่มั่นใจว่าสถานการณ์เกิดเอฟเฟ็กต์อะไร รุนแรงมากน้อยแค่ไหน จึงมีเงินสำรองไว้ด้วยเพื่อรองรับวิกฤตปัญหา รวมถึงอาจมีโอกาสลงทุนอะไรดี ๆ เข้ามาผสม

เช่น อาจมีที่ดินที่ต้องการขาย พอเจอกับปัญหาแบบนี้ ดีมานด์ซื้อที่ดินดีเวลอปเปอร์ซื้อที่ดินอาจมีจำนวนลดลง คอนโดฯอาจมีการค้างสต๊อกมากขึ้น เป็นแบบนี้เราน่าจะได้ที่ดินในราคาดีขึ้น หรือเราอาจมีโอกาสซื้อคอนโดฯของดีเวลอปเปอร์ที่มีสต๊อกอยู่แล้วอาจต้องการขายยกลอตบางส่วนเพื่อปิดโครงการ

ดังนั้น การสำรองเงินบางส่วนอาจมีโอกาสดี ๆ ให้เห็น ปริมาณกำเงินสด 300-500 ล้านบาท ไม่ถึงพันล้าน เพราะเรายังดีเวลอปต่อ เราไม่ได้ชะลอ เรายังขยายตัวอยู่ เพียงแต่ไม่ได้ขยายเต็มที่ ตามที่เราต้องการจะขยาย เพราะยังไงโอกาสในการรันโปรเจ็กต์โครงการแนวราบซึ่งเป็นเรียลดีมานด์ ผมยังมองว่าเป็นโอกาสที่ดีกว่า

และผมเชื่อว่า ดีเวลอปเปอร์ที่ทำคอนโดฯกับแนวราบ ถ้าไม่ได้ทำอะไรให้มีความเสี่ยงมากขึ้นอาจไม่ได้มีอะไรทำให้เสียหาย แต่อาจทำงานยากขึ้นก็ต้องปรับกลยุทธ์ในการทำงาน เพราะเดิมทีเราไม่รู้ว่าจะมีการประกาศใช้แบบนี้ (มาตรการ LTV) แล้วเราขายในเงื่อนไขเดิม ๆ ซึ่งไม่ตรงกับเงื่อนไข LTV ของใหม่ มันก็ต้องแก้ปัญหากันพอสมควร

ในด้านตลาดต่างชาติ เช่น ลูกค้าจีนก็เริ่มมีความกังวลมากขึ้นด้วย เหมือนกับมีหลาย ๆ ปัจจัยที่สร้างความกังวลให้กับเรา ประมาณนี้ครับที่คิดไว้

Q : รีเซลเยอะไหม

ไม่เยอะนะครับ เพราะก่อนจะถึงขั้นรีเซลเรารีเจ็กต์กู้ก่อน เวลาเราทำโครงการ ขาย-โอน ก่อนโอนเรารู้แล้ว เราคุยกับลูกค้า ส่วนใหญ่ที่เปี่ยมสุขฯทำในการคุยกับลูกค้า เราจะไปรีเจ็กต์ตั้งแต่ยอดจองไม่ใช่ยอดสัญญา ซึ่งยอดจองเรามีการทำพรีแอปพรูฟค่อนข้างเข้มข้นหน่อย

Q : เช็กผู้ซื้อบ้านหลังแรกยังไง

บ้านหลังแรก จริง ๆ ด้วยความที่เราทำแนวราบอยู่แล้ว เช่น ทาวน์โฮม 2 ชั้นราคา 2-3 ล้าน สัดส่วน 90% ซื้อเป็นบ้านหลังแรกอยู่แล้ว เรามีลูกค้าที่ซื้อจนพอจะรู้ เรารีเช็กกับทีมงานอยู่แล้วว่าเป็นบ้านหลังแรกหรือหลัง 2 ลูกค้าที่เราขายทั้งหมดเป็น first home กี่เปอร์เซ็นต์ พบว่าสัดส่วนมี 90%

ส่วนที่ดินที่เราพัฒนา ด้วยความที่เราทำเซ็กเมนต์นี้เราก็ยังชัวร์ว่าลูกค้าซื้อเป็นบ้านหลังแรกอยู่ดี

อีกตัวที่เราทำ บ้านเดี่ยว 3-5 ล้านก็มักเป็นบ้านหลังแรก 80% เหมือนกัน เป็นกลุ่มราคาเรียลดีมานด์ แต่ถ้าบ้านราคา 10 ล้านอัพจะไม่ใช่แล้ว

กลุ่มนี้อาจซื้อบ้านหลังที่หนึ่งไปแล้ว มีการขยายครอบครัว มีกำลังเงินกำลังซื้อมากขึ้น ก็ไปซื้อบ้านหลัง 2 เพื่อให้เหมาะสมกับฐานะการอยู่อาศัยมากขึ้น โดยบ้านหลังแรกยังมีหนี้ส่วนหนึ่ง แต่ผมไม่มีข้อมูลลึกขนาดว่าบ้านหลังแรกเกิน 3 ปีหรือยัง

แต่แนวราบคิดว่าไม่น่าห่วงนะ บ้านเกิน 10 ล้านโดยส่วนตัวก็คิดว่าไม่กระทบ แต่ก่อนเราเคยทำบ้าน 10-20 ล้านเป็นบ้านหลัง 2-หลัง 3 ก็จริง แต่คนกลุ่มนี้มีกำลังซื้อแข็งแรง แบงก์ชาติก็มี LTV 70-80% อยู่แล้ว ดังนั้น เงื่อนไขแบงก์ชาติ วันนี้ไม่กระทบบ้านแพงหรอก แต่ดันไปกระทบคอนโดฯเป็นส่วนใหญ่มากกว่า

อาจเป็นโชคดีของเราด้วย อาจเป็นสแตรทิจิกของเราส่วนหนึ่งที่เราทำและมีความชำนาญแนวราบ ส่วนคอนโดฯที่ไปจับแท่งแรกเราก็พยายามมองไปจับกลุ่มลูกค้าเรียลดีมานด์จริง ๆ

Q : ทำเลคอนโดฯเรียลดีมานด์

ใกล้โรงพยาบาล พลอตที่ดินเราอยู่ใกล้โรงพยาบาลกรุงเทพ ซอยศูนย์วิจัย เดินห่างแค่ 100 กว่าเมตร ในกลุ่มนี้เราเห็นภาพมีคอนโดฯในย่านนั้น ข้อมูลบุคลากรโรงพยาบาลซื้อ 70-80%

ทำเลเราใกล้กว่าคู่แข่งมาก ห่างแค่ 100 กว่าเมตร พอได้ที่ดินแปลงนี้มาก็ตัดสินใจรันต่อเพราะกำลังซื้อชัดเจน ในขณะที่ทาง รพ.กรุงเทพก็ยังมีแผนขยายโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่องในโซนนั้น ผมว่าบุคลากรต้องรับเพิ่มขึ้น ดีมานด์ตรงนี้ค่อนข้างชัดเจน

รายละเอียด กะทำไซซ์ห้อง 27-30 ตร.ม. ขายสัก ตร.ม.ละ 1 แสนต้น ๆ เฉลี่ยยูนิตละ 3-3.5 ล้าน คิดว่าสตาฟ
โรงพยาบาลสามารถซื้อได้ ผมว่าส่วนหนึ่งเป็นบ้านหลังแรกของเขา เพราะลำพังกำลังซื้อ 3-3.5 ล้านในเชิงสถิติซื้อเป็นหลังแรกเป็นส่วนใหญ่ เว้นแต่ซื้อคอนโดฯ 5-6 ล้าน ราคานี้ไม่ใช่บ้านหลังแรกแล้ว

ด้านค่าเช่าโซนนั้น 1.5-2 หมื่น/เดือน นอกจากคอนโดฯให้เช่ายังมีโรงแรมละแวกนั้น ปกติเช่ารายวันกับรายเดือน รูมเรตก็ค่อนข้างดี ในแง่การลงทุนโปรดักต์ที่เราวางไว้ยังมียีลด์ที่ดีอยู่ ตอบรับได้ทั้งนักลงทุนและเรียลดีมานด์ ส่วนตัวก็เลยเปิดคอนโดฯนี้เลย ไม่ค่อยห่วง

แลนด์แบงก์มี 300 วา เราสร้างได้ 6,000 ตร.ม. เป็นพื้นที่ขายเกือบ 4,000 ตร.ม. ตก ตร.ม.ละแสนกว่า มูลค่าโครงการตก 400 ล้านกว่า จำนวน 120 ยูนิต ลองทำดู มูลค่าโครงการ 400 กว่าล้าน

เปิดขายปลายไตรมาส 1/62 โอนปลายปี”63 หรือต้นปี”64 ด้วยซ้ำ มีเวลา 1.6-1.9 ปี

จุดเด่นราคา 1.1 แสน/ตร.ม. ถูกกว่าตลาดซึ่งอยู่ที่ 1.3 แสน/ตร.ม. ยังมีรูมเยอะ สุดท้ายตอนลอนช์โครงการราคาที่ชัดเจนจะออกมาอีกที ตอนนี้เป็นราคาเซอร์เวย์ มองว่าถ้าถึงตอนเปิดโครงการแล้วตลาดจะมีไพรซ์วอร์หรือเปล่า เราไม่แน่ใจ แต่ยังมั่นใจเรามีข้อได้เปรียบเรื่องโลเกชั่นกับกลุ่มเป้าหมายเรียลดีมานด์ที่ค่อนข้างชัด

ข้อ 2 เรายังมีรูมที่จะทำราคาได้พอสมควร จึงกล้ารันโปรเจ็กต์นี้

ทุกวันนี้ที่ดินแปลงอื่นมีเข้ามาให้เราดูแต่ไม่กล้าลงทุน เพราะโปรดักต์ไปซ้ำกับตลาด พอไม่มีจุดลูกค้าเป้าหมายชัดเจนไม่มีโลเกชั่นชัดเจน ผมว่าน่ากลัว

Q : มีดีลทำจอยต์เวนเจอร์หรือไม่

เปี่ยมสุขฯพยายามไม่ใช่บริษัทลิสเต็ด (จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ) เรายัง nonlisted อยู่นะ ฉะนั้นจะไปจับมือกับใครเป็นเรื่องยาก บริษัทต่างชาติต้องดูบริษัทลิสเต็ด ไม่เช่นนั้นตรวจสอบยาก

ของเราเองอาจจับมือกับบริษัทจดทะเบียนหรือบริษัทที่ไม่ได้เข้าตลาด เรื่องนี้ก็มีคนติดต่อเรามาพอสมควร อยากให้เราไปร่วมงานด้วย ไปจับมือด้วย คือผมว่าดีลยังไม่ค่อยลงตัวเท่าไหร่ ผมรันในแบบของเราดีกว่า

Q : มีคนบ่นปีหน้าไม่ใช่ปีสดใส

ส่วนตัวก็มองว่าไม่สดใสเหมือนกัน (หัวเราะ) ส่วนตัวคิดว่าถึงยังไงมีผลกระทบแน่นอนอยู่แล้ว และผลกระทบชัด ๆ คือเรื่องการโอน มีแน่นอน ลดแน่นอน ยังไงการโอนต้องมีปัญหาเข้ามาแน่นอน

ถ้า (แบงก์ชาติ) ค่อย ๆ ปรับผมจะเห็นด้วยมากกว่านี้หน่อย หรือการส่งสัญญาณล่วงหน้า ปีนี้แบบนี้ ปีหน้าแข็งแรงขึ้น แล้วปีต่อ ๆ ไปค่อยบังคับใช้กติกาใหม่ แบบนี้ผมว่าทุกคนเข้าใจได้ แต่มาตรการสกัดฟองสบู่อสังหาฯ รอบนี้ระยะเวลามันหักดิบ พลิกหน้ามือหลังมือ ปรับแบบเร็ว ๆ คือไม่มีการบอกกันก่อน ก็เลยจะทำงานกันยาก

สินค้าบ้านกับคอนโดฯ ไม่ใช่เนรมิตได้ ต้องสร้างกว่าจะเสร็จกว่าจะโอน มันก็เลยยากหน่อย ในมุมการเติบโตก็ยังยากอยู่ดี ท้ายที่สุดจะเกิดปัญหาตลาดหดตัว ซัพพลายไม่ได้หายไป และไม่ได้เกิดจากดีมานด์หรือความต้องการซื้อบ้านหด

แต่หดเพราะถูกควบคุมกำลังซื้อจากภาครัฐ

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือสแกน QR Code