เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

“อักษร” จุดประกายการศึกษา ชวนพลิกห้องเรียนรับโลกเปลี่ยน-

21 ธ.ค. 2561 | 07:00น.

บริษัท อักษร เอ็ดดูเคชั่น จำกัด (มหาชน) จัดเวทีสัมมนาวิชาการ ดึงนักคิดทางการศึกษาระดับโลกร่วมแชร์ไอเดีย ภายใต้แนวคิด “อนาคตเด็กไทยสร้างได้ ด้วยผู้บริหารและครูมืออาชีพ” ผ่านโครงการสัมมนาผู้นำทางการศึกษาแห่งประเทศไทย 2561 (Thailand”s Education Leader Symposium หรือ TELS 2018)

“ตะวัน เทวอักษร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อักษร เอ็ดดูเคชั่น กล่าวว่า การเรียนการสอนในยุคดิจิทัลนั้นไม่ได้หมายความว่าต้องใช้ไอทีจำนวนมากในห้องเรียน เพราะไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันว่าจะทำให้การเรียนของนักเรียนดีขึ้น แต่ควรใช้กระบวนการสอนเป็นหลัก และเป็นตัวผลักดันในการนำไอทีเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมให้ผลลัพธ์การเรียนของนักเรียนออกมาดี

“ผมมองว่าความรู้เป็นการเชื่อมโยงสิ่งต่าง ๆ เข้าหากัน ซึ่งเด็กรุ่นใหม่ต้องมีการเรียนรู้ในการนำความรู้ที่ได้รับมาเชื่อมต่อหรือบูรณาการ ซึ่งหากห้องเรียนมีการจัดการทรัพยากรที่ดี จะสามารถผลักดันเด็ก ๆ ให้เกิดการเรียนรู้ที่ดีขึ้นได้”

ทั้งนั้น เพื่อเปิดมุมมองในการจัดการสอนให้กับครูไทย อักษร เอ็ดดูเคชั่น หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน รวมถึงสถานศึกษาของไทย จึงร่วมกันจัดงานสัมมนาวิชาการด้านการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นอีกงานด้านการศึกษาที่สามารถระดมนักคิด และผู้นำด้านการศึกษาทั้งระดับประเทศ และระดับโลก มาร่วมถ่ายทอดและแบ่งปันประสบการณ์ให้กับครูไทย

โดยจากงาน TELS 2018 มีมุมคิดที่น่าสนใจจากกูรูการศึกษาอย่าง “อันเดรียส์ ชไลเชอร์” ผู้อำนวยการฝ่ายการศึกษาและทักษะ องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ที่จะมาบอกเล่าถึงการเตรียมความพร้อมคนรุ่นใหม่เพื่อทักษะที่สำคัญในอนาคต

รวมถึงมี “ศ.ดร.ตัน อุ่น เส็ง” ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาเด็ก สถาบันการศึกษาแห่งชาติ ประเทศสิงคโปร์ แสดงความเห็นในประเด็นการสร้างผลสัมฤทธิ์ผู้เรียนผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC)

“อันเดรียส์ ชไลเชอร์” เสนอแนวคิดว่า ถึงแม้เทคโนโลยีจะเป็นเครื่องมือที่มีอำนาจ และสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ แต่ในทางเดียวกัน หากมีการใช้เทคโนโลยีในทางที่ผิด จะทำให้เสียอำนาจ และความน่าเชื่อถือได้เช่นกัน ดังนั้น ไอทีจึงไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุดเสมอไป สิ่งที่ทุกคนควรคิด คือ เราจะสร้างสรรค์ หรือพัฒนาไอทีอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคมได้มากกว่า

“คนรุ่นใหม่มีความพร้อม และความสามารถใช้เทคโนโลยีมากกว่าคนรุ่นเก่า แต่มีเพียง 2% เท่านั้นที่นำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์ได้จริง ดังนั้น เด็ก ๆ ต้องเรียนรู้ และเข้าใจถึงเทคโนโลยีอย่างลึกซึ้ง เพื่อสามารถใช้เทคโนโลยีในการทำงานจริง ๆ ไม่ใช่แค่เข้าใจเพียงด้านทฤษฎีอย่างเดียว”

“เมื่อก่อนเราคิดแค่ว่าสามารถหาคำตอบได้จากการอ่านหนังสือ แต่ปัจจุบันทุกคนสามารถหาข้อมูลต่าง ๆ ผ่านอินเทอร์เน็ต หรือค้นหาผ่านทางเสิร์ชเอนจิ้นอย่างกูเกิล แต่กระนั้น ผมมองว่าหนังสือเป็นเหมือนต้นทางที่ต่อยอดไปสู่การค้นหาความจริงในช่องทางอื่นได้ต่อ”

ดังนั้น ต้องเพิ่มโอกาสให้ครูเป็น professional teacher ที่สร้างสิ่งแวดล้อมเพื่อเอื้อต่อการศึกษา ซึ่งเป็นตัวกำหนดความสำเร็จทางการศึกษาในอนาคต โดยกระตุ้นเด็กให้มีการตื่นตัว และใฝ่รู้ เพื่อนำความรู้จากการเรียนไปปฏิบัติในสนามจริง

“ครูต้องทำงานหนักมากขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสให้ทุกคนในชั้นเรียนได้ความรู้ หรือทำให้การศึกษาเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่าย ขณะเดียวกัน ครูต้องสร้างทักษะทางสังคมให้แก่ผู้เรียนด้วย จึงเป็นที่มาว่าครูต้องเข้าใจความรู้พื้นฐานหลายด้าน เพื่อนำความรู้นั้นมาประยุกต์ใช้ในศาสตร์ต่าง ๆ”

ขณะที่ “ศ.ดร.ตัน อุ่น เส็ง” มองถึงเรื่องการศึกษาว่าเพื่อเพิ่มศักยภาพ สร้างการมีส่วนร่วม และยกระดับผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ของนักเรียน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ครูต้องได้รับการพัฒนาทักษะ ความรู้ และเทคนิคกระบวนการเรียนการสอนแบบใหม่ ๆ

ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยพัฒนาสมรรถนะของครูอย่างสม่ำเสมอ และต่อเนื่อง อีกทั้งยังส่งเสริมเรื่องของความเป็นมืออาชีพ และการเรียนรู้ร่วมกันอย่างอิสระในกลุ่มครู หรือ peer learning

“ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เป็นการสร้างชุมชนครูให้เป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ มีการแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์การสอนระหว่างครูด้วยกันเอง เพื่อนำกรณีศึกษาจากครูท่านอื่น ๆ ไปพัฒนานักเรียน หรือห้องเรียนของตัวเอง เป็นการเพิ่มศักยภาพให้กับครู ซึ่งเป็นผู้ส่งต่อความรู้ และดึงศักยภาพในตัวของผู้เรียนออกมา”

“ศ.ดร.ตัน อุ่น เส็ง” เน้นย้ำว่า ครูมีหน้าที่สร้างความเข้าใจ สร้างความเป็นตัวตน และสร้างสมรรถนะให้กับนักเรียนในด้านการวิเคราะห์และสังเคราะห์ ดังนั้น ครูต้องเรียนรู้ตลอดเวลา และจะต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับผู้เรียน หากเราร่วมกันสร้างชุมชนครูให้เป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ ก็เหมือนสร้างเครือข่ายองค์ความรู้ด้านการศึกษาให้กว้างขวางขึ้น เพื่อพัฒนานักเรียนให้มีความรู้ความสามารถต่อไป

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือสแกน QR Code