เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
บัญชีกลางแก้ 2 ปมใหญ่ ขจัดรับเหมาชุ่ย-ทุจริตเบิกค่ายา
Finance บัญชีกลางแก้ 2 ปมใหญ่ ขจัดรับเหมาชุ่ย-ทุจริตเบิกค่ายา
กพช. ไฟเขียว 7 มาตรการลดค่าไฟ คุมต้นทุน Data Center-แยกบิลไฟทาง
Economic กพช. ไฟเขียว 7 มาตรการลดค่าไฟ คุมต้นทุน Data Center-แยกบิลไฟทาง
“กระจูดวรรณี” ของดีเมืองพัทลุง สร้างมูลค่าเศรษฐกิจชุมชน
เศรษฐกิจภูมิภาค “กระจูดวรรณี” ของดีเมืองพัทลุง สร้างมูลค่าเศรษฐกิจชุมชน
ศาลรัฐธรรมนูญ โหวต ‘อุดม สิทธิวิรัชธรรม’ ประธานคนใหม่ แทน ‘นครินทร์’
Politics ศาลรัฐธรรมนูญ โหวต ‘อุดม สิทธิวิรัชธรรม’ ประธานคนใหม่ แทน ‘นครินทร์’
อัพเดตเพลิงไหม้ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” เสียชีวิตเพิ่มเป็น 32 ราย เจ็บ 73 ราย
News อัพเดตเพลิงไหม้ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” เสียชีวิตเพิ่มเป็น 32 ราย เจ็บ 73 ราย
กพช.ไฟเขียวแยกค่าไฟสาธารณะ พ้นบิล ปชช. เล็งเริ่มรอบ ส.ค.
Economic กพช.ไฟเขียวแยกค่าไฟสาธารณะ พ้นบิล ปชช. เล็งเริ่มรอบ ส.ค.
ROH ส่งหนังสือด่วน ยันซื้อคืน “รอยัล ออคิด เชอราตัน” 4.87 พันล้าน ชี้ปมเปลี่ยนวิธีจ่ายเงิน
Finance ROH ส่งหนังสือด่วน ยันซื้อคืน “รอยัล ออคิด เชอราตัน” 4.87 พันล้าน ชี้ปมเปลี่ยนวิธีจ่ายเงิน
อมารีชู ‘Endless Memories’ ดันกลยุทธ์ Local Experience สร้างแต้มต่อธุรกิจโรงแรม
Business อมารีชู ‘Endless Memories’ ดันกลยุทธ์ Local Experience สร้างแต้มต่อธุรกิจโรงแรม
จับตา ‘Lark’ เจ้าของเดียวกับ TikTok เขย่าตลาดแพลตฟอร์ม AI Workspace 
Tech จับตา ‘Lark’ เจ้าของเดียวกับ TikTok เขย่าตลาดแพลตฟอร์ม AI Workspace 
แบตเตอรี่อีวี เปลี่ยนบ่อยแค่ไหน?
Automotive แบตเตอรี่อีวี เปลี่ยนบ่อยแค่ไหน?
ดูทั้งหมด

ปัจจัยเสี่ยง “เอเชียตะวันออก” ท่ามกลางฟื้นตัวของ ศก.โลก-

09 ต.ค. 2560 | 07:00น.

ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) เปิดตัวรายงาน “ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก” ฉบับเดือนตุลาคม โดยคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว ส่งผล “บวก” ต่อเศรษฐกิจประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก โดยคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกจะเติบโตอยู่ที่ร้อยละ 6.4 ในปี 2017

ดร.ชูเดียร์ แชตตี้ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลก ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก นำเสนอรายงานเล่มล่าสุดจากธนาคารโลกระบุว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก การเติบโตอย่างเข้มแข็งของประเทศเศรษฐกิจก้าวหน้า การฟื้นตัวของราคาสินค้า และอุปสงค์ที่เข้มแข็งภายในของภูมิภาคเอเชียตะวันออก ส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคนี้ การสร้างสมดุลของการลงทุนและการบริโภคในจีน คาดว่าจะดำเนินต่อไป แต่การเติบโตของจีดีพีจีนอาจลดลงเหลือเพียง 6.4% ในปี 2018

ขณะที่ไทยและมาเลเซียได้ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจปีนี้เป็น 3.5% และ 5.2% ตามลำดับ เนื่องจากการส่งออกที่เข้มแข็ง และภาคท่องเที่ยวที่มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่ภาคเกษตรและผลิตของเวียดนามที่ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เศรษฐกิจเติบโตไปด้วย คาดว่าปีนี้จะโตที่ 6.3%

ด้านฟิลิปปินส์ มีการคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจจะเติบโตชะลอตัวลงจากปี 2016 จีดีพีอยู่ที่ 6.9% คาดว่าปี 2017 จีดีพีจะอยู่ที่ 6.6% เนื่องจากการลงทุนภาครัฐที่ช้าลงกว่าแผนที่วางไว้

อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมจะดูสดใส แต่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกแห่งนี้ยังคงมี “ปัจจัยเสี่ยง” ต่าง ๆ ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ดร.ชูเดียร์ระบุว่า ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ คือ นโยบายเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่แน่นอน และความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นทางภูมิรัฐศาสตร์ อาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่อแนวโน้มการเติบโตของเอเชียตะวันออก

ดร.ซูเดียร์ แซตตี้

นโยบายเศรษฐกิจโลกที่ว่า ได้แก่ “การกีดกันทางการค้าและชาตินิยม” ที่จะบั่นทอนการค้าโลก ขณะที่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ อย่างกรณีที่สหประชาชาติสั่งคว่ำบาตรเกาหลีเหนือครั้งล่าสุดเมื่อเดือนกันยายน ผลจากเกาหลีเหนือทดลองนิวเคลียร์ ทำให้เอเชียตะวันออกซึ่งประเทศส่วนใหญ่เศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยการผลิตและการค้าได้รับผลกระทบ ทำให้อุตสาหกรรมเกิดความไม่ต่อเนื่องเหมือนที่เคยเป็นมา

อีกความเสี่ยงที่ละเลยไม่ได้ คือ ความเสี่ยง “ภาคการเงิน” ในบางประเทศที่ยังคงมีความเปราะบางอาจจะแย่ลงได้ เนื่องจากตลาดเงินของโลกที่มีมาตรการกำกับมากขึ้น โดยสิ่งที่น่าจับตาในภูมิภาคเอเชียตะวันออก คือ ภาคเอกชนมีหนี้สินสูงตั้งแต่วิกฤตการเงินโลกปี 2009 และมีการเสื่อมสภาพของสินทรัพย์, การให้สินเชื่อแก่ภาคธุรกิจอื่น ๆ นอกเหนือจากภาคการเงินที่สูงขึ้นในจีน รวมถึงปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้นในประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เช่น ไทย และมาเลเซีย ที่หนี้ครัวเรือนสูงถึง 70% ของจีดีพี รวมทั้งจีน ที่หนี้ครัวเรือนสูงถึง 44% ของจีดีพีในปี 2016

และบางประเทศอาจต้องระมัดระวังความเสี่ยงการขาดดุลการคลังที่เพิ่มขึ้น จากที่มีมากอยู่แล้ว จากการดำเนินนโยบายการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเฉพาะ ไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย แม้ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศจะมีมากพอ แต่อาจจะต้องเผชิญความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน หากธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

นอกจากนี้ ดร.ชูเดียร์ยังเตือนว่า หลายประเทศในเอเชียตะวันออกได้ใช้นโยบายขาดดุลงบประมาณเพื่อหนุนให้เกิดการเติบโต ซึ่งคาดว่าภูมิภาคนี้จะยังมีการขาดดุลงบประมาณสูงในช่วงปี 2017-2019 ต่อไป และจะน่าเป็นห่วงในกรณีที่ประเทศที่มีการขาดดุลงบประมาณสูง ควบคู่ไปกับมีหนี้สาธารณะที่สูง เพราะอาจกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ

ทั้งนี้ ธนาคารโลกได้แนะนำว่า ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ควรสร้างนโยบายที่มี “สมดุล” ระหว่างสิ่งที่ต้องทำอย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้น กับเป้าหมายระยะยาวเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจ และให้ความสำคัญกับการลงทุนของภาครัฐอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในประเทศไทย ฟิลิปปินส์ ลาว อย่าคำนึงเพียงมาตรการการเติบโตระยะสั้น

นอกจากนี้ ทุกประเทศในภูมิภาคควรส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน สร้างความมีส่วนร่วมของคนในประเทศทั้งในด้านการเข้าถึงการบริการของภาครัฐและการศึกษา เพื่อเพิ่มตำแหน่งงานและลดความยากจน เนื่องจากในภูมิภาคนี้แม้ความยากจนจะลดลงมากในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา แต่ความเหลื่อมล้ำยังคงสูงและขยายตัวมากขึ้น

ขณะที่การต่อต้านการกีดกันทางการค้า ถือเป็นหนึ่งในข้อแนะนำสำคัญของธนาคารโลก “การรวมตัวระดับภูมิภาคจะช่วยชดเชยความเสี่ยงจากการกีดกันทางการค้าได้ อย่างเช่นการรวมตัวของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” ดร.ชูเดียร์กล่าว

นอกจากนี้ ดร.ชูเดียร์ยังให้คำแนะนำต่อประเทศเวียดนามและจีนว่า ต้องมีการปฏิรูปอย่างลึกซึ้งต่อรัฐวิสาหกิจในประเทศ เพื่อเสริมบทบาทให้ภาคเอกชนมากขึ้นอีกด้วย