“มวยรอง” พลิกเกม แฟมิลี่มาร์ท “เปิดศึก” สะดวกซื้อ-

คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ

โดย ก้อย ประชาชาติ

 

ด้วยจำนวนสาขากว่าหมื่นแห่งที่สยายอาณาจักรปักธงทั่วประเทศของเจ้าตลาด “คอนวีเนี่ยนสโตร์” 7-11 ได้ทิ้งห่างคู่แข่งรายอื่น ๆ แบบยากที่จะไล่จี้ตามทัน แต่สนามรบ “ร้านสะดวกซื้อ” ย่อมมีช่องทางให้เติบโตในรูปแบบที่หลากหลายบวกกับทิศทางการเติบโตของค้าปลีกโมเดลร้านสะดวกซื้อที่ขยายตัวไม่หยุด

การพลิกเกมครั้งล่าสุดของ “แฟมิลี่มาร์ท” คู่แข่งสัญชาติญี่ปุ่นที่ร่วมทุนกับกลุ่มเซ็นทรัลนั้น

ได้สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางการต่อสู้รูปแบบใหม่อย่างชัดเจน จากความแตกต่างของแฟมิลี่มาร์ท 2 สาขาที่นำร่องทดลองตลาดด้วยโมเดลร้านในสาขาสีลมที่ติดโรงแรมฮอลิเดย์อินน์ และสาขาสุขุมวิท 33

รูปลักษณ์ใหม่ไม่เพียงแปลกตาในรูปโฉม โทนสีและการจัดวางสินค้า แต่ยังรวมถึงสารพัดสินค้า

และบริการที่กลายเป็นแม็กเนตสำคัญเข้ามาดึงดูดลูกค้าและสร้างจุดขายใหม่ของร้านแฟมิลี่มาร์ทให้ตรงใจและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้าในแต่ละทำเลนั้น ๆ

“แฟมิลี่มาร์ท” สุขุมวิท 33 เติมพื้นที่ open space เพื่อให้เป็นจุดนัดพบใจกลางเมือง “จิรนันท์ ผู้พัฒน์” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลแฟมิลี่มาร์ท จำกัด ฉายภาพว่า ปัจจุบันความต้องการของผู้บริโภคมีความหลากหลาย มองหาสิ่งที่มาอำนวยความสะดวกและการบริการต่าง ๆ ที่ทำให้การใช้ชีวิตง่ายขึ้น

หน้าที่เราคือต้องพัฒนาสินค้า บริการ และเพิ่มช่องทางใหม่ ๆ เพื่อสร้างประสบการณ์และหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า

กลายเป็นร้านสะดวกซื้อในแพลตฟอร์มใหม่ใจกลางสุขุมวิทเพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าคนไทยและต่างประเทศ ในบรรยากาศแบบญี่ปุ่นสไตล์มินิมอล

ด้วยบริการและสินค้านำเข้ากว่า 3,000 รายการ พร้อม open space พื้นที่สำหรับพบปะสังสรรค์โซนใหม่ ตลอด 24 ชม.

พื้นที่ภายในร้านเป็นแบบ 2 ชั้น 9 โซนหลักครบทั้งสินค้าอาหารพร้อมทาน กาแฟสด Fami Cafe coffee arigato กาแฟสด Segafredo ของที่ระลึกต่าง ๆ และสินค้านำเข้ากว่า 1,000 รายการ

และโซนชั้น 2 เป็น open space ซึ่งเป็นไฮไลต์ให้บริการ WiFi สำหรับเป็นจุดทำงาน พักผ่อน และพบปะสังสรรค์สำหรับคนรุ่นใหม่ โดยเปิดให้บริการตั้งแต่ 08.00-24.00 น. รวมถึงมีบริการส่งพัสดุ Kerry Express และบริการดีลิเวอรี่ Go Mart จาก GoBike

ควบคู่กับแผนการขยายสาขาในเชิงกว้างด้วยเป้าหมาย 3,000 สาขาทั่วประเทศ ภายในปี 2564 จากปัจจุบัน 1,336 สาขา

“ตอนนี้อยู่ระหว่างปรับรูปแบบการขายแฟรนไชส์ใหม่ ทั้งการปรับระบบบริหารจัดการ เงื่อนไขให้จูงใจและง่ายขึ้น พัฒนาระบบไอทีเพื่อให้การขยายสาขาทำได้อย่างรวดเร็วขึ้น ซึ่งรูปแบบแฟรนไชส์ใหม่จะเริ่มได้ในปี 2561”

นั่นหมายความว่าสปีดการขยายสาขา “แฟมิลี่มาร์ท” จะเชิงรุกมากขึ้น จากเดิมเฉลี่ยเปิดสาขาใหม่ปีละ 50 สาขา เป็นมากกว่า 100 สาขาต่อปี

แม้การเติบโตของภาพรวมค้าปลีก 3 ล้านล้านบาท จะทรง ๆ ไม่หวือหวามากนัก

โดยประเมินทั้งปีคาดว่าจะโตเพียง 3-3.2% เท่านั้น แต่ภาพความเคลื่อนไหวของ “ร้านสะดวกซื้อ” กลับไม่ได้นิ่งตาม


ตรงกันข้ามกลับเป็นการแข่งขันที่มีความร้อนแรงไม่หยุด