ธปท.หนุนคลังเคลียร์บัญชีนิ่ง ชี้ตีกรอบดึงเงินเข้ารัฐต้องชัด-

ธปท.หนุนคลังบริหารจัดการบัญชีไม่เคลื่อนไหวเกิน 10 ปี เผยไอเดียขุนคลังให้ยกร่างกฎหมายบริหารจัดการ คาดทั้งแบงก์รัฐ-เอกชนรวมกันมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท ฟากแบงก์ออมสินเผยลูกค้าธนาคารกว่า 5 แสนราย ไม่เคลื่อนไหวบัญชีเกิน 5 ปี

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ปัจจุบันมีบัญชีเงินฝากที่ไม่เคลื่อนไหวในทางธุรกรรมเป็นเวลานาน ทั้งบัญชีของธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่รับเงินฝากจากประชาชน โดยมีจำนวนเงินรวมกันเป็นหลักหมื่นล้านบาท เนื่องจากเจ้าของบัญชีอาจจะเสียชีวิตแล้วไม่มีทายาท หรือบางรายก็อาจจะลืม ดังนั้น นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง จึงมีแนวคิดที่จะบริหารจัดการบัญชีลักษณะดังกล่าวเพื่อให้เกิดประโยชน์กับส่วนรวม โดยให้มีการยกร่างกฎหมายพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การบริหารจัดการบัญชีเงินฝากที่ไม่มีการเคลื่อนไหวของสถาบันการเงิน พ.ศ. …. ขึ้นมาบริหารจัดการบัญชีเหล่านั้น ซึ่งขณะนี้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กำลังรับฟังความคิดเห็นสาธารณะอยู่

“แนวทางคือจะบริหารจัดการบัญชีเงินฝากที่ไม่เคลื่อนไหว คือไม่มีการฝาก ถอน หรือโอนเงิน แต่ไม่รวมการได้รับดอกเบี้ย ตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ทั้งบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ และบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน ทั้งที่เป็นเงินบาทและเงินตราต่างประเทศ ส่วนบัญชีเงินฝากประจำและประเภทอื่นนอกเหนือจากนี้ไม่เข้าข่าย” แหล่งข่าวกล่าว

โดยแนวทางบริหารจัดการก็คือ ภายใน 3 เดือนก่อนวันสิ้นปี กำหนดให้สถาบันการเงินต้องตรวจสอบข้อมูล เมื่อพบว่ามีบัญชีที่ไม่เคลื่อนไหวที่กำลังจะครบหรือเกินกว่า 10 ปี ต้องแจ้งให้เจ้าของบัญชีหรือทายาทเข้ามาฝากถอน หรือโอนเงิน หรือปิดบัญชีนั้นภายในไม่เกินสิ้นปีนั้น หากไม่มาดำเนินการตามกำหนด สถาบันการเงินจะปิดบัญชี แล้วนำส่งข้อมูลให้แก่กรมบัญชีกลาง ซึ่งจะมีการเปิด “บัญชีเพื่อการบริหารจัดการบัญชีเงินฝากที่ไม่มีการเคลื่อนไหวของสถาบันการเงิน” ไว้รองรับ โดยการเงินนำส่งให้ดำเนินการภายในเดือน ก.พ.ของทุกปี

“หากสถาบันการเงินไม่นำส่งตามกำหนด หรือนำส่งไม่ครบ จะต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราไม่เกิน 2% ต่อเดือนของจำนวนเงินที่ไม่นำส่งหรือนำส่งไม่ครบ อย่างไรก็ตาม หากเจ้าของบัญชี หรือทายาทยังมีสิทธิเรียกร้องในเงินฝากของตนอยู่ ซึ่งต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้” แหล่งข่าวกล่าว

นายรณดล นุ่มนนท์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า บัญชีเงินฝากที่ไม่มีการเคลื่อนไหวเกิน 10 ปี ปัจจุบันมีค่อนข้างมากในระบบของธนาคารพาณิชย์ เนื่องจากไม่สามารถติดตามเจ้าของบัญชีได้ ดังนั้น แบงก์จะใช้วิธีส่งจดหมายแจ้งผู้เปิดบัญชี ซึ่งหากไม่มาติดต่อตามเวลาที่กำหนด แบงก์ก็จะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมการรักษาบัญชี ซึ่งกฎเกณฑ์ของแต่ละธนาคารจะแตกต่างกันไป ซึ่งการที่กระทรวงการคลังจะจัดการบัญชีไม่เคลื่อนไหวเกิน 10 ปี โดยมีการนำเงินเข้าคลัง ก็ต้องเขียนกฎหมายให้ชัดเจนถึงข้อดี ข้อเสีย รวมถึงกรณีเจ้าของบัญชีมีการเรียกร้องภายหลังว่าจะเรียกร้องได้หรือไม่ หรือหมดสิทธิรับเงินฝากคืน

“หากกฎหมายชัดเจนเชื่อว่าจะไม่มีปัญหา ถ้าจะมีการบริหารจัดการกับบัญชีเงินฝากที่ไม่มีการเคลื่อนไหวเกิน 10 ปีในอนาคต ซึ่งเท่าที่ทราบจากธนาคารพาณิชย์ ก็มีค่อนข้างมากที่ไม่มาทำธุรกรรมอะไรเลย ติดต่อไม่ได้ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรกับบัญชีเงินฝากเหล่านั้นได้ ทำได้แค่เก็บค่าธรรมเนียมการรักษาบัญชีเท่านั้น ดังนั้นหากกระทรวงการคลังจะมีการเข้ามาบริหารจัดการบัญชีที่ไม่เคลื่อนไหวนาน ๆ ก็ทำได้ แต่กฎหมายต้องชัดเจน” นายรณดลกล่าว

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ณ สิ้น ส.ค. 2560 ธนาคารมีบัญชีเงินฝากที่ไม่มีการเคลื่อนไหว (inactive) เกิน 5-10 ปี อยู่ที่ 508,873 ราย จากลูกค้าที่เปิดบัญชีกับธนาคารทั้งสิ้น 20,414,244 ราย ซึ่งปกติแล้ว เมื่อพบบัญชีที่ไม่เคลื่อนไหวเกินระยะเวลาที่ธนาคารกำหนด ก็จะทำหนังสือแจ้งเตือน โดยธนาคารจะมีการเก็บค่าธรรมเนียมการรักษาบัญชี ส่วนการที่คลังจะออกกฎหมายมาบริหารจัดการ คงต้องดูในรายละเอียดอีกที