ปิดสนามบินบาหลีต่อถึงวันที่ 30 พ.ย. เหตุภูเขาไฟ “อากุง” ยังคงปะทุเดือด
ทางการอินโดนีเซียสั่งปิดสนามบินบาหลีต่อถึงวันที่ 30 พ.ย. เหตุจากภูเขาไฟอากุงยังคงปะทุเดือดอยู่ในขั้นวิกฤต ประชาชนกว่า 38,000 คน ต้องอพยพจากพื้นที่อันตราย
ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า เถ้าถ่านยังคงปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณรอบๆ ภูเขาไฟอากุงที่ยังคงปะทุอยู่ การปะทุขึ้นของภูเขาไฟดังกล่าวทำลายพืชผลการเกษตร “ข้าวโพด” ของเกษตรกร และทำให้ทางการต้องสั่งปิดสนามบินยาวถึงวันที่ 30 พ.ย. เนื่องจากนำเครื่องบินขึ้นไม่ได้ จากเถ้าถ่านที่ยังคงปกคลุมท้องฟ้า
มีรายงานว่า ประชาชนกว่า 38,000 คนได้อพยพจากพื้นที่เสี่ยงรอบๆ ภูเขาไฟแล้ว นับตั้งแต่ภูเขาไฟอากุงเริ่มปะทุตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา

ในเช้าวันพุธที่ผ่านมา ภูเขาไฟยังคงพวยพุ่งควันสีดำไปรอบๆ อาณาเขต ท่ามกลางการระวังภัย หวั่นจะเกิดการระเบิดครั้งใหญ่
ศูนย์รับมือภัยพิบัติแห่งชาติอินโดนีเซีย (BNPB) คาดการณ์ว่ามีประชาชนกว่า 1 แสนคนยังคงอยู่ในบ้าน ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง และยังไม่ได้อพยพออก เนื่องจากห่วงบ้านและข้าวของ พร้อมระบุว่า ความรุนแรงของสถานการณ์ยังคงอยู่ในระดับ 4 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของการเตือนภัย

ขณะที่ศูนย์กลางสำหรับนักท่องเที่ยวในบาหลีนั้น อยู่ค่อนข้างไกลจากภูเขาไฟอากุง เมือง Ubud อยู่ห่างราว 50 กิโลเมตร ขณะที่หาด Kuta ซึ่งเป็นที่นิยม ห่างจากภูเขาไฟราว 63 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวหลายรายเลือกที่จะคำนึงถึงความปลอดภัย นั่งรถออกจากบาหลี มาต่อเครื่องบินที่เมืองอื่นซึ่งห่างไกลออกไป
BNPB ระบุเพิ่มเติมว่า จะพิจารณาทุกๆ 6 ชั่วโมงว่าสามารถที่จะเปิดสนามบินได้หรือไม่
บาหลีถือเป็นหนึ่งในปลายทางการท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก เนื่องจากมีภูมิทัศน์หาดทรายและทะเลที่สวยงาม และมีคลื่นที่เหมาะกับการเล่นเซิร์ฟ