เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
SD “ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
Business สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
‘ธิปธนาแลนด์’ เมืองแปดริ้ว ปั้นชาใบหม่อนผสมข้าว เจาะกลุ่มเวลเนส
Economic ‘ธิปธนาแลนด์’ เมืองแปดริ้ว ปั้นชาใบหม่อนผสมข้าว เจาะกลุ่มเวลเนส
บูม Health & Wellness ในเวที WTM 2026 ปลุกตลาด UK-ยุโรป
Business บูม Health & Wellness ในเวที WTM 2026 ปลุกตลาด UK-ยุโรป
เนรมิตคูโบต้า พาวิลเลียน โซลูชั่นเพื่ออนาคตเกษตรไฮเทค
Economic เนรมิตคูโบต้า พาวิลเลียน โซลูชั่นเพื่ออนาคตเกษตรไฮเทค
“สุชาติ” รื้อถอนหาดฟรีด้อม คืนหาดทราย ของขวัญปีใหม่คนไทย
Economic “สุชาติ” รื้อถอนหาดฟรีด้อม คืนหาดทราย ของขวัญปีใหม่คนไทย
“พิพัฒน์” เร่ง 2 โปรเจ็กต์ทล. 4 เชื่อมเศรษฐกิจไทย-มาเลเซีย
Economic “พิพัฒน์” เร่ง 2 โปรเจ็กต์ทล. 4 เชื่อมเศรษฐกิจไทย-มาเลเซีย
‘องค์กรนักข่าวไร้พรมแดน’ กังวล สื่อไทยใต้อิทธิพลจีน สู่มณฑลไท่กั๋ว
World ‘องค์กรนักข่าวไร้พรมแดน’ กังวล สื่อไทยใต้อิทธิพลจีน สู่มณฑลไท่กั๋ว
เปลี่ยนผ่านพลังงาน ไม่ใช่แค่ ‘โซลาร์รูฟท็อป’
สามัญสำนึก เปลี่ยนผ่านพลังงาน ไม่ใช่แค่ ‘โซลาร์รูฟท็อป’
แฮรี่ เคน
คุยกับเอกราช แฮรี่ เคน
ดูทั้งหมด

ความเข้าใจผิดที่อันตราย “ตราสารหนี้เสี่ยงกว่าหุ้น”-

01 ธ.ค. 2560 | 07:00น.

คอลัมน์ สถานีลงทุน

โดย ศิรินารถ อมรธรรม สมาคมตราสารหนี้ไทย

หากเปรียบเทียบการลงทุนในตราสารหนี้กับหุ้น โดยหลักการแล้วการลงทุนในตราสารหนี้จะมีจุดเด่นคือความเสี่ยงต่ำกว่า ผลตอบแทนที่อยู่ในรูปของดอกเบี้ยจะมีความสม่ำเสมอ จนกระทั่งปลายปีที่ผ่านมาเริ่มเกิดเหตุการณ์ผิดนัดชำระหนี้ตั๋วแลกเงิน หรือตั๋วบีอี ขึ้นหลายครั้ง ทำให้นักลงทุนเสียความมั่นใจในการลงทุนในตราสารหนี้ภาคเอกชน ประกอบกับตลาดหุ้นที่มีการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซื้อหุ้นตัวไหนก็ได้กำไร หรือถ้าเกิดอะไรขึ้น นักลงทุนก็คิดว่ายังขายในตลาดหุ้นได้ (แต่สำหรับนักลงทุนผู้มากประสบการณ์น่าจะนึกภาพตลาดวายได้ และอาจสงสัยว่าราคาที่ขายออกได้นั้น ได้ที่ราคาเท่าไหร่ แล้วจะกล้าขายออกจริงเหรอ) ในขณะที่ตราสารหนี้ภาคเอกชน ถ้าเกิดการผิดนัดชำระ นักลงทุนอาจสูญเงินทั้งก้อน จึงทำให้เกิดความเข้าใจใหม่ที่ว่า ตราสารหนี้เสี่ยงกว่าหุ้น !…ซึ่งไม่ถูกต้อง เป็นความเข้าใจที่อันตรายมากต่อการลงทุน

จากข้อมูลผลตอบแทนตั้งแต่ปี 2549-2559 พบว่า หุ้นให้ผลตอบแทนเฉลี่ยที่ 16.1% ต่อปี สูงกว่าพันธบัตรรัฐบาล (5.5%) กว่า 3 เท่า ในขณะที่ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของผลตอบแทน ซึ่งสะท้อนถึงความเสี่ยงของผลตอบแทนที่จะคลาดเคลื่อนออกไปจากค่าเฉลี่ย โดยหุ้นมีความเสี่ยงถึง 32.0% สูงกว่าพันธบัตรรัฐบาล (5.6%) กว่า 6 เท่า นึ่เป็นเครื่องยืนยันหนึ่งที่ไม่ใช่แค่ความรู้สึกว่า แท้จริงแล้วหุ้นเสี่ยงกว่าตราสารหนี้ หุ้นจึงให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าเพื่อชดเชยกับความเสี่ยงที่สูงขึ้น นักลงทุนจึงต้องประเมินตัวเองว่ารับความเสี่ยงได้แค่ไหนเพื่อดูว่าการลงทุนในหุ้นเหมาะกับตัวเองหรือไม่ หากทุ่มลงทุนในหุ้นเพราะเข้าใจผิด คิดว่าปลอดภัยกว่าตราสารหนี้ เกิดตลาดวายขึ้นมา อาจทำให้เสียหายหนัก และหากเป็นเงินที่จะเอาไว้ใช้ยามเกษียณ ก็จะทำให้เดือดร้อนไปกันใหญ่ อีกอย่างที่สำคัญคือ นักลงทุนควรกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ เพื่อลดความเสี่ยงของ portfolio ลง

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯช่วงนี้ถือได้ว่าอยู่ในระดับที่สูงทีเดียว PE ของตลาดขึ้นไปกว่า 18 เท่าแล้ว นักลงทุนเริ่มหวั่นไหวต่อทิศทางของตลาด กลุ่มนักลงทุนต่างชาติจากที่มีสถานะเป็น net buy ในปีนี้ เริ่มทยอยขายออกหนักขึ้นในเดือนพฤศจิกายนขายแล้วกว่า 15,000 ล้านบาท แล้วหันเข้าหาตราสารหนี้ โดยมาพักเงินไว้ในตราสารหนี้ระยะสั้นเพื่อรอดูความชัดเจนในปัจจัยต่าง ๆ เช่น การผ่านร่างปฏิรูปภาษีของสหรัฐ พฤติกรรมของนักลงทุนต่างชาติที่เป็นมืออาชีพที่ลดการลงทุนในหุ้นในยามที่ตลาดมีความไม่ชัดเจนแล้วมาพักเงินในตลาดตราสารหนี้สามารถสะท้อนได้ว่า ตราสารหนี้ปลอดภัยกว่าหุ้น

ในเดือนพฤศจิกายน จนถึงวันที่ 22 พ.ย. 2560 ต่างชาติเข้าซื้อสุทธิตราสารหนี้ระยะสั้น 57,391 ล้านบาท มีตราสารหมดอายุ 2,036 ล้านบาท ทำให้มีการลงทุนสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น 55,355 ล้านบาท และขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว 13,435 ล้านบาท คาดว่าเพื่อลดความเสี่ยงการขาดทุนจากราคาตราสารที่อาจต่ำลง แสดงว่าต่างชาติคาดว่า yield ระยะยาวของไทยจะมีการปรับตัวขึ้น ซึ่งอัตราการขยายตัวของ GDP ไทยไตรมาส 3 ที่เพิ่งประกาศสูงถึง 4.3% เป็นการเติบโตสูงสุดในรอบ 18 ไตรมาส

หากเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัว ในขณะที่ตลาดหุ้นก็อยู่ในระดับสูงและเริ่มมีความเสี่ยงมากขึ้นในทิศทางของตลาด การลงทุนในหุ้นกู้ผลตอบแทนสูง (high yield bond) จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ เพราะความเสี่ยงโดยรวมจะน้อยกว่าหุ้น และจากงานศึกษาพบว่าเมื่อเศรษฐกิจอยู่ในช่วงขาขึ้นความเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระจะต่ำลง แต่ยังคงให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าหุ้นกู้ทั่ว ๆ ไปอยู่