MTC ตีปีกทุนแกร่ง หลัง “ไจก้า-ซูมิโตโม มิตซุย แบงกิ้งฯ” เข้าสนับสนุนเงินทุน 6.2 พันล้านบาท เดินหน้าต่อยอดธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ ตั้งเป้าช่วยเหลือลูกค้ารายย่อย 4 แสนคน ลุยปล่อยสินเชื่อรายย่อย-เพิ่มโอกาสลูกค้าฐานราก มั่นใจผลงานปี’65 ยอดปล่อยสินเชื่อเติบโตได้ตามเป้าหมาย 30%
วันที่ 29 กันยายน 2565 นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) (MTC) เปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมลงนามให้การสนับสนุนวงเงิน มูลค่า 6,200 ล้านบาท จาก องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) และธนาคาร ซูมิโตโม มิตซุย แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น (SMBC) โดยมีผู้เข้าร่วมเซ็นสัญญาประกอบด้วย Mr. Kazuya Suzuki หัวหน้าผู้แทนองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) ประจำประเทศไทย และ Mr.Thomas Lim หัวหน้าแผนกสถาบันการเงินโลกประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก (SMBC)
“การสนับสนุนทางด้านการเงินในครั้งนี้ ถือเป็นแรงสนับสนุนที่สำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ตอกย้ำความเชื่อมั่นต่อการเป็นผู้นำธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ของประเทศไทย และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) ขององค์การสหประชาชาติ (United Nations) ซึ่ง MTC ถือเป็นมาตรฐานในการเสริมศักยภาพของแผนพัฒนาบริษัท โดยวงเงินทั้งหมดได้รับการปิดความเสี่ยงทางด้านอัตราแลกเปลี่ยนเป็นที่เรียบร้อย” นายชูชาติกล่าว
ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าช่วยเหลือลูกค้ารายย่อย จำนวน 400,000 ราย และบริษัทมีความพร้อมในการเดินหน้าทางธุรกิจ โดยเน้นเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รองรับการเติบโตของธุรกิจ กว่า 30 ปีที่ผ่านมา MTC เติบโตจากการให้บริการสินเชื่อแก่ลูกค้ารายย่อย และเป็นส่วนหนึ่งในการมอบโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนแก่กลุ่มลูกค้าฐานราก ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเกษตรกร กลุ่มอาชีพอิสระ หรือกลุ่มรับจ้างทั่วไป
หากลูกค้ามีความจำเป็นเร่งด่วนในการใช้เงิน สามารถนำหลักทรัพย์มายื่นขอสินเชื่อกับทางบริษัทได้ โดยบริษัทคิดอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่เป็นธรรม เพราะเข้าใจและเล็งเห็นถึงความเท่าเทียมในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของกลุ่มลูกค้าทุกกลุ่ม บริษัทยังคงมุ่งมั่นพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ให้มีความหลากหลาย พร้อมสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก
รวมทั้ง MTC มีการปรับตัวเพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืนในทุกมิติ สอดรับในยุคที่การใช้ชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ภายใต้มาตรฐานขององค์การสหประชาชาติ (United Nations) เพื่อสร้างคุณค่าเพิ่มให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน
สำหรับแนวโน้มการดำเนินธุรกิจในช่วงที่เหลือของปี 2565 ยังอยู่ในทิศทางที่ดี หลังบรรยากาศทางเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น และสถานการณ์ของโรคโควิด-19 คลี่คลาย ส่งผลให้ความต้องการสินเชื่อเพื่อการลงทุนในธุรกิจต่าง ๆ ขยายตัวตามไปด้วย ทำให้มั่นใจว่าในปีนี้พอร์ตสินเชื่อรวมจะเติบโตประมาณ 30% เมื่อเทียบกับปี 2564 ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ จากธุรกิจหลักรวมกับธุรกิจใหม่ บริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง (MTLS) และเมืองไทย เพย์ เลเทอร์ (MTPL) เป็นธุรกิจที่เข้ามาสนับสนุนการเติบโตในอนาคต
นอกจากนี้ พอร์ตสินเชื่อของ MTC แบ่งเป็น ธุรกิจการปล่อยสินเชื่อที่มีหลักประกัน เช่น จำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์ และรถยนต์ รวมถึงสินเชื่อโฉนดที่ดิน อยู่ที่มากกว่า 80% ที่เหลือมาจากการปล่อยสินเชื่ออื่น ๆ ขณะที่ ณ สิ้นไตรมาส 2/2565 บริษัทมีสาขาให้บริการทั้งหมดอยู่ที่ 6,475 สาขา รวมทั้งมีแผนขยายสาขาใหม่ ๆ เพื่อสนับสนุนการขยายฐานลูกค้าและช่องทางสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง