Skip to content

3 เหตุผลที่หุ้น Healthcare จะฟื้น…หลังจบ COVID-19

16 ต.ค. 2565 | 16:51น.
3 เหตุผลที่หุ้น Healthcare จะฟื้น…หลังจบ COVID-19
คอลัมน์ : สถานีลงทุน
ผู้เขียน : สวภพ ยนต์ศรี 
      บลจ.ทิสโก้

หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ในหลาย ๆ ประเทศเริ่มจะคลี่คลายลง บรรดาบริษัทในกลุ่ม healthcare ในต่างประเทศที่ถือได้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับสถานการณ์โรคระบาดที่เกิดขึ้น กำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ เพราะดูเหมือนกับว่าบรรดาบริษัทผลิตวัคซีนรายใหญ่อาจต้องเผชิญกับความท้าทายเพิ่มมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน บรรดาบริษัท healthcare ขนาดเล็กอาจจะกลับกลายมาเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนี้

เนื่องจากหลาย ๆ บริษัทในกลุ่ม healthcare ที่ทำการวิจัยพัฒนายารักษาหรือวิธีการรักษาโรคร้ายแรงอื่น ๆ กำลังจะได้รับปัจจัยสนับสนุน3 ข้อหลัก ๆ ด้วยกัน คือ

1.การที่ทรัพยากรทางด้านการแพทย์ รวมถึงองค์การอาหารและยาของสหรัฐ จะเริ่มหันมาทุ่มเทและสนใจการรักษาโรคอื่น ๆ นอกเหนือจากไวรัส COVID-19 หลังจากทุ่มเทสิ่งต่าง ๆ ที่มีทั้งหมดไปที่การจัดการกับไวรัส COVID-19 ในช่วงหลัง

2.การที่บริษัทยาขนาดใหญ่อย่าง Pfizer มีรายได้มหาศาลจากการขายวัคซีน ทำให้มีเงินสดที่พร้อมจะเข้าซื้อกิจการบริษัทยาขนาดเล็กเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท และ 3.การสนับสนุนจากนโยบายของประธานาธิบดี โจ ไบเดน ที่เซ็นคำสั่งประธานาธิบดีในการสนับสนุนเทคโนโลยีชีวภาพ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในเทคโนโลยีที่ช่วยคิดค้นวัคซีนและยารักษาโรคร้ายแรงต่าง ๆ

ความสนใจในวงการแพทย์ที่ย้ายจาก COVID-19

เหตุผลข้อแรกที่สนับสนุนการลงทุนในกลุ่ม healthcare หลังจากนี้คือ ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 อาจจะพูดได้ว่า ผลกระทบจากการที่ทรัพยากรด้านการแพทย์ทั้งหมดต้องทุ่มเทไปเพื่อจัดการกับเชื้อไวรัส COVID-19 นั้น ได้ส่งผลให้การคิดค้นวัคซีน ยารักษาโรค และวิธีการรักษาโรคร้ายแรงอื่น ๆ ดูเหมือนจะต้องหยุดชะงักลง

นอกจากนี้ องค์การอาหารและยา หรือ FDA ของสหรัฐ ก็ดูเหมือนจะให้ความสนใจไปที่การอนุมัติวัคซีนและยารักษา COVID-19 แต่เพียงอย่างเดียวเช่นกัน โดยในช่วงปี 2020 และ 2021 FDA ได้อนุมัติยารักษาโรคชนิดใหม่ลดลง เมื่อเทียบกับในช่วงก่อนเกิดเหตุการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ถึงกว่า 90%

ซึ่งหลังจากที่สถานการณ์ COVID-19 ในสหรัฐคลี่คลายลงแล้ว การอนุมัติวัคซีน ยารักษาโรค และวิธีการรักษาโรคร้ายแรงอื่น ๆ จะกลับมาเป็นปกติและส่งผลดีกับบริษัทในกลุ่ม healthcare มากขึ้น

Pfizer พร้อมที่จะเข้าซื้อกิจการบริษัทขนาดเล็ก

บริษัทยาขนาดใหญ่อย่าง Pfizer สร้างรายได้อย่างมหาศาลจากการขายวัคซีนและยารักษา COVID-19 โดยรายได้ของบริษัทในไตรมาสล่าสุดนั้นสูงถึง 81,300ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยที่หลังจากนี้ Pfizer อาจจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์น้อยลงเมื่อสถานการณ์ COVID-19 จบลง แต่ก็จะทำให้บริษัทต้องเร่งผลักดันยาหรือวัคซีนใหม่ ๆ ที่จะเข้ามาสร้างรายได้ให้กับบริษัท

โดยหนึ่งในวิธีที่ Pfizer ทำมาโดยตลอดก็คือ การเข้าซื้อกิจการบริษัทขนาดเล็ก ซึ่งมีเทคโนโลยีหรือการวิจัยที่ประสบความสำเร็จแล้ว หรือกำลังจะประสบความสำเร็จ และราคาหุ้นของบริษัทยาขนาดกลางหรือขนาดเล็กที่บริษัท Pfizer เข้าซื้อกิจการก็มักปรับตัวเพิ่มขึ้น เมื่อมีข่าวการเข้าซื้อกิจการออกมา

ตัวอย่างล่าสุดที่เห็นภาพได้ชัดเจนคือในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หลังจากบริษัท Pfizer ประกาศเข้าซื้อกิจการบริษัท Biohaven ผู้คิดค้นนวัตกรรมยาที่ใช้ในการรักษาและป้องกันโรคไมเกรน ปรากฏว่าราคาหุ้นของบริษัท Biohaven ปรับเพิ่มขึ้นสูงถึงกว่า 70% ในวันเดียว

นโยบายของ โจ ไบเดน ที่สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีชีวภาพคิดค้นยารักษาโรค

เมื่อช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมาโจ ไบเดน เพิ่งจะเซ็นคำสั่งประธานาธิบดี Advancing Biotechnology and Biomanufacturing ที่เป็นการสนับสนุนการลงทุนเทคโนโลยีชีวภาพ โดยเทคโนโลยีชีวภาพถือเป็นอีกหนึ่งในเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญในโลกยุคใหม่ โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 การคิดค้นวัคซีนและยารักษาโรคที่ถูกนำออกมาใช้ได้อย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะความก้าวหน้าของเทคโนโลยีชีวภาพด้วยเช่นกัน

คำสั่งประธานาธิบดีสหรัฐฉบับนี้จะเป็นการสนับสนุนการลงทุนใน biomanufacturing เพื่อใช้เทคโนโลยีชีวภาพในการผลิตยาและวัคซีนเพื่อรักษาโรคใหม่ ๆ รวมถึงโรคหายากและมีความซับซ้อนต่าง ๆ และยังได้ครอบคลุมไปถึงผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ใช้เทคโนโลยีชีวภาพในการผลิต ทั้งด้านอาหารหรือภาคเกษตรกรรม

โดยที่ผ่านมา ราคาหุ้นในกลุ่ม healthcare ได้รับแรงกดดันจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed ที่กระทบภาพการลงทุนในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม แต่เมื่อการแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้สิ้นสุดลงแล้ว อาจจะเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นที่หุ้นในกลุ่ม healthcare จะมีโอกาสกลับมาสร้างผลตอบแทนได้ดี จาก 3 ปัจจัยสนับสนุนที่ได้กล่าวมาทั้งหมดนั่นเอง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดหุ้น เฮลท์แคร์