เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตา ‘เอกนัฏ’ แถลงด่วนรื้อโครงสร้างพลังงาน ตัดต้นทุนแฝง-สำรองทิพย์
Economic จับตา ‘เอกนัฏ’ แถลงด่วนรื้อโครงสร้างพลังงาน ตัดต้นทุนแฝง-สำรองทิพย์
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังยังมีความพยายามทางการทูต เพื่อลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังยังมีความพยายามทางการทูต เพื่อลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ฟันแก๊งฟอกเงิน ‘เบน-ยิม’ ติดโผ ลงทุน 3 หุ้นไทย-สั่งยึดทรัพย์ 2.6 หมื่นล้าน
Finance ฟันแก๊งฟอกเงิน ‘เบน-ยิม’ ติดโผ ลงทุน 3 หุ้นไทย-สั่งยึดทรัพย์ 2.6 หมื่นล้าน
ปรับ MPI หนุนจีดีพีโต ? คำอธิบายจาก สศช.+มุมมองนักเศรษฐศาสตร์
Economic ปรับ MPI หนุนจีดีพีโต ? คำอธิบายจาก สศช.+มุมมองนักเศรษฐศาสตร์
ทองฟื้นเหนือ 4,050 เหรียญ ราคาในประเทศเปิดตลาดพุ่ง 900 บาท รอผลประชุม ‘เฟด’ ตี 1 คืนนี้
Finance ทองฟื้นเหนือ 4,050 เหรียญ ราคาในประเทศเปิดตลาดพุ่ง 900 บาท รอผลประชุม ‘เฟด’ ตี 1 คืนนี้
ลุ้น ‘แบงก์-ค้าปลีก-ICT’ พยุงหุ้นไทยวันนี้ สวนแรงขาย DELTA
Finance ลุ้น ‘แบงก์-ค้าปลีก-ICT’ พยุงหุ้นไทยวันนี้ สวนแรงขาย DELTA
ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 900 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 900 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,700 บาท
เจาะ 3 หุ้นปม “ฟอกเงินข้ามชาติ” พบ ACE ถือ BCP ขณะที่ OPUS โผล่ถือหุ้นใหญ่ VGI-MFC
Finance เจาะ 3 หุ้นปม “ฟอกเงินข้ามชาติ” พบ ACE ถือ BCP ขณะที่ OPUS โผล่ถือหุ้นใหญ่ VGI-MFC
ปตท. ขึ้นแท่นอันดับ 1 องค์กรในไทยที่น่าทำงานที่สุดในโลกปี 2026
Business ปตท. ขึ้นแท่นอันดับ 1 องค์กรในไทยที่น่าทำงานที่สุดในโลกปี 2026
เปิดบทเรียน 6 บิ๊กธุรกิจ จัดการ ‘อาหาร’ ที่ขายไม่หมด
SD เปิดบทเรียน 6 บิ๊กธุรกิจ จัดการ ‘อาหาร’ ที่ขายไม่หมด
ดูทั้งหมด

ทิสโก้ ชี้ลงทุนปี’66 มีความเสี่ยง แนะลดน้ำหนักหุ้น เพิ่มพันธบัตรสหรัฐ

27 ธ.ค. 2565 | 15:49น.
การลงทุน

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้เปิด 3 ปัจจัยกดดันหุ้นปี 2566 ชี้เศรษฐกิจถดถอย-เงินเฟ้อลงช้า-ธนาคารกลางสำคัญทั่วโลกจ่อถอนสภาพคล่อง แนะลดน้ำหนักลงทุนในหุ้น เพิ่มน้ำหนักพันธบัตรสหรัฐ

วันที่ 27 ธันวาคม 2565 นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) เปิดเผยว่า ในช่วงปลายปี 2565 เป็นจังหวะที่่นักลงทุนควรปรับลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นลง เนื่องจากปัจจุบันตลาดหุ้นสหรัฐ อยู่ในระดับที่ค่อนข้างแพง และไม่ได้สะท้อนปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่ยังมีอยู่มาก

พร้อมกับแนะนำให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งให้ผลตอบแทน (ยีลด์) ที่ราว 3.8% ซึ่งมีโอกาสได้ผลตอบแทนส่วนจากกำไรจากการตีราคา (Capital gain) เพิ่มอีก หากบอนด์ยีลด์เริ่มกลับมาลดลงในปีหน้า ทำให้มีโอกาสรับผลตอบแทนจากการลงทุนในพันธบัตรสหรัฐ สกุลเงินดอลลาร์ สูงถึง 6-8% ซึ่งมากว่าผลตอบแทนที่ได้จากตลาดหุ้นสหรัฐ โดยศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ประเมินเป้าหมายดัชนี S&P500 ปี 2566 ไว้ที่ 4,000 จุด

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในหุ้น สามารถรอจังหวะเข้าทยอยสะสมอีกครั้งเมื่อดัชนี S&P500 ลงมาต่ำกว่า 3,600 จุด โดยเน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์ที่กำไรไม่ผันผวนตามเศรษฐกิจและโตได้ในระยะยาว และหุ้นเทคโนโลยีที่ในช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นปรับตัวลงมามาก และมีแนวโน้มฟื้นตัวในภาวะที่ Bond Yield เป็นขาลงในปี 2566

“ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐ รีบาวนด์ขึ้นมาราว 15% จากจุดต่ำสุดของปี และค่า P/E ของตลาดกลับมาเทรดในระดับค่อนข้างสูงที่ราว 18 เท่า โดยเป็นผลมาจากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ ที่ได้ผ่านจุดสูงสุดและลดลงมาอยู่ที่ระดับราว 7% และทำให้ตลาดเริ่มมีความหวังว่าปัญหาเงินเฟ้อจะคลี่คลายลง และ Fed จะสามารถกลับมาลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงได้ในปี 2566 ซึ่งจะทำให้ตลาดหุ้นกลับตัวเป็นขาขึ้นได้ในระยะยาว แต่ยังมีหลายปัจจัยลบที่นักลงทุนอาจหลงลืมไปทำให้ประเมินตลาดในเชิงบวกเกินไป” นายคมศรกล่าว

อย่างไรก็ดี ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ มองว่า ตลาดหุ้นในปี 2566 ยังมีความเสี่ยงจาก 3 ปัจจัยหลัก ที่นักลงทุนอาจคาดไม่ถึงหรือหลงลืมไป ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจฉุดให้ตลาดลงมาทำจุดต่ำสุดใหม่ ซึ่ง ได้แก่

  1. ความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย โดยตัวชี้วัดต่าง ๆ เริ่มสะท้อนภาพเศรษฐกิจถดถอยที่ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ เช่น Yield curve ของสหรัฐ ที่ติดลบต่อเนื่องมาตั้งแต่กลางปี และดัชนี PMI ภาคการผลิตของสหรัฐ ที่พลิกกลับมาอยู่ในแดนหดตัวต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน

ในขณะที่นักวิเคราะห์ยังคาดการณ์ว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐ จะยังเติบโตต่อเนื่องในอัตราราว 7% ในปีหน้า ซึ่งไม่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันและเป็นความเสี่ยงที่นักวิเคราะห์จะต้องปรับประมาณการผลกำไรลดลงอีกมากในปีหน้า

2. ความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะลดลงช้ากว่าที่คาด โดยปัจจุบันตลาดคาดว่าจะเห็นเงินเฟ้อสหรัฐ ลดลงไปอยู่ระดับ 3% ในช่วงปลายปีหน้า แต่ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้มองว่ามีโอกาสที่เงินเฟ้อจะทรงตัวอยู่ในระดับสูงกว่านั้น

เนื่องจากแรงกดดันเงินเฟ้อทางด้านค่าจ้าง ซึ่งยังขยายตัวในระดับสูงถึง 5% ต่อปี ท่ามกลางตลาดแรงงานที่ยังตึงตัว และเงินเฟ้อในหมวดที่อยู่อาศัยที่ยังขยายตัวสูงถึง 7% ต่อปี ซึ่งหากเงินเฟ้อไม่ได้ลดลงไปอยู่ที่ 3% ปลายปีหน้าตามที่ตลาดคาด ความหวังที่จะได้เห็น Fed กลับมาลดดอกเบี้ยปีหน้านั้นก็จะเป็นไปได้ยาก และทำให้ตลาดหุ้นที่ปัจจุบันเทรดที่พีอีค่อนข้างสูง ก็มีโอกาสที่จะปรับฐานอีกครั้ง

3. ความเสี่ยงจากการถอนสภาพคล่องของธนาคารกลาง โดยในปัจจุบัน Fed เป็นธนาคารกลางหลักเพียงแห่งเดียวที่ถอนสภาพคล่องออกจากตลาดในอัตรา 9.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อเดือน แต่ในปีหน้าธนาคารกลางอื่น ๆ เช่น ธนาคารกลางยุโรป และอังกฤษ จะเริ่มดำเนินการถอนสภาพคล่องไปพร้อมกับ Fed ด้วย ซึ่งทำให้ภาวะสภาพคล่องในปีหน้ามีแนวโน้มตึงตัวขึ้นมากกว่าปีนี้และเป็นความเสี่ยงที่จะผันผวนต่อเนื่อง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การลงทุน ทิสโก้