กรุงไทย ชี้เงินบาทแข็งค่าเล็กน้อยรับข่าวเฟด

ค่าเงินบาท

ธนาคารกรุงไทย มองค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย 32.62 บาทต่อดอลลาร์หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% มาอยู่ที่ 4.5%-4.75% ชี้ ยันเงินบาทระยะสั้นยังไม่หลุดกรอบ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ จากทิศทางโฟลว์ไหลออกบอนด์ 1,500 ล้านบาท

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่าแนวโน้มค่าเงินบาทภายหลังจากรับรู้ผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่มีมติขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% มาอยู่ที่ 4.5-4.75% นั้น

ธนาคารประเมินว่า ในระยะสั้นค่าเงินบาทน่าจะมีทิศทางแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่น่าจะหลุดกรอบคาดการณ์ที่ระดับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ แต่คงไม่ได้แข็งค่ามากนัก เนื่องจากตลาดยังรอติดตามตัวเลขตลาดแรงงาน และการประชุมธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) ซึ่งหากผลการประชุมเป็นไปตามที่ตลาดคาด

พูน พานิชพิบูลย์
พูน พานิชพิบูลย์

โดยการขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง อาจเป็นปัจจัยที่หนุนให้ทั้งค่าเงินยูโร (EUR) และค่าเงินปอนด์ (GBP) แข็งค่าขึ้นต่อได้บ้าง และกดดันค่าเงินดอลลาร์ย่อตัวลงต่อได้บ้างและช่วยให้เงินบาทอาจแข็งค่าขึ้นใกล้โซนแนวรับ 32.50-32.60 บาทต่อดอลลาร์

อย่างไรก็ดี ภายหลังจากรับรู้ผลประชุมเฟดจะเห็นว่า ทิศทางกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย (ฟันด์โฟลว์) ยังคงไหลออกจากตลาดพันธบัตร (บอนด์) ระยะสั้นในช่วงเช้าวันนี้ (2 ก.พ.) แล้วประมาณ 1,500 ล้านบาท จากเมื่อวาน (1 ก.พ.) นักลงทุนต่างชาติเทขายทำกำไรในบอนด์ระยะสั้นและระยะยาวรวมกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าเงินบาทจะพลิกกับมาอ่อนค่าได้บ้าง หลังจากแข็งค่ามาค่อนข้างมากนับตั้งแต่ต้นปี


“หลังเฟดประกาศขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ค่าเงินบาทได้รีแอ็กชั่นแข็งค่ามาเล็กน้อยเทียบเท่าก่อนเปิดตลาดที่ระดับ 32.62 บาทต่อดอลลาร์ แต่เชื่อว่าค่าเงินบาทคงไม่แข็งค่าไปกว่า 32.50 บาทต่อดอลลาร์ เพราะตลาดรับรู้ไปพอสมควร ซึ่งจะมีแต่ตลาดทุนที่เด้งรับ sentiment ไปแล้ว”