Skip to content

หุ้นไทยอ่อนตัว 1,645-1,640 จุด กังวลเฟด-จีดีพีไทยต่ำคาดกดดันตลาด

20 ก.พ. 2566 | 09:29น.
หุ้นไทยอ่อนตัว 1,645-1,640 จุด กังวลเฟด-จีดีพีไทยต่ำคาดกดดันตลาด

บล.กรุงศรี ประเมินดัชนีหุ้นไทย (SET Index) อ่อนตัวแนวรับ 1,645-1,640 จุด กังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ยนาน หลังเงินเฟ้อยังสูง ด้านสภาพัฒน์ประกาศ GDP ไทยไตรมาส 4/65 ต่ำกว่าคาดเป็นลบต่อตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะกลุ่มธนาคาร  หุ้นเด่นวันนี้ ADVANC, BDMS

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี ประเมินดัชนีหุ้นไทย (SET Index) อ่อนตัวแนวรับ 1,645-1,640 จุด จากความกังวลธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนานกว่าคาด หลังข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐอยู่ระดับสูง และเจ้าหน้าที่เฟดสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงแรงจากความกังวลการชะลอตัวทางเศรษฐกิจจะเป็นลบต่อภาวะการลงทุนช่วงนี้ ดังนั้นจึงแนะนำ Selective buy หุ้นที่มีปัจจัยบวกต่อไป

สำหรับประเด็นสำคัญวันนี้

ด้านสภาพัฒน์ ประกาศ GDP ไตรมาส 4/65 ต่ำกว่าคาดและลดเป้า GDP ปีนี้ : โดย GDP ไตรมาส 4/65 ขยายตัว 1.4% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 3.5% และชะลอตัวลงจากไตรมาส 3/65 ที่ขยายตัว 4.5% นอกจากนี้ สภาพัฒน์ยังปรับลดคาดการณ์ GDP ในปีนี้จากเดิมคาดขยายตัว 3-4% เป็น 2.7-3.7% เป็นลบต่อบรรยากาศ (Sentiment) การลงทุนในตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะกลุ่มธนาคาร

FED Minutes คาดกรรมการส่วนใหญ่ยังหนุนเฟดเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย : เฟดจะเปิดเผยรายงานการประชุม (FED Minutes) ในวันที่ 22 ก.พ.นี้ เราคาดว่าคณะกรรมการส่วนใหญ่จะยังหนุนให้เฟดเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยหรือคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงตลอดทั้งปีนี้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐจะลดลงสู่กรอบเป้าหมายที่ 2% ได้อย่างแท้จริง

ขณะที่กลุ่มน้ำมัน-ราคาน้ำมันดิบลดลงกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ยกระทบศก.และดีมานด์พลังงาน : ราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 2.15 ดอลลาร์ (-2.74%) ปิดที่ 76.34 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นักลงทุนวิตกว่าการที่เฟดยังจำเป็นต้องเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยเพื่อกดเงินเฟ้อให้ลดลงจะกระทบกิจกรรมเศรษฐกิจเเละท้ายที่สุดจะทำให้ดีมานด์พลังงานลดลง

ทั้งนี้ บล.กรุงศรี แนะนำหุ้นเด่นวันนี้

– ADVANC (ปิด 209 ซื้อ/เป้า 250 บาท) ผลประกอบการยังเติบโตจากการแข่งขันที่ลดลงคาดกำไรสุทธิปีนี้ 27,919 ล้านบาทโต 7% และดักซื้อรับปันผล 4.24 บาทขึ้น XD 22 ก.พ.นี้ ให้ ผลตอบแทน(Dividend yield) 2%

– BDMS (ปิด 30 ซื้อ/เป้า 36 บาท) แนวโน้มกำไรสุทธิยังเป็นขาขึ้นจากจำนวนผู้ป่วยต่างชาติที่เพิ่มขึ้น เบื้องต้นคาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/65 ที่ 2,962 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% เทียบข่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) และคาดกำไรสุทธิปีนี้ที่ 1.28 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน(YOY)