เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม ตลาดกังวลอุปทานตึงตัวจากการโจมตีของกลุ่มฮูตี
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม ตลาดกังวลอุปทานตึงตัวจากการโจมตีของกลุ่มฮูตี
ราคาทองวันนี้ (25 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 400 บาท รูปพรรณขายออก 68,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (25 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 400 บาท รูปพรรณขายออก 68,700 บาท
อนุทิน คุยนักลงทุนสหรัฐฯ ขายระบบนิเวศไทยพร้อมรับธุรกิจใหม่ – Data Center 
Politics อนุทิน คุยนักลงทุนสหรัฐฯ ขายระบบนิเวศไทยพร้อมรับธุรกิจใหม่ – Data Center 
SET จับมือ NYSE ปูทาง Dual Listing เชื่อมทุนไทย-สหรัฐ
Finance SET จับมือ NYSE ปูทาง Dual Listing เชื่อมทุนไทย-สหรัฐ
เสนาฯ หนุนรัฐคุมติดตั้งโซลาร์ ชี้นโยบาย”ล้านหลังคา” ติดกับดัก “ตลาด-กู้ไม่ผ่าน”
Real Estate เสนาฯ หนุนรัฐคุมติดตั้งโซลาร์ ชี้นโยบาย”ล้านหลังคา” ติดกับดัก “ตลาด-กู้ไม่ผ่าน”
ค่าเงินบาทวันนี้ (25 ก.ย. 69) เปิดตลาด 33.50 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (25 ก.ย. 69) เปิดตลาด 33.50 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
นายกฯ ขึ้นเวที UNGA ย้ำจุดยืน “ปฏิรูปสหประชาชาติ”
Politics นายกฯ ขึ้นเวที UNGA ย้ำจุดยืน “ปฏิรูปสหประชาชาติ”
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (25 ก.ย. 69) ปรับลง 0.06% อยู่ที่ 84,427 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (25 ก.ย. 69) ปรับลง 0.06% อยู่ที่ 84,427 เหรียญสหรัฐ
ผังเมือง กทม.ใหม่ เปิดพื้นที่พัฒนาเมือง บูมทำเลทอง “กรมที่ดิน” เบรกลดขนาดบ้าน-เพิ่มโควตาต่างชาติ
Real Estate ผังเมือง กทม.ใหม่ เปิดพื้นที่พัฒนาเมือง บูมทำเลทอง “กรมที่ดิน” เบรกลดขนาดบ้าน-เพิ่มโควตาต่างชาติ
ราคาน้ำมันวันนี้ (25 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (25 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดูทั้งหมด

บล.บัวหลวง มองหุ้นไทยปี’66 มีโอกาสแตะ 1,811 จุด รับท่องเที่ยว

20 ก.พ. 2566 | 12:33น.
หุ้น

หลักทรัพย์บัวหลวง ชี้ตลาดหุ้นไทยปี 2566 มีโอกาสวิ่งไปแตะ 1,811 จุด หนุนโดยภาคท่องเที่ยวและการบริโภคฟื้นตัว ขณะที่อัตราเงินเฟ้อสหรัฐ-ทั่วโลกในระยะยาวอาจปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติ และกำไรบริษัทจดทะเบียนเติบโต 9.5% แนะลดการถือครองเงินสด พร้อมเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาว กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และตลาดหุ้นจีน

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 นายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ กรรมการผู้จัดการ สายงานค้าหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงมุมมองการลงทุนในปี 2566 ว่า มีโอกาสที่ตลาดหุ้นไทยจะวิ่งขึ้นไปแตะระดับ 1,811 จุด โดยได้รับแรงหนุนจากปัจจัยภายในประเทศอย่างภาคท่องเที่ยวและการบริโภคที่ฟื้นตัว รวมถึงภาคเอกชนที่มีการลงทุนมากขึ้น หลังประกาศเปิดประเทศอย่างเต็มตัวไปเมื่อกลางปี 2565

นายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ
นายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ กรรมการผู้จัดการ สายงานค้าหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน)

ขณะเดียวกัน ยังได้รับแรงหนุนจากปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะเรื่องอัตราเงินเฟ้อสหรัฐและทั่วโลกที่ในระยะยาวอาจปรับตัวลงเข้าสู่ภาวะปกติ โดยทีมวิจัยหลักทรัพย์บัวหลวงประเมินว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐ

จะแตะระดับสูงสุดในช่วงครึ่งแรกของปี 2566 จากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 4.50-4.75% แม้ว่าตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตร (Nonfarm Payroll) ในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาจะเพิ่มขึ้นถึง 517,000 อัตรา ซึ่งมาจากความต้องการพนักงานบริการด้านการท่องเที่ยว, การแพทย์ และบริการภาคเอกชนอื่น ๆ

สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามคือ ราคาน้ำมัน หากราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นแรงจากการที่จีนเปิดประเทศ

และหลายประเทศกลับมาใช้พลังงานพร้อมเพียงกัน อาจทำให้เกิดประเด็นเงินเฟ้ออีกรอบ หรือหากเศรษฐกิจหดตัวแรงกว่าคาดจนฉุดราคาน้ำมันลงแรงอาจกระทบกำไรกลุ่ม ปตท.ถือเป็นปัจจัยเซอร์ไพร์สตลาด เราประเมินว่า ราคาน้ำมัน West Texas อาจแกว่งตัวในกรอบราคา 70-100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และในปี 2566 ค่าเฉลี่ยราคาน้ำมันอาจอยู่ที่ 98 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

“สำหรับประเด็นเศรษฐกิจสหรัฐถดถอย มองว่าเป็นเรื่องที่สามารถบริหารจัดการได้ คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังคงขยายตัวได้ ไม่มีอะไรน่ากังวลมากนัก ส่วนอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปี 2566 ประเมินไว้ระดับ 2.70% โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากโซนเอเชียที่จะขยายตัวประมาณ 5.2% คาดว่าอาเซียน, จีน, ไทย, สหรัฐ และญี่ปุ่น

จะขยายตัวประมาณ 5-5.5%, 5.2%, 4.3%, 1.3% และ 1.2% ตามลำดับ ส่วนแถบยุโรปคาดว่าอาจหดตัว 0.2%” นายชัยพรกล่าว                                                                                                                                                                                                                                                    ในส่วนของกำไรบริษัทจดทะเบียนในปี 2566 คาดว่ายังคงขยายตัวต่อเนื่องประมาณ 9.5% แม้ว่ากำไรบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 4 ปี 2565 อาจหดตัวประมาณ 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

และอาจหดตัวประมาณ 14% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทยมีแนวโน้มมากกว่าที่ประเมินไว้ระดับ 20 ล้านคน คาดว่าทั้งปีจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวประมาณ 30 ล้านคน หลังจีนเปิดให้ประชากรเดินทางออกนอกประเทศได้เร็วกว่าคาด

หุ้นกลุ่มโดดเด่นในปี 2566 คือ ค้าปลีก, สื่อโฆษณา, อาหารเครื่องดื่ม, โรงพยาบาลใหญ่, เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า และพลังงานสะอาด โดยธีมการลงทุนมาแรงคือ กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้า, กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เช่น

หุ้น HANA และหุ้น KCE ซึ่งอาจยังคงมีความผันผวนเพราะความกังวลต่อทิศทางผลประกอบการ หากเศรษฐกิจสหรัฐถดถอยรุนแรงกว่าที่คาดการณ์ นอกจากนั้น ยังมีกลุ่มพัฒนาบริหารและให้เช่าพื้นที่ขนาดใหญ่อย่างหุ้น CPN ที่มีแนวโน้มค่าเช่าและอัตราการเช่าเพิ่มขึ้นตามแนวโน้มการบริโภคที่ดีขึ้น ส่วนกลุ่มหลีกเลี่ยงคือ อาหาร (เนื้อ หมู ไก่), เดินเรือและโลจิสติกส์ และประกัน

ส่วนการลงทุนในกองทุนต่างประเทศ แนะนำลงทุนกองทุนหุ้นสหรัฐ หรือ DR อ้างอิงดัชนี S&P500 หรือดัชนี Nasdaq เช่น กองทุน B-INNOTECH, NDX01 ที่ลงทุนหุ้นเทคโนโลยีคุณภาพดีทั่วโลก ส่วนกองทุนหุ้นเวียดนาม

แนะกองทุน B-VIETNAM หรือจะลงทุนผ่านตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) เช่น FUEVFVND01 อ้างอิง DCVMVN DIAMOND ETF (FUEVFVND.VN) ที่ลงทุนอิงดัชนี VN Diamond หุ้นเวียดนามชั้นนำ และ E1VFVN3001 อ้างอิง DCVFMVN30 ETF (E1VFVN30.VN) ที่ลงทุนอิงดัชนี VN30 หุ้นเวียดนามชั้นนำขนาดใหญ่

30 ตัว ก็ถือเป็นอีกทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจ สำหรับการลงทุนในตลาดจีน-ฮ่องกง แนะนำ CN01 อ้างอิง ChinaAMC CSI 300 Index ETF (3188.HK) ที่ลงทุนอิงดัชนี CSI 300 หุ้น A-Share ชั้นนำขนาดใหญ่จดทะเบียนในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้และเสิ่นเจิ้น 300 ตัว

และ CNTECH01 อ้างอิง ChinaAMC Hang Seng TECH Index ETF (3088.HK) ที่ลงทุนอ้างอิงดัชนี Hang Seng TECH หุ้นเทคโนโลยีจีน-ฮ่องกงขนาดใหญ่ และจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง 30 ตัว

นายชัยพรกล่าวต่อว่า การจัด Asset Allocation ในปี 2566 แนะลดการถือครองเงินสด, เงินฝากระยะสั้น และตราสารหนี้ระยะสั้น โดยให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาวทั่วโลกที่ 14%, ตราสารหนี้ระยะสั้น 16%, กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ 9% และตลาดหุ้นจีน 7%

นอกจากนั้น ยังแนะนำให้คงน้ำหนักการลงทุนในหุ้นสหรัฐ (ดัชนี S&P500) 13%, หุ้นสหรัฐ (ดัชนี Russell 2000) 5%, หุ้นไทย (SET100) 7%, หุ้นเวียดนาม 12% และทองคำ 12%

“ในช่วงครึ่งแรกของปี 2566 ตลาดหุ้นจีนและเวียดนามยังคงโดดเด่น ส่วนหุ้นไทย Upside เหลือน้อยประมาณ 7.8% จากระดับดัชนีแถว 1,680 จุด เราแนะหาโอกาสสร้างผลตอบแทนจากตลาดหุ้นต่างประเทศอย่างตลาดหุ้นสหรัฐ เพราะดัชนี NASDAQ มีโอกาสสร้างผลตอบแทนประมาณ 15-20% โดยในช่วงกลางปี 2566 เราจะกลับมาทบทวน

พอร์ตการลงทุนอีกครั้ง ซึ่งอาจเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐ หากเฟดส่งสัญญาณเรื่องดอกเบี้ยชัดเจน” นายชัยพรกล่าว