เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
น้ำท่วมกระทบเกษตร 1.52 ล้านไร่ เกษตรฯ ตั้งแนวรับฝนรอบใหม่-เร่งแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด
Economic น้ำท่วมกระทบเกษตร 1.52 ล้านไร่ เกษตรฯ ตั้งแนวรับฝนรอบใหม่-เร่งแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด
“ศุภจี” เช็กสต๊อก CP All ยันสินค้าพอ ตั้ง War Room เร่งกระจายทั่วพื้นที่น้ำท่วม คุมเข้มราคาสินค้าจำเป็น
Economic “ศุภจี” เช็กสต๊อก CP All ยันสินค้าพอ ตั้ง War Room เร่งกระจายทั่วพื้นที่น้ำท่วม คุมเข้มราคาสินค้าจำเป็น
กทม.เปิดเยียวยาน้ำท่วม 2 ระบบ ยื่นออนไลน์แอพพ์ “ทางรัฐ–กทม.”
News กทม.เปิดเยียวยาน้ำท่วม 2 ระบบ ยื่นออนไลน์แอพพ์ “ทางรัฐ–กทม.”
เกษตรฯ เตรียมรับฝนหนัก 4-7 และ 9-12 ต.ค. แบ่ง 4 พื้นที่เสี่ยง ระดมเรือ-เครื่องสูบน้ำสแตนด์บาย 24 ชม.
Economic เกษตรฯ เตรียมรับฝนหนัก 4-7 และ 9-12 ต.ค. แบ่ง 4 พื้นที่เสี่ยง ระดมเรือ-เครื่องสูบน้ำสแตนด์บาย 24 ชม.
“ศุภจี” ส่งถุงยังชีพ 2,000 ชุดช่วยน้ำท่วมปราจีนบุรี เร่งคุมสินค้า–ราคา เตรียม “ธงฟ้า” ฟื้นฟูหลังน้ำลด
Economic “ศุภจี” ส่งถุงยังชีพ 2,000 ชุดช่วยน้ำท่วมปราจีนบุรี เร่งคุมสินค้า–ราคา เตรียม “ธงฟ้า” ฟื้นฟูหลังน้ำลด
กทม.เร่งสูบน้ำ “ฝั่งตะวันออก” โยกเครื่องช่วย“ลาดกระบัง” พร่องแก้มลิงรับฝนระลอกใหม่
News กทม.เร่งสูบน้ำ “ฝั่งตะวันออก” โยกเครื่องช่วย“ลาดกระบัง” พร่องแก้มลิงรับฝนระลอกใหม่
มิตซูบิชิ ปาเจโร เนียน นุ่ม แรง หรู
Automotive มิตซูบิชิ ปาเจโร เนียน นุ่ม แรง หรู
“แมคโดนัลด์” เปิดธุรกิจโฆษณา ต่อยอด 1.4 หมื่นสาขาสู่ช่องทางสื่อ
Business “แมคโดนัลด์” เปิดธุรกิจโฆษณา ต่อยอด 1.4 หมื่นสาขาสู่ช่องทางสื่อ
ยศชนัน งัดเทคโนโลยี-บิ๊กดาต้า รับมือวิกฤตน้ำเหนือ เล็งปรับโครงสร้างชุมชน
Politics ยศชนัน งัดเทคโนโลยี-บิ๊กดาต้า รับมือวิกฤตน้ำเหนือ เล็งปรับโครงสร้างชุมชน
เดิมพันใหม่ธุรกิจประกันไทยนายกสมาคมเปิดใจรับมือ ‘ภัยพิบัติ’
Finance เดิมพันใหม่ธุรกิจประกันไทยนายกสมาคมเปิดใจรับมือ ‘ภัยพิบัติ’
ดูทั้งหมด

ลงทุนหุ้นจีนอย่างไร ท่ามกลางข่าวดีและความเสี่ยง

13 มี.ค. 2566 | 19:50น.

ส่องภาพรวมตลาดหุ้นจีนท่ามกลางข่าวดีและความเสี่ยงที่ยังมีอยู่  ต้องลงทุนอย่างไรดี

วันที่ 13 มีนาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ภาพรวมตลาดหุ้นจีนปีนี้ดูเหมือนว่าจะฟื้นตัวกลับมาได้ดี จากต้นปีที่ผลตอบแทนกองทุนดีดตัวขึ้นมา ขณะที่ปัจจุบันผลตอบแทนมีการย่อตัวลงมาอีกครั้ง ดังนั้นเราจะเห็นว่าการลงทุนยังค่อนข้างที่จะมีความผันผวนอยู่

ประชาชาติเวลท์ EP.นี้ เราจะมาพูดคุยหาคำตอบกับการลงทุนในตลาดหุ้นจีน กับ “ชยนนท์ รักกาญจนันท์” ประธานเจ้าหน้าที่ที่ปรึกษาและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขาย หน่วยลงทุนฟินโนมีนา จำกัด

Q : ภาพรวมตลาดหุ้นจีนปีนี้เป็นอย่างไรบ้างคะ มีข่าวดีหรือความเสี่ยงอะไรที่ต้องคอยติดตาม

ตัวเลขเศรษฐกิจจีนที่ทางกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World bank) คาดการณ์จีนปี 2566 นี้ คาดว่าจะโตอยู่ที่ประมาณ 5-5.3% ซึ่งอาจจะต่ำกว่ากรอบเป้าหมายที่รัฐบาลมองไว้ที่ 5.5% แต่ว่าการที่กลับมาเกิน 5% ก็กลับมาทำให้เห็นว่านักลงทุนก็สบายใจได้อย่างหนึ่งว่าถ้าเศรษฐกิจชะลอหรือมีเหตุอันใดที่ทำให้จีดีพีมีโอกาสที่จะไม่ถึง 5% นั่นแปลว่ารัฐบาลจีนจะหยิบยื่นมือเข้าช่วยด้วยการกระตุ้นเศรษฐกิจ คราวนี้แล้วจีดีพีที่จะโต 5% จะโตมาจากอะไรบ้างก็ปรากฏว่าจะโตด้วยการส่งออกก็คงโตได้ในระดับที่ก่อนหน้าโควิดหรือก่อนหน้าที่จะมีเทรดวอร์กับสหรัฐก็คงลำบาก

ฉะนั้นส่งออกไม่ใช่เครื่องจักรสำคัญมากที่สุดของเศรษฐกิจจีนอีกต่อไป จะโตด้วยการบริโภคภายในจีนก็คงจะมีได้จาก Pent Up Demand จากการเปิดเมือง แต่ถามว่าการบริโภคภายในจีนจะเยอะจนถึงขั้นจีดีพีจะกลับมาโต 5% ได้ไหม ผมคิดว่าหลาย ๆ คนรวมถึงคณะทำงานข้างในพรรคคอมมิวนิสต์เองก็ยังสงสัยเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นการที่จะโต 5% ได้ต้องมาจากการลงทุนจากทางฝั่งภาครัฐ ฉะนั้นจึงเป็นที่มาที่ว่าเราจะเห็นการก่อหนี้สาธารณะแล้วอัดฉีดงบประมาณในจำนวนที่มากกว่าตอนปี 2565 จากจีนค่อนข้างแน่นอน คำถามคือแล้วจีนจะอัดฉีดงบประมาณไปได้เยอะแค่ไหนจะก่อหนี้สาธารณะในวันที่เศรษฐกิจโลกอาจจะซบเซาเพราะว่าเราเห็นแล้วว่าสหรัฐและยุโรปตอนนี้มีความเสี่ยงที่จะเกิดเศรษฐกิจถดถอยตั้งแต่ครึ่งปีหลังเป็นต้นไป เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เป็นโจทย์ที่ท้าทายของจีนนะครับว่าจีนจะกระตุ้นด้วยแบบไหน

จีนก็อย่างที่เราเห็นนโยบายที่เรียกว่า C&D (Copy and Development)  ก็คือก๊อบปี้ความเทคโนโลยีของเทสล่า แล้วก็จัดตั้งโรงงานอีวีเป็นของตัวเอง และก็ทำรถอีวีมาขายแข่งกับเทสลา จนยอดขายรถอีวีข้างในจีนจากบริษัทผู้ผลิตจีนเองแซงหน้าเทสลาไปแล้ว อันนี้คือการเปลี่ยนถ่ายผู้นำและตัวธุรกิจหรือเศรษฐกิจที่เปลี่ยนถ่ายจากตัว Old Economy ไปสู่ New Economy ผมคิดว่าจีนจะใช้เงินงบประมาณในงานทุ่มทุนในเรื่องนี้

อย่างที่สองก็คือจะเกิดโอกาสจากเหล่า State Enterprise หรือบริษัทเอกชนที่มีรัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้น อย่างเช่น China Mobile Bank , China Petroleum  หรือว่าเหล่าธนาคารใหญ่ ๆ พวกนี้ที่มีรัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้นก็แน่นอนว่ารัฐบาลอยากจะกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นรัฐบาลก็จะให้วิชั่นและจะให้นโยบายผ่านพวกเหล่า State Enterprise พวกนี้ ซึ่งสังเกตได้เลยว่านับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ดัชนี CSI300 คือหุ้นใหญ่ของจีน 300 ตัว ปรากฏว่าหุ้นที่เป็น State Enterprise หรือว่ามีรัฐบาลจีนถือในสัดส่วนที่มีนัยยสำคัญ หุ้นเหล่านี้ outperform ตลาดทั้งนั้นเลย

นั้นแปลว่านักลงทุนคาดหวังว่าถ้ารัฐบาลจะกระตุ้น ถ้ารัฐบาลจะทำนโยบายช่วยเศรษฐกิจก็ต้องช่วยโดยการก่อหนี้โดยตรงหรือมาช่วยผ่านบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ธนาคารเข้าไปถือหุ้นอยู่ มันก็เลยเป็นที่มาที่ว่าก็เลยเริ่มเห็นหุ้นจีนบรรยากาศ (Sentiment) ดีตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา

อันนี้เป็นจุดที่เป็นความหวัง เพราะฉะนั้นจีนไม่เพียงแค่เปิดประเทศเพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าไปข้างในหรือส่งออกนักท่องเที่ยวออกมาอย่างเดียว แต่จีนยังเปิดในเรื่องของเศรษฐกิจ ยังเปิดให้มีรูมในการกระตุ้นมาตรการเศรษฐกิจและกรอบเป้าหมายจีดีพีในปีนี้ที่ตั้งไว้ผมคิดว่าจีนเอาจริง

Q : ในเรื่องของ market timing หรือจังหวะในการลงทุนเราแนะนำนักลงทุนอย่างไรดี เพราะว่าเหมือนจะมีการเปลี่ยนเร็วผันผวนตลอดเวลา 

สิ่งที่มันเปลี่ยนแปลงข้างในจีนที่จำเป็นที่จะต้องดูก็คือว่า จริง ๆ เป็นเรื่องของ External Factors หรือปัจจัยภายนอกจากจีน เรื่องที่หนึ่งก็คือการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่าจะกลับมาขึ้นดอกเบี้ยแรง ถ้าคุยกันเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนตลาดยังเชื่ออยู่เลยว่าจะขึ้นแค่ 0.25% ปรากฏว่ากลับมาขึ้น 50 bps. อีกจึงทำให้ดอลลาร์แข็งค่า และพอดอลลาร์แข็งค่าแน่นอน หุ้นกลุ่ม Emergine Market หรือกลุ่มตลาดเกิดใหม่ก็มีแรงเทขายออกมา เรื่องที่สองผมคิดว่าเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติอาจจะยังไม่สบายใจกับจีนอีกเรื่องหนึ่งนั่นก็คือความตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับยูเครน

ซึ่งตัวรัฐบาลจีนก็เสนอตัวเองเป็นตัวกลางในการจะเจรจาระหว่างชาติตะวันตกกับทางรัสเซีย แต่ชาติตะวันตกและสมาชิกทางฝั่งนาโต้ก็บอกว่าที่ผ่านมาจีนไม่เคยประณามการกระทำของรัสเซียเลยและจีนจะเป็นตัวกลางที่เป็นกลางจริง ๆ ได้อย่างไร ส่วนจีนก็บอกว่าเป็นตัวกลางได้เพราะไม่เคยประนาม เรื่องนี้มันมีความลังเล เพราะทางฝั่งชาติตะวันตกมีความรู้สึกว่าจีนเอียงไปทางรัสเซีย มันทำให้เม็ดเงินส่วนหนึ่งไม่มั่นใจในการจะเข้าไปลงทุนกับจีนตอนนี้ ถึงจีนเปิดประเทศแล้ว และฉันควรไปตั้งโรงงานที่จีน ควรจะไปค้าขายกับจีนหรือเปล่า เพราะความตรึงเครียดมันเพิ่มขึ้น ตรงนี้บรรยากาศก็เลยมีเงินทุนที่อาจจะรับความเสี่ยงจากตรงนี้ไม่ได้มีการชะลอหรือว่า Take Profit ออกมา

อย่างไรก็ตามพอพูดถึงจังหวะโอกาสตอนนี้ อย่างดัชนี MSCI China คือหุ้นจีนที่ลิสต์ทั้งในฮ่องกง ในแผ่นดินใหญ่ (mainland) หรือในสหรัฐ หรือตัว CSI300 ที่ลิสต์อยู่ใน A-Share หรือลิสต์ในจีนแผ่นดินใหญ่เองตอนนี้ก็อยู่ในระดับที่ P/E เมื่อเทียบกับหุ้นโลกถูกกว่า ถูกกว่าหุ้นโลกก็แปลว่านักลงทุนมี Margin of Safety  แน่นอนเราซื้อของถูกข้อดีคือมันก็ไม่ได้แพงกว่าคนอื่น แต่ของถูกก็ไม่ได้ดีเสมอไป แต่ดีในมุมของจีนคือกำลังจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจกำลังจะเพิ่มเข้ามาอัดมาเรื่อย ๆ

ตรงนี้มันก็เลยเป็น timing ที่ว่าถึงจีนย่อลงมาถ้านโยบายของจีนไม่กลับไปล็อกดาวน์ ไม่ใช้ ZERO COVID และมีเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจอยู่ในมือพร้อมจะกระตุ้นเมื่อไหร่ การลงมาจึงเป็นโอกาสเพราะ Valuation ถูก แล้วระยะยาวคือการกระตุ้นเศรษฐกิจยังไงก็มา

Q : คนที่ติดดอยอยู่ปีนี้มีโอกาสออกจากดอยไหม

คิดว่าอยู่ที่ทุนของแต่ละคน ถ้าทุนของคุณอยู่ที่จุดพีกเลย คือเดือนกุมภาพันธ์ปี 2564 ผมว่ารอบนี้ก็ออกยากหน่อย เพราะติดลบแถว ๆ 40-50% แต่ถามว่าเรามีโอกาสไหม ผมคิดว่าถ้าปีนี้จีดีพีจีนโตสักประมาณ 5% บริษัทจดทะเบียนในจีนปกติแล้วส่วนใหญ่เขาก็มีเติบโตของกําไร (Earnings Growth) บวกสักประมาณ 1.5-2 เท่าของจีดีพี ก็แปลว่าเราอาจจะหวังได้ว่ากำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนน่าจะบวกแถว ๆ ประมาณ 10-15% และถ้ากำไรโต 10% ตลาดหุ้นควรโตน้อยกว่า 10% หรือเปล่า คำตอบคือก็ไม่น่าจะใช่

เพราะฉะนั้น วิธีกลยุทธ์ในการเข้าทำก็คือต้องไปศึกษาเพิ่ม คุณเชื่อว่าจีนปีนี้จะเป็นพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยเศรษฐกิจโลกจริงไหม เชื่อว่าจีนปีนี้จะมีอัพไซด์จริงไหม ถ้าเชื่ออย่างที่เราสองคนคุยกันวันนี้ ผมก็คิดว่าจำเป็นที่จะต้องเข้าถัวเฉลี่ยโดยอย่างน้อย ๆ ก็คือคุณติดอยู่เท่าไหร่ ก็ต้องมีสัก 30-40% ของเงินที่คิดว่าจะทยอยเข้าไป เพราะไม่งั้นตอนรีบาวด์ขึ้นไปมาถ้าเราไม่ซื้อมันก็แค่กลับมาที่เดิม แต่ถ้าเราได้ถัวเฉลี่ยในต้นทุนที่ต่ำลงอย่างน้อย ๆ การฟื้นขึ้นมาจะถึงกำไรหรือถึงทุนเร็วมากขึ้น

ถามต่อให้เลยว่าแล้วถ้าจีนจะซื้อจริง ๆ สมมุติยังไม่มีเลยแล้วอยากเข้าไปลงทุนอะไรดี จีนจะแบ่งเป็น 3 ตลาด หนึ่งคือตลาด A-Share คือ mainland แผ่นดินใหญ่ ข้อดีคือได้รับการกระตุ้นและอยู่ในโฟกัสของรัฐบาลตรง ๆ เลย ข้อเสียคือเรื่องมาตรฐานการบัญชี ข้อเสียอีกเรื่องหนึ่งก็คือว่ามี Old Economy อยู่ในนั้น ตัวที่สองหุ้นจีนที่จดทะเบียนอยู่ในฮ่องกง ข้อดีก็คือมาตรฐานการบัญชีตาม Global Standard แต่ข้อเสียของเขาก็คือว่าจำนวนหุ้นที่อยู่ในนั้นไม่เยอะ ข้อดีอีกข้อหนึ่งก็คือหุ้นเทคโนโลยีจีนหลาย ๆ ตัวก็จะมาลิสต์อยู่ในตลาดนี้ด้วย

ต่อมาอีกตลาดหนึ่งก็คือเขาเรียกว่ากระดาน ADR ก็คือไปลิสต์อยู่ที่เมืองนอกเลย ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะไปลิสต์อยู่ที่นิวยอร์ก stock exchange ไปลิสต์อยู่ใน Nasdaq เช่น อาลีบาบา , เทนเซ็นต์ , ไป่ตู้ , เหม่ยถวน พวกนี้ ข้อดีของการไปเอากระดาน ADR คือเราได้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี แต่ข้อเสียของหุ้นกลุ่มเทคโนยีคือความผันผวนเยอะ เพราะฉะนั้นถ้าคุณไม่รู้จะเอาอะไร 3 ตลาดนี้ ก็แนะนำลงทุนในกองทุนที่ล้อผ่านดัชนี MSCI ก็คือลงในตลาดไหนก็ได้ขอให้อยู่ใน 3 ตลาดนี้ และเป็นหุ้นที่มีคุณภาพดี อันนี้ก็ลองดูนะครับ