Skip to content

บาทอ่อนค่าต่อเนื่อง หลังนักลงทุนแห่ซื้อดอลลาร์

25 พ.ค. 2566 | 17:02น.
บาทอ่อนค่าต่อเนื่อง หลังนักลงทุนแห่ซื้อดอลลาร์

เงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่อง หลังนักลงทุนแห่ซื้อดอลลาร์ ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่ตลาดยังมีความกังวลเกี่ยวกับการผิดนัดชำระหนี้ของสหรัฐ หลังการเจรจาปรับเพิ่มเพดานหนี้ระหว่างประธานาธิบดีโจ ไบเดน และนายเควิน แมคคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 25 พฤษภาคม 2566 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (25/5) ที่ระดับ 34.71/72 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (24/5) ที่ระดับ 34.54/56 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงปรับตัวแข็งค่าต่อเนื่อง จากการที่นักลงทุนพากันเข้าซื้อดอลลาร์สหรัฐในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย เนื่องจากตลาดมีความกังวลเกี่ยวกับการผิดนัดชำระหนี้ของสหรัฐ หลังการเจรจาปรับเพิ่มเพดานหนี้ระหว่างประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ และนายเควิน แมคคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐยังคงไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้

โดยนักลงทุนคาดว่า ทั้งสองฝ่ายจะพักการเจรจาในช่วงสุดสัปดาห์นี้ เนื่องจากวันจันทร์ที่ 29 พฤษภาคม 2566 เป็นวัน Memorial Day ซึ่งเป็นวันหยุดของสหรัฐ อย่างไรก็ตาม เส้นตายของการเจรจาดังกล่าวยังคงเป็นตามกำหนดเดิมหรือวันที่ 1 มิถุนายน 2566 โดยนางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ กล่าวว่าเป็นไปได้ที่ทางสหรัฐอาจเหลือเงินไม่เพียงพอสำหรับการชำระหนี้

นอกจากความกังวลดังกล่าว ดอลลาร์สหรัฐยังได้รับแรงหนุนจากถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งมีการกล่าวสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมรอบถัดไป อย่างไรก็ตามมีการเปิดเผยรายงานการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 2-3 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา

โดยรายงานระบุว่า กรรมการเฟดส่วนใหญ่มีความเห็นตรงกันว่า ความจำเป็นในการเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเริ่มลดลง โดยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 5.00-5.25% ในการประชุมรอบล่าสุดหรือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2550 อาจเป็นการปรับขึ้นรอบสุดท้าย ทั้งนี้กรรมการเฟดบางคนยังคงสนับสนุนการเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อยังคงปรากฏให้เห็น

สำหรับตัวเลขทางเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนวาน (24/5) ได้แก่ จำนวนผู้ยื่นขอสินเชื่อเพื่อการจำนอง โดยสมาคมนายธนาคารเพื่อการจำนอง (MBA)ของสหรัฐ รายงานว่า จำนวนดังกล่าวลดลง 4.6% ในสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว

โดยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เฉลี่ยเพื่อการจำนองปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามการเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นอัตราอ้างอิงสำหรับอัตราดอกเบี้ยดังกล่าว โดยคาดการณ์ว่า อัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองจะยังคงไม่สามารถปรับตัวลดลงได้ในระยะนี้ เนื่องจากยังถูกกดดันจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเจรจาเพิ่มเพดานหนี้สหรัฐ

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 34.60-34.76 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.63/64 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (25/5) ที่ระดับ 1.0741/45 ดอลลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (24/5) ที่ระดับ 1.0868/72 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ตามการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ โดยระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0715-1.0756 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.07523/25 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (25/5) ที่ระดับ 139.55/58 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (24/5) ที่ 138.57/60 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินเยนยังได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์ โดยระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 138.83-139.70 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 139.55/58 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาหนี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (25/5), ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1/2566 (ประมาณการครั้งที่ 2) (25/5), ยอดทำสัญญาขายบ้นที่รอปิดการขาย (Pending Home Sales) เดือน เม.ย. (25/5), ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน เดือน เม.ย. (26/5) และดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือน เม.ย. (26/5)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -11.5/-11.25 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -9.8/-8.8 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ