เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เกษตรฯ เตรียมรับฝนหนัก 4-7 และ 9-12 ต.ค. แบ่ง 4 พื้นที่เสี่ยง ระดมเรือ-เครื่องสูบน้ำสแตนด์บาย 24 ชม.
Economic เกษตรฯ เตรียมรับฝนหนัก 4-7 และ 9-12 ต.ค. แบ่ง 4 พื้นที่เสี่ยง ระดมเรือ-เครื่องสูบน้ำสแตนด์บาย 24 ชม.
“ศุภจี” ส่งถุงยังชีพ 2,000 ชุดช่วยน้ำท่วมปราจีนบุรี เร่งคุมสินค้า–ราคา เตรียม “ธงฟ้า” ฟื้นฟูหลังน้ำลด
Economic “ศุภจี” ส่งถุงยังชีพ 2,000 ชุดช่วยน้ำท่วมปราจีนบุรี เร่งคุมสินค้า–ราคา เตรียม “ธงฟ้า” ฟื้นฟูหลังน้ำลด
กทม.เร่งสูบน้ำ “ฝั่งตะวันออก” โยกเครื่องช่วย“ลาดกระบัง” พร่องแก้มลิงรับฝนระลอกใหม่
News กทม.เร่งสูบน้ำ “ฝั่งตะวันออก” โยกเครื่องช่วย“ลาดกระบัง” พร่องแก้มลิงรับฝนระลอกใหม่
มิตซูบิชิ ปาเจโร เนียน นุ่ม แรง หรู
Automotive มิตซูบิชิ ปาเจโร เนียน นุ่ม แรง หรู
“แมคโดนัลด์” เปิดธุรกิจโฆษณา ต่อยอด 1.4 หมื่นสาขาสู่ช่องทางสื่อ
Business “แมคโดนัลด์” เปิดธุรกิจโฆษณา ต่อยอด 1.4 หมื่นสาขาสู่ช่องทางสื่อ
ยศชนัน งัดเทคโนโลยี-บิ๊กดาต้า รับมือวิกฤตน้ำเหนือ เล็งปรับโครงสร้างชุมชน
Politics ยศชนัน งัดเทคโนโลยี-บิ๊กดาต้า รับมือวิกฤตน้ำเหนือ เล็งปรับโครงสร้างชุมชน
เดิมพันใหม่ธุรกิจประกันไทยนายกสมาคมเปิดใจรับมือ ‘ภัยพิบัติ’
Finance เดิมพันใหม่ธุรกิจประกันไทยนายกสมาคมเปิดใจรับมือ ‘ภัยพิบัติ’
ปิดฉากนิมิบุตร-ศุภชลาศัย คืนที่ดินจุฬาปั้น ‘คลองหก’
Real Estate ปิดฉากนิมิบุตร-ศุภชลาศัย คืนที่ดินจุฬาปั้น ‘คลองหก’
ถอดสูตร 4 ซีอีโอแบรนด์ดังใน HOW Club: เปิดกลยุทธ์ปั้นธุรกิจร้อยล้าน-พันล้าน
Biz Movement ถอดสูตร 4 ซีอีโอแบรนด์ดังใน HOW Club: เปิดกลยุทธ์ปั้นธุรกิจร้อยล้าน-พันล้าน
จับเทรนด์ ‘หุ้น-ทอง-ตราสารหนี้’ ลงทุนโค้งท้ายปี-ฝ่ามรสุมบอนด์ยีลด์พุ่ง
Finance จับเทรนด์ ‘หุ้น-ทอง-ตราสารหนี้’ ลงทุนโค้งท้ายปี-ฝ่ามรสุมบอนด์ยีลด์พุ่ง
ดูทั้งหมด

เงินบาทพลิกแข็งค่า จับตาปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า เงินเฟ้อ พ.ค.ของไทย

04 มิ.ย. 2566 | 21:35น.
เงินบาท ตลาดหุ้นไทย

เงินบาทอ่อนค่าในช่วงแรก แต่พลิกแข็งค่ากลับมาช่วงปลายสัปดาห์ หลังจากที่ตลาดปรับการคาดการณ์กลับมาให้น้ำหนักกับโอกาสที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุม FOMC 13-14 มิ.ย. นี้ SET Index ฟื้นตัวกลับมาได้ช่วงปลายสัปดาห์ หลังนักลงทุนคลายกังวลประเด็นเพดานหนี้สหรัฐ จับตาปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า สถานการณ์การเมืองและอัตราเงินเฟ้อเดือน พ.ค. ของไทย และทิศทางเงินทุนต่างชาติ

วันที่ 4 มิถุนายน 2566 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทพลิกแข็งค่าทดสอบแนว 34.50 ช่วงปลายสัปดาห์ หลังแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 2 เดือนครึ่งที่ 34.89 บาทต่อดอลลาร์ ในช่วงต้นสัปดาห์ โดยเงินบาทอ่อนค่าลงตามเงินหยวนและสกุลเงินเอเชียในช่วงต้นสัปดาห์ ท่ามกลางแรงหนุนเงินดอลลาร์ จากตัวเลขเงินเฟ้อ PCE/Core PCE เดือน เม.ย. ของสหรัฐที่เพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาด ซึ่งหนุนโอกาสการคุมเข้มนโยบายการเงินต่อเนื่องของเฟด

นอกจากนี้ เงินบาทยังมีปัจจัยลบจากตัวเลขการส่งออกของไทยเดือน เม.ย.ที่หดตัวลงมากกว่าที่คาด และจากสถานะขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ อนึ่ง เงินบาทได้รับแรงหนุนไม่มากนัก หลัง กนง.ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% ไปอยู่ที่ระดับ 2.00% ตามการคาดการณ์ของตลาด

อย่างไรก็ดี เงินบาทแข็งค่ากลับมาในช่วงปลายสัปดาห์ หลังสภาคองเกรสผ่านร่างกฎหมายเพิ่มเพดานหนี้ของสหรัฐ ซึ่งทำให้แรงหนุนเงินดอลลาร์ ในฐานะสกุลเงินปลอดภัยมีน้อยลง ประกอบกับเงินดอลลาร์ทยอยปรับตัวลงตามบอนด์ยีลด์สหรัฐ หลังข้อมูล ISM ภาคการผลิตที่อ่อนแอและท่าทีของเจ้าหน้าที่เฟด กระตุ้นให้ตลาดทยอยปรับการคาดการณ์กลับมาให้น้ำหนักกับโอกาสที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมที่ 5.00-5.25% ในการประชุม FOMC วันที่ 13-14 มิ.ย.นี้

กราฟเงินบาท-22 พ.ค.-2 มิ.ย.

ในวันศุกร์ที่ 2 มิ.ย. 2566 เงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 34.56 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับ 34.68 บาทต่อดอลลาร์ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (26 พ.ค.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 29 พ.ค.-2 มิ.ย. 2566 นั้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทย 8,615.08 ล้านบาท และ 6,664.85 ล้านบาท ตามลำดับ

สัปดาห์ถัดไป (5-9 มิ.ย.) ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 34.30-34.90 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์การเมืองและอัตราเงินเฟ้อเดือน พ.ค.ของไทย และทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI/ISM ภาคบริการเดือน พ.ค. ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือน เม.ย. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามผลการประชุมธนาคารกลางออสเตรเลีย ดัชนี PMI ภาคบริการเดือน พ.ค.ของจีน ยูโรโซน และอังกฤษ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/66 ของญี่ปุ่นและยูโรโซน รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจเดือน พ.ค.ของจีน อาทิ ข้อมูลการส่งออก ดัชนีราคาผู้บริโภค และดัชนีราคาผู้ผลิต

กราฟหุ้น 26 พ.ค.-2 มิ.ย. 2566

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีหุ้นไทยปิดใกล้เคียงระดับปิดสัปดาห์ก่อน ทั้งนี้ หุ้นไทยดีดตัวขึ้นในช่วงแรก ท่ามกลางความคาดหวังเชิงบวกต่อข้อตกลงเพิ่มเพดานหนี้สหรัฐ ก่อนจะทยอยย่อตัวลงในเวลาต่อมา โดยมีแรงกดดันจากตัวเลขส่งออกเดือน เม.ย.ของไทยที่หดตัวมากกว่าตลาดคาด สถานการณ์การเมืองในประเทศที่ยังมีความไม่แน่นอน รวมถึงแรงขายสุทธิต่อเนื่องของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ

อย่างไรก็ดี หุ้นไทยฟื้นตัวกลับมาได้ช่วงปลายสัปดาห์ตามทิศทางหุ้นต่างประเทศ หลังสหรัฐบรรลุข้อตกลงเพิ่มเพดานหนี้สำเร็จ สำหรับสัปดาห์นี้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นตามแรงซื้อคืนหุ้นบิ๊กแคป ส่วนหุ้นกลุ่มแบงก์ปรับตัวขึ้นรับอานิสงส์ดอกเบี้ยขาขึ้น

ในวันศุกร์ (2 มิ.ย.) ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,531.20 จุด เพิ่มขึ้น 0.02% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 53,168.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.04% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 0.50% มาปิดที่ระดับ 486.80 จุด

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (5-9 มิ.ย.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,520 และ 1,500 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,545 และ 1,555 จุดตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขเงินเฟ้อเดือน พ.ค.ของไทย ทิศทางเงินทุนต่างชาติ และสถานการณ์การเมืองในประเทศ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคบริการเดือน พ.ค. ข้อมูลนำเข้าและส่งออกเดือน เม.ย. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคบริการเดือน พ.ค. ของญี่ปุ่นและยูโรโซน ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/66 ของญี่ปุ่นและยูโรโซน รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจเดือน พ.ค.ของจีน อาทิ ดัชนี PMI ภาคบริการ ดัชนีราคาผู้บริโภค และดัชนีราคาผู้ผลิต