เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กทม. เร่งสะสาง ‘ขยะน้ำท่วม’ ลาดพร้าว 101 เบรกทิ้งชั่วคราววัดบึงทองหลาง ย้ายไปจุดรับขยะใหม่
News กทม. เร่งสะสาง ‘ขยะน้ำท่วม’ ลาดพร้าว 101 เบรกทิ้งชั่วคราววัดบึงทองหลาง ย้ายไปจุดรับขยะใหม่
กทม. เร่งเคลียร์ขยะจากน้ำท่วม“เคหะร่มเกล้า”เปิดทางเข้าออกบ้านเรือน ตั้งจุดทิ้งใกล้ชุมชน
News กทม. เร่งเคลียร์ขยะจากน้ำท่วม“เคหะร่มเกล้า”เปิดทางเข้าออกบ้านเรือน ตั้งจุดทิ้งใกล้ชุมชน
แอสเซทไวส์ ปิดดีลซื้อหุ้น “ชีวาทัย เอสเตท 3” เสริมพอร์ตอสังหาฯ ผุดคอนโดย่านแจ้งวัฒนะ
Real Estate แอสเซทไวส์ ปิดดีลซื้อหุ้น “ชีวาทัย เอสเตท 3” เสริมพอร์ตอสังหาฯ ผุดคอนโดย่านแจ้งวัฒนะ
“ประกันภัยพิบัติ” เริ่มทำงาน ลุยลำพูน-เชียงใหม่ บ้านรับสูงสุด 1 แสน-เสียชีวิต 2 ล้าน
Finance “ประกันภัยพิบัติ” เริ่มทำงาน ลุยลำพูน-เชียงใหม่ บ้านรับสูงสุด 1 แสน-เสียชีวิต 2 ล้าน
ยอดสั่ง ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ บน Grab ทะลุ 20 ล้านออร์เดอร์ ดันยอดขายร้านโต 2 เท่า
Business ยอดสั่ง ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ บน Grab ทะลุ 20 ล้านออร์เดอร์ ดันยอดขายร้านโต 2 เท่า
สุทธิพงษ์ จี้ ‘อธิบดีปกครอง’ แสวงหาข้อเท็จจริง-ให้ความเป็นธรรม ‘นายอำเภอบ้านสร้าง’
Politics สุทธิพงษ์ จี้ ‘อธิบดีปกครอง’ แสวงหาข้อเท็จจริง-ให้ความเป็นธรรม ‘นายอำเภอบ้านสร้าง’
ฝ่ายค้าน ดีเดย์ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ จับตาปม ฮั้ว สว.- พรก.กู้เงิน – TH:AI Passport
Politics ฝ่ายค้าน ดีเดย์ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ จับตาปม ฮั้ว สว.- พรก.กู้เงิน – TH:AI Passport
กทม. เร่งเยียวยาน้ำท่วม ปลดล็อกเกณฑ์ 7 วัน เจรจา ปภ. อุ้มกลุ่ม ‘น้ำล้อมบ้าน’ ดีเดย์จ่ายเงินสัปดาห์นี้
News กทม. เร่งเยียวยาน้ำท่วม ปลดล็อกเกณฑ์ 7 วัน เจรจา ปภ. อุ้มกลุ่ม ‘น้ำล้อมบ้าน’ ดีเดย์จ่ายเงินสัปดาห์นี้
นักวิชาการชี้ไทยติดกับดัก “ตั้งรับ-เยียวยา” ถึงเวลาปฏิรูประบบจัดการน้ำ
News นักวิชาการชี้ไทยติดกับดัก “ตั้งรับ-เยียวยา” ถึงเวลาปฏิรูประบบจัดการน้ำ
สแกนสมรภูมิ ‘Solar EPC’ ไทย ตลาดแข่งเดือดรับเทรนด์ ESG—เปิดพอร์ต 5 ผู้เล่นในอุตสาหกรรม
Biz Movement สแกนสมรภูมิ ‘Solar EPC’ ไทย ตลาดแข่งเดือดรับเทรนด์ ESG—เปิดพอร์ต 5 ผู้เล่นในอุตสาหกรรม
ดูทั้งหมด

แต่งบัญชี-ปั้นกิจการ-สร้างราคาหุ้น วงการชี้มีอีก! หวั่นเอฟเฟ็กต์กำไร บจ.

27 มิ.ย. 2566 | 17:25น.
หุ้น

ตกแต่งบัญชี-ปั้นกิจการ-สร้างราคาหุ้น มีสตอรี่ไม่ได้โตจากธุรกิจหลักของตัวเอง วงการชี้มีอีก! หวั่นกระทบผลกำไร บจ. งวดไตรมาส 2 หดตัวเทียบไตรมาส 1 อย่างมีนัยสำคัญ

วันที่ 27 มิถุนายน 2566 นายประกิต สิริวัฒนเกตุ นักวิเคราะห์และนักลงทุนอิสระ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า ว่า ด้วยเรื่องร้อน ๆ ของหุ้นไทย หลังจากได้ฟังการแถลงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการกำกับธุรกิจหลักทรัพย์ไปเมื่อวาน (26 มิ.ย.) หนึ่งในเรื่องที่ผมจับใจความได้คือ จะเข้มงวดในการกำกับดูแลและตรวจสอบมากยิ่งขึ้น

ผมมีความเชื่อเป็นการส่วนตัวว่า บจ.ที่มีการตกแต่งบัญชี ไม่ได้มีแค่บริษัทที่เพิ่งเรื่องแดง โป๊ะแตกไปเพียงแค่บริษัทเดียว ผมวิเคราะห์ว่าการตกแต่งบัญชีมีเป้าหมายหลักอยู่ 2 อย่างคือ

1.ตกแต่งเพื่อให้เห็นภาพการเติบโตอย่างร้อนแรง ซึ่งจะส่งผลให้การสร้างหรือทำราคาหุ้นสามารถทำได้ง่าย

2.ตกแต่งให้งบดุลของตัวเองแข็งแกร่ง นำมาซึ่งการขอกู้เงินจากสถาบันการเงิน ออกหุ้นกู้ขายนักลงทุน รวมไปถึงการขอเพิ่มทุน ก่อนจะโยกเงินทั้งหมดออกแล้วเผ่นหนี

ผมคาดว่ากรณีแบบข้อ 2 มี บจ.ที่กล้าทำไม่มาก เพราะมันคือการฉ้อโกง เป็นคดีอาญา หากคิดจะทำต้องทำก้อนใหญ่ให้คุ้มกับการหนีคดี

ดังนั้น หากบรรดาคนที่คิดจะเป็นดีลเมกเกอร์ หากินกับการปั้นกิจการไปเรื่อย ๆ การตกแต่งบัญชีส่วนใหญ่จึงเน้นไปที่ข้อ 1 คือหวังผลต่อราคาหุ้น

บจ.ที่มักจะมีการตกแต่ง มักจะมีข้อหนึ่งที่เหมือน ๆ กันคือ ตกแต่งทั้งทีก็ต้องเอาให้สวย ๆ (ถ้าทำแล้วไม่สวยจะไปศัลยกรรมมันทำไม) กำไรจึงมักจะเติบโตแบบวิลิศมาหรา เวอร์วังเกินคู่แข่งในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน

Story การเติบโตมักจะเป็นไปในลักษณะ Non Organic Growth คือไม่ได้โตจากธุรกิจหลักของตัวเอง

หุ้นของกิจการเหล่านี้ มักจะมีการพุ่งขึ้นอย่างร้อนแรง พร้อม ๆ กับการทำ Corner หุ้น หรือการที่มีกลุ่มคนไม่กี่คน อาจเป็นผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เข้าช่วยกันไล่ราคา แถมเพิ่มอำนาจซื้อด้วยการขอ Margin

อย่างไรก็ตามการตกแต่งบัญชีของ บจ.ที่เน้นการโตแบบ Non Organic Growth ทำไปเรื่อย ๆ ถึงจุด ๆ หนึ่งมันจะถึงทางตัน ผู้ตรวจสอบบัญชีจะเริ่มตั้งข้อสงสัย การตกแต่งจะเริ่มยากขึ้น งบการเงินจะเริ่มปรากฏผลประกอบการที่แท้จริง

สิ่งที่จะแสดงออกมาคือกำไรที่ลดลงอย่างฮวบฮาบ หรือผิดไปจากแนวโน้มเดิมอย่างมีนัยสำคัญ ผมเชื่อว่า จากนี้การรายงานงบการเงินจะเริ่มปรากฎภาพผลประกอบการที่แท้จริงออกมามากขึ้น

เนื่องจากความเข้มงวดในการตรวจสอบงบการเงินกำลังทวีสูงขึ้นมาก ๆ บรรดา บจ.ที่เคยรายงานผลกำไรเติบโตหวือหวา จะเกิดอาการเหวอกันถ้วนหน้า ทุก ๆ รายการจะต้องมีความชัดเจน เพราะฉะนั้นตัวเลขกำไรของหลาย บจ.จะต้องหดตัวกันแบบไส้ไหลแน่นอน

หากกำไรมันไม่มาตามนัด และกำลังกลับสู่ความเป็นจริง บรรดา บจ.ที่มีกลุ่มก๊วนเคยช่วยกัน Corner หุ้น ต้องเริ่มวงแตก เหมือนอย่างที่ตอนนี้มีหุ้นที่เกิดอาการวงแตกให้เห็นแล้ว

ผลที่เกิดขึ้นแน่นอนว่าจะกระทบต่อภาพกำไรรวมของตลาด เดาได้เลยว่างวดไตรมาส 2/2566 กำไรตลาดจะหดตัวเมื่อเทียบกับไตรมาส 1 อย่างมีนัยสำคัญแน่นอน