ตกแต่งบัญชี-ปั้นกิจการ-สร้างราคาหุ้น มีสตอรี่ไม่ได้โตจากธุรกิจหลักของตัวเอง วงการชี้มีอีก! หวั่นกระทบผลกำไร บจ. งวดไตรมาส 2 หดตัวเทียบไตรมาส 1 อย่างมีนัยสำคัญ
วันที่ 27 มิถุนายน 2566 นายประกิต สิริวัฒนเกตุ นักวิเคราะห์และนักลงทุนอิสระ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า ว่า ด้วยเรื่องร้อน ๆ ของหุ้นไทย หลังจากได้ฟังการแถลงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการกำกับธุรกิจหลักทรัพย์ไปเมื่อวาน (26 มิ.ย.) หนึ่งในเรื่องที่ผมจับใจความได้คือ จะเข้มงวดในการกำกับดูแลและตรวจสอบมากยิ่งขึ้น
ผมมีความเชื่อเป็นการส่วนตัวว่า บจ.ที่มีการตกแต่งบัญชี ไม่ได้มีแค่บริษัทที่เพิ่งเรื่องแดง โป๊ะแตกไปเพียงแค่บริษัทเดียว ผมวิเคราะห์ว่าการตกแต่งบัญชีมีเป้าหมายหลักอยู่ 2 อย่างคือ
1.ตกแต่งเพื่อให้เห็นภาพการเติบโตอย่างร้อนแรง ซึ่งจะส่งผลให้การสร้างหรือทำราคาหุ้นสามารถทำได้ง่าย
2.ตกแต่งให้งบดุลของตัวเองแข็งแกร่ง นำมาซึ่งการขอกู้เงินจากสถาบันการเงิน ออกหุ้นกู้ขายนักลงทุน รวมไปถึงการขอเพิ่มทุน ก่อนจะโยกเงินทั้งหมดออกแล้วเผ่นหนี
ผมคาดว่ากรณีแบบข้อ 2 มี บจ.ที่กล้าทำไม่มาก เพราะมันคือการฉ้อโกง เป็นคดีอาญา หากคิดจะทำต้องทำก้อนใหญ่ให้คุ้มกับการหนีคดี
ดังนั้น หากบรรดาคนที่คิดจะเป็นดีลเมกเกอร์ หากินกับการปั้นกิจการไปเรื่อย ๆ การตกแต่งบัญชีส่วนใหญ่จึงเน้นไปที่ข้อ 1 คือหวังผลต่อราคาหุ้น
บจ.ที่มักจะมีการตกแต่ง มักจะมีข้อหนึ่งที่เหมือน ๆ กันคือ ตกแต่งทั้งทีก็ต้องเอาให้สวย ๆ (ถ้าทำแล้วไม่สวยจะไปศัลยกรรมมันทำไม) กำไรจึงมักจะเติบโตแบบวิลิศมาหรา เวอร์วังเกินคู่แข่งในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน
Story การเติบโตมักจะเป็นไปในลักษณะ Non Organic Growth คือไม่ได้โตจากธุรกิจหลักของตัวเอง
หุ้นของกิจการเหล่านี้ มักจะมีการพุ่งขึ้นอย่างร้อนแรง พร้อม ๆ กับการทำ Corner หุ้น หรือการที่มีกลุ่มคนไม่กี่คน อาจเป็นผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เข้าช่วยกันไล่ราคา แถมเพิ่มอำนาจซื้อด้วยการขอ Margin
อย่างไรก็ตามการตกแต่งบัญชีของ บจ.ที่เน้นการโตแบบ Non Organic Growth ทำไปเรื่อย ๆ ถึงจุด ๆ หนึ่งมันจะถึงทางตัน ผู้ตรวจสอบบัญชีจะเริ่มตั้งข้อสงสัย การตกแต่งจะเริ่มยากขึ้น งบการเงินจะเริ่มปรากฏผลประกอบการที่แท้จริง
สิ่งที่จะแสดงออกมาคือกำไรที่ลดลงอย่างฮวบฮาบ หรือผิดไปจากแนวโน้มเดิมอย่างมีนัยสำคัญ ผมเชื่อว่า จากนี้การรายงานงบการเงินจะเริ่มปรากฎภาพผลประกอบการที่แท้จริงออกมามากขึ้น
เนื่องจากความเข้มงวดในการตรวจสอบงบการเงินกำลังทวีสูงขึ้นมาก ๆ บรรดา บจ.ที่เคยรายงานผลกำไรเติบโตหวือหวา จะเกิดอาการเหวอกันถ้วนหน้า ทุก ๆ รายการจะต้องมีความชัดเจน เพราะฉะนั้นตัวเลขกำไรของหลาย บจ.จะต้องหดตัวกันแบบไส้ไหลแน่นอน
หากกำไรมันไม่มาตามนัด และกำลังกลับสู่ความเป็นจริง บรรดา บจ.ที่มีกลุ่มก๊วนเคยช่วยกัน Corner หุ้น ต้องเริ่มวงแตก เหมือนอย่างที่ตอนนี้มีหุ้นที่เกิดอาการวงแตกให้เห็นแล้ว
ผลที่เกิดขึ้นแน่นอนว่าจะกระทบต่อภาพกำไรรวมของตลาด เดาได้เลยว่างวดไตรมาส 2/2566 กำไรตลาดจะหดตัวเมื่อเทียบกับไตรมาส 1 อย่างมีนัยสำคัญแน่นอน