ปรับตัวเลขเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีเหลือ 1.5%
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ได้รายงานดัชนีราคาผู้บริโภคของไทยในเดือนมิถุนายน 2566 เท่ากับ 107.83 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเท่ากับ 107.58 ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยต่่ำสุดในรอบ 22 เดือน (นับตั้งแต่เดือนกันยายน 2564) ที่ร้อยละ 0.23 (YOY) หรือชะลอตัวต่อเนื่อง 6 เดือนติดต่อกัน ตามการชะลอตัวของราคาสินค้าในหมวดอาหาร โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มเนื้อสัตว์และเครื่องประกอบอาหารที่ราคาปรับลดลงและการลดลงของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ประกอบกับฐานราคาเดือนมิถุนายน 2565 ที่ใช้คำนวณเงินเฟ้ออยู่ระดับสูง
โดยอัตราเงินเฟ้อของไทยเมื่อเทียบกับต่างประเทศ (ข้อมูลล่าสุดเดือนพฤษภาคม 2566) พบว่า อัตราเงินเฟ้อ ในหลายประเทศทั่วโลกมีแนวโน้มชะลอตัว โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีอัตราเงินเฟ้อต่ำและต่ำที่สุดในอาเซียนจาก 7 ประเทศที่ประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ อันได้แก่ สปป.ลาว, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย และเวียดนาม
และเมื่อเทียบกับโลกในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาพบว่า เงินเฟ้อไทยต่ำสุดเป็นอันดับ 6 เทียบกับ 137 ประเทศทั่วโลก และต่ำสุดเป็นอันดับ 4 ของโลก เทียบกับ 49 ประเทศที่มีการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อออกมาแล้ว
สาเหตุที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อของประเทศไทยลดลง เป็นเพราะราคาสินค้าในหมวดอาหารชะลอตัวต่อเนื่อง ราคาอาหารเพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลง จาก 6.42% ในเดือนมิถุนายน 2565 เป็น 3.37% ในเดือนมิถุนายน 2566 โดยกลุ่มเนื้อสัตว์ เป็ดไก่ และสัตว์น้ำ ลดลงร้อยละ 3.00 กลุ่มเครื่องประกอบอาหารลดลงร้อยละ 2.28 ราคาหมูเนื้อแดงในห้างค้าปลีกค้าส่งลดลง 27% ราคาไก่ลดลง 6% น้ำมันปาล์มลดลง 25% น้ำมันถั่วเหลืองลดลง 12% ผักหลายชนิดก็ปรับราคาลดลง
ขณะที่หมวดสินค้าอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ลดลงร้อยละ 1.88 หมวดพาหนะ การขนส่ง และการสื่อสาร ลดลงถึงร้อยละ 6.91 โดยเฉพาะราคาน้ำมันเชื้อเพลิงลดลงถึง 16.03%
ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวม เดือนมิถุนายน 2566 ปรับลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ 56.1 จากระดับ 56.6 ในเดือนก่อนหน้า และยังคงอยู่ในช่วงเชื่อมั่นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 7 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ การกลับมาของนักท่องเที่ยว และเป็นผลมาจากมาตรการภาครัฐที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนและภาคธุรกิจ
ผลของดัชนีราคาผู้บริโภคที่ลดลงทำให้ กระทรวงพาณิชย์ ปรับตัวเลขคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยตลอดทั้งปี 2566 อยู่ระหว่างร้อยละ 1.0-2.0 (ค่ากลาง 1.5) หรือเปลี่ยนจากคาดการณ์ขยายตัว 2.2% มาอยู่ที่ 1.5% ซึ่งถือว่าเป็นอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำมาก เมื่อเทียบกับหลายประเทศทั่วโลก สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินการของรัฐบาลที่ควบคุมอัตราเงินเฟ้อได้ดีมาก โดยใช้ระยะเวลาไม่นานนัก