Skip to content
ดูทั้งหมด

หุ้นนอกตลาด (Private Equity) โอกาสลงทุน สร้างกำไรช่วงตลาดผันผวน

17 ก.ค. 2566 | 18:01น.
หุ้นนอกตลาด

หุ้นนอกตลาด

ทำความเข้าใจให้มากขึ้นกับหุ้นนอกตลาด (Private Equity) โอกาสลงทุนสร้างกำไรช่วงตลาดผันผวน โดย “ดร.ตรีพล ภูมิวสนะ” Senior Managing Director, Private Banking Group ธนาคารกสิกรไทย

วันที่ 17 กรกฎาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในปัจจุบันมีสินทรัพย์มากมายให้เลือกลงทุน ซึ่งสินทรัพย์แต่ละประเภทก็จะมีความเสี่ยงและผลตอบแทนที่แตกต่างกันไป ซึ่งวันนี้เราจะพูดถึงการลงทุนประเภทหนึ่ง เรียกว่าการลงทุนหุ้นนอกตลาด

ซึ่งวันนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.ตรีพล ภูมิวสนะ Senior Managing Director, Private Banking Group ธนาคารกสิกรไทย จะมาให้ความรู้เกี่ยวกับการลงทุนประเภทนี้ว่าน่าสนใจอย่างไร และผลตอบแทนที่ผ่านมาเป็นอย่างไร

Q : หุ้นนอกตลาด การลงทุนในสินทรัพย์ประเภทนี้มันคือยังไง จุดเริ่มต้นมาจากอะไรและก็แตกต่างจากหุ้นทั่วไปอย่างไรบ้าง

Private Equity คือหุ้นนอกตลาด หุ้นที่ยังไม่เข้าไปลิสต์ในตลาด ยังไม่ได้เข้าไปในตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ว่าจะเป็นอยู่ที่ไหนก็ตามในโลก จริง ๆ กองทุนหุ้นนอกตลาดมีอยู่ 3 ประเด็นหลัก ๆ ด้วยกัน 1.คือการเข้าถึงบริษัทที่กำลังเจริญเติบโตสูง และก็ไม่ได้เป็นตลาดทั่วไปมันเข้าถึงลำบาก การลงทุนนอกตลาดเป็นวิธีการเข้าถึงแบบหนึ่ง ซึ่งหลาย ๆ ตัวที่เรามี ที่เคยมีอยู่ในพอร์ต แล้วที่ผู้จัดการกองทุน (Fund Manager) เรามีอยู่ในพอร์ต เราไม่เคยได้ยินหรอก แต่วันหนึ่งมันบูมขึ้นมา ลักษณะนี้ที่มันเป็นโอกาสในการลงทุนวันนี้ในท้องตลาดไม่มี อย่างที่ 2.คือความผันผวน จะเห็นว่าหลาย ๆ ปีที่ผ่านมาความผันผวนในตลาดเยอะมาก อารมณ์ของคนไม่ว่าจะเป็น QE, QT อารมณ์ของนักลงทุน (Investor) ในท้องตลาดเยอะมาก ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขึ้นดอกเบี้ย ลดดอกเบี้ยทีหนึ่งก็มีผลต่อตลาด

แต่ถามว่ามันมีผลต่อสภาพคล่องของบริษัทหรือผลตอบแทนทางบัญชีของบริษัทเหล่านั้นเวลาเฟดขึ้นดอกเบี้ย ลดดอกเบี้ย ผมว่ามันห่างกันเหลือเกิน บริษัทก็ยังมีรายได้ของเขาเองอยู่ เพราะฉะนั้นก็ไม่จำเป็นต้องไปพึ่ง เขาไม่จำเป็นต้องถูกตีราคาว่าวันนี้ค่าคุณค่าน้อยลง เพราะทางเฟดกำลังขึ้นดอกเบี้ยทำให้ความผันผวนมันน้อยลงเยอะ จริง ๆ แล้วในช่วงโควิดเองบริษัทที่ยังทำกำไรได้ก็ยังมีอยู่ค่อนข้างเยอะ บริษัทที่เราถืออยู่ซึ่งเป็น New Economy เป็นฟิวเจอร์ของธุรกิจในโลกก็ยังเจริญเติบโตต่อไปได้

Q : อย่างหุ้นในตลาดที่มันมีการปลอมแปลงบัญชี เพราะบางทีในตลาดเองก็มีความเสี่ยง ทีนี้ถ้าเป็นหุ้นนอกตลาดความเสี่ยงมันจะเพิ่มมากขึ้นไหม แนะนำนักลงทุนอย่างไรบ้าง

ผมว่าในตลาดหรือนอกตลาดคนจะโกงก็โกงได้ เราเองสิ่งที่ต้องทำไม่ว่าจะในตลาดหรือนอกตลาดก็คือการตรวจ คือการศึกษา คือการใช้ผู้จัดการกองทุน ใช้คนที่เป็นมืออาชีพจริง ๆ แล้วถ้าเขาพลาด เขาเองก็ต้องพลาดไปพร้อมกับนักลงทุน ก็คือผลตอบแทน ถ้าเกิดเขาไม่สามารถส่งผลตอบแทนให้นักลงทุนได้ เขาเองก็ต้องเหมือนกับไม่ได้ผลตอบแทนเช่นกัน เพราะฉะนั้นกลับมาที่ว่าเราเองต้องมีระบบตรวจสอบเยอะ ๆ ก็เวลาเราออกกองหุ้นนอกตลาดทุกครั้งเราจะเต็มเข้มข้นไปด้วยการตรวจสอบ

เพราะฉะนั้นก็มันไม่มีอะไรเปอร์เฟ็กต์ สองคือแม้กระทั่งเราพยายามที่จะไม่ลงในบริษัทที่มันมี question mark แต่เราไม่มีทางรู้หรอกครับว่าบริษัทไหนโกงไม่โกง มันมีบริษัทดี ๆ อีกตั้งเยอะ เพราะฉะนั้นกระจายความเสี่ยงสำคัญในการลงทุนทุก ๆ ครั้ง วันนี้เราก็เห็นหนึ่งในหลาย ๆ บริษัทที่มีปัญหา แต่อีกหลายบริษัทก็ไม่มีปัญหา ก็เพราะฉะนั้นอย่าเหมารวมว่าอยู่นอกตลาดต้องไม่ดี อยู่ในตลาดต้องดี คือมันมีทุกที่

Q : อย่าง KBANK เองเราเหมือนเป็นรายแรก ๆ ที่เปิดให้มีการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทนี้ ตั้งแต่เปิดมา Feedback ของกองทุนประเภทนี้นักลงทุนไทยตอบรับเป็นอย่างไร

วันนี้เรามี 8 กองแล้ว กองนี้จะเป็นกองที่ 8 ที่เรากำลังจะออกกองเร็ว ๆ นี้ กองแรก ๆ ผลตอบแทนกว่า 10% วันนี้เปิดมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ก็จะเห็น 10% ต่อปี ซึ่งวันนี้ก็คืนเงินให้ลูกค้าไปแล้วถึง 5 ครั้ง พวกนี้จะเป็นการระดมทุนครั้งหนึ่งแล้วเราก็เข้าไปลงทุนในหุ้นนอกตลาด

แล้วก็เราทยอยซื้อของเข้ามาในพอร์ต นอกจากนี้ผู้จัดการกองทุนก็ทยอยขายในช่วงนี้คือช่วงที่เขาทยอยขายและคืนเงินให้ลูกค้า ก็ได้รับผลตอบรับที่ดีมาก ๆ วันนี้ Private Equity Asset ทั้งหมดที่เราออกมาทั้ง 7 กอง ยังไม่ raise funds อีกกองหนึ่งคือกองที่ 8 นะครับ 7 กองมีมูลค่าเกือบหมื่นล้านบาทที่เราลงไปรวม ๆ กัน

Q : ทีนี้นักลงทุนที่ฟังมาจนถึงตรงนี้แล้ว ก็อาจจะสนใจอยากจะลงทุน กองทุนแบบนี้ความเสี่ยงในระดับประมาณไหน และนักลงทุนที่อยากจะเข้าลงทุนจะแนะนำอย่างไรดี

กองนี้เป็นกอง 8+ กองนี้เป็นกองที่เหมาะกับคนที่สามารถที่จะอยู่กับผมมักจะบอกว่า “เงินก้นถุง” ของนักลงทุน คืออยู่กับมันได้นาน ๆ มันเหมือนกับคุณไปรันธุรกิจ ซื้อธุรกิจรันธุรกิจจริง ๆ เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่อะไรที่เข้าไปอย่างฉาบฉวย เราอาศัยผู้จัดการกองทุน (Fund Manager) ในการเข้าไปเลือกบริษัทที่กำลังจะโตที่เป็นลักษณะของ Venture Capital ซึ่งไม่ใช่ Startup

รายรับอาจจะยังไม่มีเพราะเป็นช่วงที่ตั้งตัวสร้างโปรดักต์ขึ้นมาพร้อมที่จะขาย หรือในช่วงที่กำลังมีกำไร ก็อยู่ในช่วงนั้นที่เขาต้องการโต เพราะฉะนั้นกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่เราคิดว่ามี Potential มีโอกาสมาก ๆ ที่จะเจริญเติบโตสูงในบรรยากาศการลงทุนแบบนี้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กองทุน ธนาคารกสิกรไทย (KBank)