บล.กรุงศรี พัฒนสินฯ ประเมินตลาดหุ้นไทยวันนี้อ่อนตัวแนวรับ 1,515-1,510 จุด ขาดปัจจัยใหม่กระตุ้นการลงทุน กังวลความไม่แน่นอนทางการเมืองประเด็น “จัดตั้งรัฐบาล-โหวตนายกฯ” เจอแรงขายลดความเสี่ยงเพื่อรอผลการประชุม FED และ ECB ในสัปดาห์หน้า แรงกดดันภาวะตลาด
วันที่ 21 กรกฎาคม 2566 บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสินฯ รายงานภาวะตลาดหุ้นไทยว่า วานนี้ ดัชนี SET Index ลดลง 15 จุด (-1.01%) ปิดที่ระดับ 1,521 จุด กังวลสุญญากาศทางการเมือง และกังวลสถานการณ์ชุมนุมทางการเมืองหากมีการจัดตั้งรัฐบาลในฉากทัศน์แบบข้ามขั้ว
แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ประเมิน SET อ่อนตัวแนวรับ 1,515-1,510 จุด เนื่องจากขาดปัจจัยใหม่กระตุ้นการลงทุน ประกอบกับความกังวลความไม่แน่นอนทางการเมืองประเด็นการจัดตั้งรัฐบาลและการโหวตนายกฯ นอกจากนี้ แรงขายลดความเสี่ยงเพื่อรอผลการประชุม FED และ ECB ในสัปดาห์หน้าจะเป็นแรงกดดันภาวะตลาด ดังนั้น จึงแนะนำ Selective buy ในหุ้นที่มีปัจจัยเฉพาะตัวเช่นเดิม
ประเด็นสำคัญวันนี้คือ 1.BBL แจ้งกำไรสุทธิไตรมาส 2 ดีเกินคาด มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 11,294 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.5% QOQ และ 62.2% YOY และมากกว่าที่ BB Consensus คาดไว้ที่ 8.3% เป็นผลจาก NIM เพิ่มขึ้นเป็น 2.91% จาก 2.84% ในไตรมาส 1/66 และ 2.24% ในไตรมาส 2/65 ขณะที่ NPL ลดลงเป็น 2.9% จาก 3.1% ในไตรมาส 1/66
2.ดาวโจนส์บวก 9 วันติด แต่ NASDAQ กลับร่วงแรง โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 164 จุด (+0.47%) ปิดที่ระดับ 35,225 จุด ตรงกันข้ามกับ NASDAQ กลับลดลง 2.05% เป็นผลจากความต่างของผลประกอบการของบริษัทที่เป็นองค์ประกอบในดัชนีมีความต่างกัน อาทิ J&J และ Tesla
3.สัปดาห์หน้า สัปดาห์แห่งการประชุมของธนาคารกลาง โฟกัสหลักอยู่ที่ FED Meeting ซึ่งจะมีการประชุมในช่วงวันที่ 26-27 ก.ค. เราคงมุมมองเดิม คาด FED จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เป็น 5.5% อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าปัจจัยนี้จะส่งผลกับตลาดจำกัด เนื่องจากเป็นสิ่งที่ตลาดคาดไว้อยู่แล้ว ดังนั้นความสำคัญในครั้งนี้จึงอยู่ที่ถ้อยแถลงของประธานเฟดหลังการประชุม ว่าจะส่งสัญญาณในการดำเนินนโยบายดอกเบี้ยอย่างไร
แนะหุ้นเด่นวันนี้ ADVANC (ปิด 220 บาท ซื้อ/เป้า 250 บาท) การแข่งขันในธุรกิจลดลงช่วยหนุนให้ ARPU และกำไรสุทธิของ ADVANC เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในไตรมาส 2 นอกจากนี้ ADVANC ยังมีเงินปันผลจ่ายครึ่งปีให้ Dividend yield ประมาณ 1.6-2%
และ CBG (ปิด 69.75 บาท ซื้อ/เป้า 82 บาท) ระยะสั้นมี Sentiment บวกจากราคาอะลูมิเนียมและน้ำตาลลดลง ส่วนงบไตรมาส 2 คาดมีกำไรสุทธิ 419 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59% QOQ จากยอดขายที่ฟื้นตัวในทุกกลุ่มธุรกิจ และมาร์จิ้นดีขึ้นจากต้นทุนวัตถุดิบลดลง