Netflix ทำผลงาน Q2/2566 ไม่เข้าตานักลงทุน หุ้นร่วงเฉียด 9%

Netflix

“Netflix” เซ่นพิษความคาดหวังนักลงทุน จนหุ้นร่วงเฉียด 9% หลังทำรายได้ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ในตลาดหุ้นคาดการณ์

วันที่ 20 กรกฎาคม 2566 ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า “เน็ตฟลิกซ์” (Netflix) แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งระดับโลก ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2566 โดยข้อมูลในจดหมายถึงผู้ถือหุ้นของ Netflix ระบุว่า รายได้ไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 8.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นมูลค่าตามที่บริษัทคาดการณ์ไว้ รวมถึงการเติบโตของรายได้มีแนวโน้มจะเร่งตัวขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 ด้วย

โดย Netflix ระบุว่า ปัจจัยที่ทำให้บริษัทมีรายได้ตามเป้าที่คาดการณ์ไว้ คือความสำเร็จในการเปิดตัวระบบจ่ายค่าสมาชิกเสริมเมื่อแชร์รหัสนอกบ้าน (paid sharing) ในกว่า 100 ประเทศ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 80% ของรายได้ทั้งหมด

ทั้งนี้ รายได้ในแต่ละภูมิภาคสูงกว่าช่วงก่อนเปิดตัวระบบ paid sharing และมีจำนวนผู้ใช้งานที่ลงทะเบียนในระบบเกินจำนวนผู้ใช้งานที่ยกเลิกแพ็กเกจแล้ว รวมถึงจำนวนผู้ใช้งานรายใหม่ในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 5.9 ล้านราย ในขณะที่จำนวนผู้ใช้งานรายใหม่ในไตรมาส 1/2566 มีเพียง 1.8 ล้านรายเท่านั้น

แม้ว่า Netflix จะพึงพอใจกลับผลประกอบการของตนเอง แต่นักลงทุนและผู้ถือหุ้นดูจะไม่ได้คิดอย่างเดียวกับ Netflix เพราะหลังจากที่มีการประกาศผลประกอบการ ราคาหุ้นของ Netflix ร่วงลงกว่า 8.9% เนื่องจากรายได้ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ตลาดและนักลงทุนคาดการณ์ไว้ที่ 8.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

เครก ฮูเบอร์ (Craig Huber) นักวิเคราะห์ตลาดจาก Huber Research Partners กล่าวกับรอยเตอร์ (Reuters) ว่า ผู้ถือหุ้นบางรายผิดหวังกับตัวเลขรายได้ในผลประกอบการ เพราะคาดหวังกับวิธีการหารายได้ผ่านแพ็คเกจโฆษณาและมาตรการห้ามแชร์รหัสนอกบ้านของ Netflix มากเกินไป

“ความคาดหวังของนักลงทุนบางคนในไตรมาส 3/2566 ก็ยังดูสวนทางกับการคาดการณ์ของผู้บริหาร Netflix อยู่ดี”


อย่างไรก็ตาม Netflix ตั้งเป้าสร้างรายได้ในไตรมาส 3/2566 ที่ 8.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และสร้างกำไรจากการดำเนินงานในปี 2566 ที่ 18-20% ด้วย โดยใช้ประโยชน์จากแพ็กเกจโฆษณาและการเก็บค่าบริการระบบ paid sharing ต่อไป