เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์แข็งค่าในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ตลาดกังวลเศรษฐกิจจีน

09 ส.ค. 2566 | 20:25น.
ธนบัตร U.S.dollar banknotes

ธนบัตร U.S.dollar banknotes

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ตลาดกังวลเศรษฐกิจจีน ชี้มีความเสี่ยงที่จะเผชิญภาวะเงินฝืด และมีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ

วันที่ 9 สิงหาคม 2566 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 9 สิงหาคม 2566 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (9/8) ที่ระดับ 35.04/06 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เงินบาทอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (8/8) ที่ระดับ 34.96/98 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าเทียบเงินสกุลหลัก เนื่องจากนักลงทุนเข้าถือสกุลเงินปลอดภัย ภายหลังที่จีนเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจอ่อนแอ โดยตัวเลขการส่งออกหดตัวลง 14.5% และการนำเข้าลดลง 12.4% เมื่อเทียบรายปี อีกทั้งตัวเลขเงินเฟ้อของจีนที่ได้มีการเปิดเผยในเช้าวันนี้ (9/8) ยังคงส่งผลให้ตลาดกังวลว่าจีนมีความเสี่ยงที่จะเผชิญภาวะเงินฝืดและมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ

โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ปรับตัวลง 0.3% ในเดือนกรกฎาคม เมื่อเทียบเป็นรายปี แต่ปรับตัวลงน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 0.4% ส่วนดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดต้นทุนสินค้าที่หน้าประตูโรงงาน ปรับตัวลดลง 4.4% ในเดือนกรกฎาคม เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งปรับตัวลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลง 4.1%

นอกจากนี้ดอลลาร์สหรัฐยังได้อานิสงส์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัยจากปัจจัยที่ว่า มูดี้ส์ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารขนาดกลางและขนาดเล็กของสหรัฐ จำนวน 10 แห่ง ลง 1 ระดับ และประกาศทบทวนอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารขนาดใหญ่ จำนวน 6 แห่ง มีแนวโน้มถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือลง

ทั้งนี้ นักลงทุนรอจับตาดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) สหรัฐประจำเดือนกรกฎาคม ซึ่งถือเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อ ในวันพรุ่งนี้ (10/8) เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต่อไป

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ได้เปิดเผยเมื่อคืนวานนี้ (8/8) กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขดุลการค้าภาคสินค้าและบริการของสหรัฐขาดดุลลดลง 4.1% สู่ระดับ 6.55 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนมิถุนายน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 6.50 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังขาดดุลการค้า 6.83 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนพฤษภาคม

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ นายเศรษฐุพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงานสัมมนาวิชาการ ประจำปี 2566 ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ โดยให้มุมมองต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปี 2566 ว่าอาจปรับลดลงจากคาดการณ์ก่อนหน้าที่ระดับ 3.6% เนื่องจากยังมีปัจจัยเสี่ยงเรื่องการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออก

อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยยังมีการฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง แม้บางช่วงอาจจะเห็นตัวเลขต่ำกว่าคาดการณ์บ้าง แต่ภาพรวมยังไม่เปลี่ยนแปลงจากที่ได้ประเมินไว้ ขณะที่มองว่าอัตราเงินเฟ้อระยะยาวจะกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายที่ 1-3% ดังนั้น โจทย์ของนโยบายการเงินจึงเปลี่ยนไป

สำหรับการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 27 กันยายนนี้ ก็มีโอกาสที่จะคงหรือขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่จะยังไปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 34.81-35.07 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.90/92 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (9/8) ที่ระดับ 1.0960/63 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (8/8) ที่ระดับ 1.0968/72 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงหลังจากสำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนี (Destatis) รายงานว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของเยอรมนี ซึ่งเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ปรับตัวขึ้น 6.2% ในเดือนกรกฎาคม เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งชะลอตัวลงจากเดือนมิถุนายนที่มีการขยายตัว 6.4% โดยตลาดมองว่าเป็นปัจจัยที่อาจทำให้ธนาคารกลางยุโรป (ECB) พิจารณาการยุติวงจรการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

ทั้งนี้ ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0950-1.0988 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0983/84 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (9/8) ที่ระดับ 143.34/35 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (8/8) ที่ระดับ 143.03/07 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินสกุลเยนถูกกดดันจากแรงหนุนการคาดการณ์ที่ว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Differential) ของญี่ปุ่นกับสหรัฐจะปรับตัวสูงขึ้นหลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐดีดตัวขึ้น ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 142.98-143.43 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 143.36/37 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์สหรัฐ (10/8), ดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐเดือนกรกฎาคม (10/8), ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) สหราชอาณาจักร ไตรมาส 2 (11/8), ดัชนีราคาผู้ผลิตสหรัฐเดือนกรกฎาคม (11/8), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ มหาวิทยาลัยมิชิแกน เดือนสิงหาคม (11/8)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -10.25/-10.00 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -6.80/-5.15 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ