เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ค่าเงินบาทวันนี้ (5 พ.ย. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.60 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (5 พ.ย. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.60 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
‘Branded Residences’ บูมในไทย ดันคอนโดฯ หรูลุมพินี-พระราม 4 ‘ตร.ม.ละล้าน’ 
Real Estate ‘Branded Residences’ บูมในไทย ดันคอนโดฯ หรูลุมพินี-พระราม 4 ‘ตร.ม.ละล้าน’ 
‘เกมไทย’ ฝันใหญ่ยังไปไม่ถึง 2 ปีร่าง พ.ร.บ.เกม
Tech ‘เกมไทย’ ฝันใหญ่ยังไปไม่ถึง 2 ปีร่าง พ.ร.บ.เกม
จับตาจีนชะลอเที่ยวไทย ‘พัทยา-เชียงใหม่’ เร่งฟื้นความเชื่อมั่น
Economic จับตาจีนชะลอเที่ยวไทย ‘พัทยา-เชียงใหม่’ เร่งฟื้นความเชื่อมั่น
‘ทรัมป์’ ปรากฏตัวครั้งแรก ชี้สงครามอิหร่านอาจส่งผลแพ้เลือกตั้งกลางเทอม เมินโอกาสโดนถอดถอน
World ‘ทรัมป์’ ปรากฏตัวครั้งแรก ชี้สงครามอิหร่านอาจส่งผลแพ้เลือกตั้งกลางเทอม เมินโอกาสโดนถอดถอน
‘หลี่ เฉียง’ เยือนไทย จ่อถกการค้า ดึงอุตสาหกรรมใหม่-ตั้งฐานรถ EV ทวงสัญญาซื้อข้าว
World ‘หลี่ เฉียง’ เยือนไทย จ่อถกการค้า ดึงอุตสาหกรรมใหม่-ตั้งฐานรถ EV ทวงสัญญาซื้อข้าว
‘วราวุธ’ ลั่นขยะปราจีนฯ จบ พฤศจิกายน EEC ดันจัดระเบียบเข้าสู่เขตเศรษฐกิจใหม่
Economic ‘วราวุธ’ ลั่นขยะปราจีนฯ จบ พฤศจิกายน EEC ดันจัดระเบียบเข้าสู่เขตเศรษฐกิจใหม่
แบงก์เบนเข็ม ‘เวลท์’ ปั๊มรายได้ค่าฟี-แก้เกมสินเชื่อโตยาก
Finance แบงก์เบนเข็ม ‘เวลท์’ ปั๊มรายได้ค่าฟี-แก้เกมสินเชื่อโตยาก
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 พ.ย.) ขยับขึ้น 3.19% อยู่ที่ 80,236 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 พ.ย.) ขยับขึ้น 3.19% อยู่ที่ 80,236 เหรียญสหรัฐ
พยากรณ์อากาศ (5 พ.ย.) มีฝนตกหนักบางแห่ง ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคใต้ กทม.และปริมณฑล 
Economic พยากรณ์อากาศ (5 พ.ย.) มีฝนตกหนักบางแห่ง ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคใต้ กทม.และปริมณฑล 
ดูทั้งหมด

เงินบาทอ่อนค่าสุดรอบ 1 เดือน จับตาสัปดาห์หน้า-จัดตั้งรัฐบาล

13 ส.ค. 2566 | 08:23น.
เงินบาท หุ้นไทย

เงินบาทอ่อนค่าสุดรอบ 1 เดือน ตามค่าเงินหยวนและสกุลเงินเอเชียอื่น ๆ แตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 1 เดือนที่ 35.19 บาทต่อดอลลาร์ ช่วงปลายสัปดาห์ ก่อนฟื้นตัวกลับมาบางส่วนก่อนวันหยุดยาว SET Index ทยอยฟื้นตัวกลับมาในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ ตอบรับรายงานข่าวเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล จับตาปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า การเมืองในประเทศ-ทิศทางเงินทุนต่างชาติ

วันที่ 13 สิงหาคม 2566 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทอ่อนค่าผ่านแนว 35.00 ไปแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 1 เดือนที่ 35.19 บาทต่อดอลลาร์ ในช่วงปลายสัปดาห์ เงินบาทยังคงเคลื่อนไหวในกรอบอ่อนค่าตามทิศทางสกุลเงินอื่น ๆ ในเอเชีย นำโดย เงินหยวนที่เผชิญแรงกดดันจากตัวเลขการส่งออกและนำเข้าของจีนที่หดตัวลงมากกว่าที่คาดในเดือน ก.ค. และตอกย้ำแนวโน้มที่เปราะบางของเศรษฐกิจจีน ประกอบกับเงินบาทยังคงมีปัจจัยลบจากแรงขายสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติในช่วงระหว่างรอความชัดเจนของประเด็นการเมืองในประเทศ

นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ยังมีแรงหนุนเพิ่มเติมบางส่วนจากสัญญาณของเจ้าหน้าที่เฟดที่ยังคงให้ความเห็นถึงความจำเป็นของการปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อไปเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ซึ่งล่าสุด แม้ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐ เดือน ก.ค. จะเพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่ตลาดคาด แต่ยังคงอยู่เหนือระดับเงินเฟ้อเป้าหมายของเฟด อย่างไรก็ดี กรอบการอ่อนค่าของเงินบาทเป็นไปอย่างจำกัดก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวของตลาดในประเทศ

กราฟค่าเงินบาท 31 ก.ค.-11 ส.ค.66

ในวันศุกร์ที่ 11 ส.ค. 2566 เงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 35.07 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับ 34.79 บาทต่อดอลลาร์ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (4 ส.ค.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 7-11 ส.ค. 2566 นั้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 116 ล้านบาท และมีสถานะเป็น Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทย 17,835 ล้านบาท (ขายสุทธิพันธบัตร 10,674 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 7,161 ล้านบาท)

สัปดาห์ถัดไป (15-18 ส.ค.) ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 34.75-35.35 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ปัจจัยทางการเมืองของไทย และทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภค ยอดค้าปลีก ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้าน การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ก.ค. ผลสำรวจภาคการผลิตจากเฟดสาขานิวยอร์กและสาขาฟิลาเดลเฟียเดือน ส.ค. บันทึกการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 25-26 ก.ค.และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/66 ของญี่ปุ่นและยูโรโซน รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจเดือนก.ค. ของจีน อาทิ การผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดค้าปลีก อัตราการว่างงาน และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร

กราฟตลาดหุ้นไทย 4-11 สิงหาคม 2566

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับระดับปิดสัปดาห์ก่อน โดยตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงช่วงต้นสัปดาห์ตามแรงขายของนักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนสถาบันสอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ หลังจีนรายงานตัวเลขส่งออกเดือน ก.ค. หดตัวมากกว่าคาดการณ์

อย่างไรก็ดีหุ้นไทยทยอยฟื้นตัวกลับมาได้ในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ โดยตอบรับกระแสข่าวเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล (แม้ยังคงต้องติดตามประเด็นดังกล่าวอย่างใกล้ชิดต่อไป) แต่กรอบการปรับขึ้นยังจำกัดเนื่องจากนักลงทุนบางส่วนชะลอการลงทุนก่อนวันหยุดยาวของตลาดในประเทศ

ทั้งนี้หุ้นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นมากสุด ได้แก่ ไฟแนนซ์ แบงก์ และพลังงานซึ่งยังได้รับอานิสงส์จากการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลกในระหว่างสัปดาห์

ในวันศุกร์ที่ 11 ส.ค. ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,535.16 จุด เพิ่มขึ้น 0.31% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 51,448.87 ล้านบาท ลดลง 0.62% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.33% มาปิดที่ระดับ 459.80 จุด

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (15-18 ส.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,520 และ 1,505 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,560 และ 1,580 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์การเมืองในประเทศ และทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดค้าปลีก ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้านและผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ก.ค. บันทึกการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 25-26 ก.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/66 และดัชนีราคาผู้บริโภคเดือน ก.ค. ของญี่ปุ่นและยูโรโซน รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจเดือน ก.ค. ของจีน อาทิ ยอดค้าปลีก ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร