สมาคมยานยนต์ไฟฟ้า หวังรัฐบาลใหม่สนับสนุนนโยบายรถยนต์ไฟฟ้าต่อ

นายกฤษฎา อุตตโมทย์
นายกฤษฎา อุตตโมทย์ นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย

สมาคมยานยนต์ไฟฟ้า หวังรัฐบาลใหม่สนับสนุนผลักดันนโยบายรถยนต์ไฟฟ้าต่อเนื่อง ชี้อุตสาหกรรมยังเติบโต พร้อมตั้งเป้าการใช้รถยนต์ไฟฟ้าทั้งปี 2566 ทะลุ 60,000 คัน และเพิ่มขึ้นเป็น 2.25 แสนคันในปี 2568

วันที่ 21 สิงหาคม 2566 นายกฤษฎา อุตตโมทย์ นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาก็มีนโยบายที่เข้ามาช่วย ไม่ว่าจะเป็นเงินอุดหนุน 150,000 บาทต่อคัน และลดภาษีสรรพสามิตจาก 8% เหลือ 2% ซึ่งทำให้มูลค่าโดยรวมลดลงมาราว ๆ กว่า 2 แสนบาท เหล่านี้คือนโยบายที่ยังคงผลักดันต่อเนื่อง

ขณะที่ปีหน้า 2567 มีความตั้งใจที่จะสนับสนุนการประกอบรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย  เพราะฉะนั้นในปีที่ผ่านมาจะเป็นการนำเข้าและมีเงินสนับสนุน แต่ปีหน้าต้องเป็นผู้ประกอบการถึงจะได้รับเงินสนับสนุน เรียกได้ว่าเป็นความต่อเนื่องของนโยบาย ซึ่งก็เริ่มเห็นหลาย ๆ ค่ายกำลังเริ่มไลน์การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าตั้งแต่ในช่วงต้นปี 2567 โดยส่วนใหญ่ก็ยังเป็นค่ายรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีนเป็นหลัก

หลายคนอาจจับตารอดูหน้าตาของรัฐบาลและผู้ที่จะมาขับเคลื่อนกระทรวงต่าง ๆ แต่สิ่งที่สมาคมทำร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ ก็ยังเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีเป้าหมายเดียวกัน ฉะนั้น เชื่อว่าหลาย ๆ พรรคก็เห็นความสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า

ฉะนั้น สิ่งที่สนับสนุนกันมาโดยตลอดและจะสนับสนุนต่อเนื่อง และตั้งเป้าใน 2 ปีข้างหน้า เพิ่มการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้า 30% เพิ่มการผลิต 10% รวมถึงเรื่องของแบตเตอรี่ที่จะอยู่ในวาระที่คิดว่าคณะรัฐมนตรีใหม่จะเข้ามาพิจารณาร่วมด้วย ก็มีความคาดหวังว่ารัฐบาลใหม่จะมีความเข้าใจและสนับสนุนให้อุตสหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าเดินหน้าไปต่อ

“ทุกคนรอรัฐบาลใหม่ ยิ่งเร็วยิ่งดีและอยากจะเห็นภาพของรัฐบาลที่มีความมั่นคง และเข้ามาดูแลนโยบายให้ดำเนินการเพื่อสานต่อให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศต่อไป” นายกฤษฎากล่าว

ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ ช่วงที่ผ่านมาเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562 ที่มีการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 300 คัน และเพิ่มขึ้นในปี 2565 เป็นหลักหมื่นคัน โดยรวมทั้งปี 2565 มีการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าสะสมอยู่ที่ประมาณ  9,600 คัน และจักรยานยนต์ไฟฟ้า 9,900 คัน


ขณะที่ปี 2566 ตั้งแต่ต้นปีถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม หรือ 7 เดือนที่ผ่านมามีตัวเลขจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมา 36,000 คัน ซึ่งมากกว่าปี 2565 ทั้งปีเกือบเท่าตัว และคาดการณ์ว่าตัวเลขปีนี้ทั้งปีนี้น่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 50,000-60,000 คันขึ้นไป และเพิ่มขึ้นเป็น 225,000 คันในปี 2568