บีโอเจจะเดินอย่างไร เมื่อเงินเยนอ่อนค่า แตะโซนที่ต้องแทรกแซงอีกครั้ง

เงินเยนอ่อนค่า
คอลัมน์ : นั่งคุยกับห้องค้า
ผู้เขียน : จงรัก ก้องกำชัย, กอบสิทธิ์ ศิลปชัย ธนาคารกสิกรไทย

ค่าเงินเยนในเดือนสิงหาคม แตะระดับต่ำสุดในรอบ 9 เดือนที่กว่า 145 ต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นระดับที่นำไปสู่การเข้าแทรกแซงสกุลเงินเยนของบีโอเจในปีก่อน โดยบีโอเจเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนครั้งแรกในเดือนกันยายน เมื่อเงินเยนอ่อนแตะระดับ 145 ต่อดอลลาร์

และอีกครั้งในเดือนตุลาคม เมื่อเงินเยนแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 30 ปีที่ 152 ต่อดอลลาร์ โดยมีมูลค่าการแทรกแซงรวมกว่า 9 ล้านล้านเยน เพื่อยับยั้งการอ่อนค่าของเงินเยนที่ ณ ขณะนั้นส่งผลด้านลบต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น

อย่างไรก็ดี ในช่วงที่ผ่านมาแม้ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงเกิน 145 ต่อดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม โดยมีปัจจัยเบื้องหลังการอ่อนค่าที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงจากปีก่อน นั่นคือ ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนของญี่ปุ่นกับสหรัฐที่มีขนาดกว้าง แต่ทางบีโอเจยังไม่ได้มีการแสดงท่าทีถึงเป็นความกังวลต่อการอ่อนค่าของเงินเยนอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากเมื่อพิจารณาจากบริบทในปีนี้แล้ว เศรษฐกิจญี่ปุ่นได้รับประโยชน์จากการอ่อนค่าของเงินเยน

หากพิจารณาการอ่อนค่าของเงินเยนในปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงเดียวกันกับที่ราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง โดยราคาน้ำมันดิบดูไบปีที่แล้วแตะระดับสูงสุดที่ประมาณ 113 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ราคาน้ำมันอ้างอิงสำหรับญี่ปุ่น เนื่องจากญี่ปุ่นมีการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเป็นหลัก)

ส่งผลทำให้ราคาพลังงานนำเข้าของญี่ปุ่นเร่งตัวขึ้น กระทบต่อระดับราคาสินค้าในประเทศและกดดันการใช้จ่ายของผู้บริโภค ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 60% ของเศรษฐกิจญี่ปุ่น ส่งผลกระทบด้านลบอย่างชัดเจน ไม่เพียงแต่ในด้านเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังรวมถึงด้านการเมืองและคะแนนนิยมของรัฐบาลด้วย

Advertisment

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันราคาน้ำมันโลกที่ลดลงได้ช่วยควบคุมราคานำเข้าแม้เงินเยนอ่อนค่าลง โดยราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยในปี 2023 (ถึงเดือนสิงหาคม) เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ช่วยลดแรงกดดันต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค

ขณะที่การอ่อนค่าของเงินเยนส่งผลทำให้มูลค่าการส่งออกของญี่ปุ่นเมื่อเปลี่ยนแปลงเป็นสกุลเงินท้องถิ่นเพิ่มขึ้น เป็นกำลังสำคัญสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจญี่ปุ่นในไตรมาส 2 ของปีนี้ให้แตะ 6% เมื่อเทียบเป็นรายปี สูงเกือบสองเท่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 3.1% ดังนั้น ความจำเป็นที่บีโอเจจะต้องเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนที่อ่อนค่าแตะระดับ 145 ในบริบทของเศรษฐกิจปัจจุบันจึงมีความเร่งด่วนน้อยกว่า

นอกจากนี้ บีโอเจอยู่ระหว่างการออกจากการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเป็นพิเศษที่ดำเนินมายาวนาน อีกทั้งตลาดเริ่มคาดการณ์ว่า อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐอาจใกล้ถึงจุดสูงสุดแล้ว ดังนั้น หากแนวโน้มขาขึ้นของค่าเงินดอลลาร์-เยนเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป บีโอเจจึงมีแนวโน้มที่จะปล่อยให้กลไกตลาดทำงานตามอัตราช่องว่างผลตอบแทนสหรัฐ-ญี่ปุ่นที่จะค่อย ๆ ปรับลดลง

อย่างไรก็ดี หากค่าเงินเยนอ่อนค่าลงสู่ระดับกว่า 150 ต่อดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นระดับที่เพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อให้รุนแรงขึ้นกว่าที่บีโอเจตั้งเป้าไว้ ท่ามกลางความเสี่ยงด้านราคาพลังงานที่อาจกลับมาเร่งตัวอีกครั้งในปลายปีนี้ ตามการลดอุปทานการผลิตของซาอุฯ

Advertisment

อุปสงค์จากจีนที่ฟื้นตัวได้ดีขึ้น รวมถึงอุปสงค์ทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาลในช่วงหน้าหนาว ปัจจัยดังกล่าวอาจเพิ่มแรงกดดันให้บีโอเจเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนอีกครั้งหนึ่งได้