Skip to content

กสิกรไทย-ฐิติกร ประสานเสียงไม่ทิ้งธุรกิจใน สปป.ลาว

17 ก.ย. 2566 | 17:03น.
กสิกรไทย-ฐิติกร ประสานเสียงไม่ทิ้งธุรกิจใน สปป.ลาว

หลังจากมีกระแสเรื่องการปิดสาขาธนาคารพาณิชย์ใน สปป.ลาว ของแบงก์ไทยหลายแห่ง สืบเนื่องมาจากสำนักงานคุ้มครองเงินฝากของ สปป.ลาว ได้ออกหนังสือแจ้งการสิ้นสุดสมาชิกภาพของธนาคารธุรกิจต่างประเทศ 4 แห่ง สร้างความตื่นตกใจอยู่พอสมควร ทำให้ต่อมาธนาคารแห่ง สปป.ลาว (แบงก์ชาติลาว) ออกมาชี้แจงว่า เป็นการแจ้งข่าวสารที่ผิดพลาด ทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน

เมื่อสอบถามสถาบันการเงินถึงการทำธุรกิจใน สปป.ลาว “ภัทรพงศ์ กัณหสุวรรณ” รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารกสิกรไทย ยังสนับสนุนลูกค้าในการขยายธุรกิจใน สปป.ลาวอย่างต่อเนื่อง ตามการเติบโตของเศรษฐกิจ แม้ว่าจะมีปัจจัยเสี่ยงเรื่องค่าเงิน และเงินเฟ้อที่อยู่ระดับสูง แต่สถานการณ์น่าจะผ่านจุดต่ำสุด และทยอยปรับตัวดีขึ้นกว่าปีก่อน

ทั้งนี้ สปป.ลาวยังเป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโตต่อได้ ความต้องการสินเชื่อยังมีอยู่ โดยเฉพาะเรียลเซ็กเตอร์ ซึ่งฐานลูกค้าจะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่และขนาดกลาง และ ลูกค้าท้องถิ่นรวมถึงคนไทยที่ต้องการขยายธุรกิจไปใน สปป.ลาว

อย่างไรก็ดี การปล่อยสินเชื่อใน สปป.ลาวเป็นไปแบบระมัดระวัง ตามความจำเป็นของลูกค้า และบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนควบคู่กัน โดยจะพิจารณาที่มาของรายได้ลูกค้าว่าเป็นเงินสกุลเงินใด เช่น รายได้เป็นเงินกีบก็จะปล่อยกู้ให้เป็นเงินกีบ ซึ่งปัจจุบันธนาคารปล่อยสินเชื่อ 3 สกุลเงินคือ กีบ ดอลลาร์ และ บาท

“ความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าใน สปป.ลาวค่อนข้างดี และยังชำระหนี้ปกติ ไม่มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เรามองว่าปีนี้ดีกว่าปีก่อน เหตุการณ์ไม่เลวร้าย และน่าจะผ่านจุดต่ำสุด แต่ก็ยังคงต้องจับตาและโตแบบระมัดระวัง

ปัจจุบันธนาคารมีบริษัทย่อย (subsidiary) 2 แห่ง ได้แก่ สาขาเวียงจันทน์ และสาขาโพนสีนวน ซึ่งเดิมมีแนวคิดจะเปิดสาขาที่เมืองสะหวันนะเขต แต่ภายหลังมีเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามา เราจึงเปลี่ยนแผนใช้ดิจิทัลเข้ามาช่วยแทนเปิดสาขา เพื่อช่วยลดต้นทุน”

ภัทรพงศ์ กัณหสุวรรณ
ภัทรพงศ์ กัณหสุวรรณ

ด้าน “ประพล พรประภา” กรรมการและรองผู้จัดการ บมจ.ฐิติกร (TK) กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจใน สปป.ลาวในปีนี้ยังเป็นไปอย่างระมัดระวัง ภายใต้ปัจจัยเสี่ยงที่ยังคงต้องติดตาม เช่น ค่าเงินและอัตราเงินเฟ้อ อย่างไรก็ดี เชื่อว่าเศรษฐกิจ สปป.ลาวยังขยายตัวได้ 4-5% และภาพรวมทยอยฟื้นตัว จึงยังมีโอกาสทางธุรกิจอยู่ มีคนไทยเข้าไปลงทุน รวมถึงสถาบันการเงินยังเข้าไปสนับสนุนภาคธุรกิจอยู่

สำหรับ TK ปัจจุบันมีสาขาใน สปป.ลาวทั้งสิ้น 6 แห่ง ได้แก่ เวียงจันทน์ หลวงพระบาง ปากเซ สะหวันนะเขต เชียงของ และอุดมไซ ค่อนข้างครอบคลุมหัวเมืองธุรกิจ และจำนวนประชากรราว 6-7 ล้านคน แต่บริษัทยังไม่มีแผนการขยายสาขาเพิ่มเติม ปัจจุบัน TK มียอดสินเชื่อคงค้างใน สปป.ลาวอยู่ที่ 130 ล้านบาท ในช่วงครึ่งแรกของปี 2566 บริษัทมีกำไรราว 10 ล้านบาท

ทั้งนี้ สถานการณ์ธุรกิจเช่าซื้อใน สปป.ลาวยังคงปกติ ลูกค้ายังคงมีความสามารถในการผ่อนชำระ และยังชำระหนี้ได้ปกติ สะท้อนจากเอ็นพีแอลอยู่ในระดับต่ำ 1% ส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมลูกค้าที่ไม่ยอมทิ้งรถ เนื่องจากหากลูกค้าจะกลับมาซื้อรถใหม่ราคาจะเพิ่มสูงขึ้นถึง 40% ทำให้คนไม่กล้าปล่อยเป็นหนี้เสีย ขณะที่คุณภาพลูกค้าใหม่จะค่อนข้างดี เพราะลูกค้าต้องมีเงินเก็บเพื่อวางเงินดาวน์ 15% ถือว่าสูงเมื่อเทียบกับไทย จึงเป็นกลุ่มที่มีความตั้งใจซื้อ

“เราก็พิจารณาความเสี่ยงด้านต่าง ๆ ไม่ว่าอัตราแลกเปลี่ยน จัดการแหล่งเงินทุนให้เหมาะสม เราไม่ได้ลุยปล่อยสินเชื่อ โดยไม่ดูความเสี่ยง ที่ผ่านมาลูกค้ายังจ่ายเงินปกติ และมีกำไร ทุกอย่างยังไปได้ดี โดยภาพรวมเศรษฐกิจน่าจะดีขึ้น ซึ่งเราก็พร้อมจะเร่งธุรกิจ”

ฟาก “ลิม ยอง เทียน” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลยุทธ์และสำนักประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ได้ปรับโครงสร้างพอร์ตโฟลิโอธุรกิจของบริษัท จึงมีความคิดริเริ่มที่จะปิดสาขาเวียงจันทน์เมื่อไม่กี่ปีก่อน หลังจากนั้นได้หยุดให้บริการลูกค้ามาระยะหนึ่ง

ซึ่งขณะนี้ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย สาขาเวียงจันทน์ได้ปิดตัวลงอย่างสมบูรณ์แล้ว การตัดสินใจที่จะยุติการดำเนินธุรกิจของสาขานี้ ซึ่งเป็นการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ของธนาคาร

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กสิกรไทย ธุรกิจ สปป.ลาว