เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
เศรษฐกิจภูมิภาค ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
Real Estate ‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
SD ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
Biz Movement เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
Business ‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
Biz Movement ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
Biz Movement มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
Biz Movement พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
ทิศทางเงินบริจาค Next Step ศุภนิมิตฯงานเพื่อเด็กในสังคมเปราะบาง
SD ทิศทางเงินบริจาค Next Step ศุภนิมิตฯงานเพื่อเด็กในสังคมเปราะบาง
ดูทั้งหมด

ปรับเกณฑ์แจกเงิน 10,000 บาท รมช.คลังแจงไม่เหมือนที่หาเสียง

26 ต.ค. 2566 | 16:30น.
จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

“จุลพันธ์” แจงไม่หนักใจเสียงบ่น “แจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท” ไม่เหมือนที่หาเสียงไว้ ชี้รัฐบาลต้องฟังเสียงรอบด้าน ระบุรับฟังข้อเสนอ ธปท. ไม่แจกคนมีฐานะ เผยส่วนตัวไม่เห็นด้วยข้อเสนอ “แบงก์ชาติ-สภาพัฒน์” ให้แจกแต่กลุ่มเปราะบาง 15 ล้านคน

วันที่ 26 ตุลาคม 2566 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเลต กล่าวว่า ตนไม่รู้สึกหนักใจ กรณีที่การแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท จะมีรายละเอียดที่แตกต่างไปจากที่หาเสียงไว้

เนื่องจากการเป็นรัฐบาลก็ต้องรับฟังเสียงรอบด้าน ซึ่งช่วงเดือนที่ผ่านมาก็จะเห็นว่ามีคำถามจากบรรดานักวิชาการ และภาคส่วนต่าง ๆ ซึ่งรัฐบาลก็รับฟัง อย่างกรณีธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไปคุยกับนายกรัฐมนตรี ระบุว่าการแจกให้กลุ่มคนมีฐานะจะไม่เกิดการใช้จ่ายใหม่ (New Spending) ไม่เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างที่ต้องการ

“เมื่อคืนโลกออนไลน์ก็วิพากษ์วิจารณ์กันเยอะ ผมไม่มีปัญหาเลย เราเป็นนักการเมือง เราต้องรับได้ทุกมิติ อย่าง ธปท.บอกอย่างนั้น เราก็รับฟัง ว่าถ้าคิดว่าคนมีฐานะจะไม่เกิด New Spending ไม่เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ เราก็พิจารณา ในการพิจารณาอนุกรรมการก็มีความเห็นแตกต่างกัน”

โดยข้อเสนอเรื่องการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งกรณีแรก ธปท.และสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เสนอให้แจกเฉพาะกลุ่มเปราะบาง 15 ล้านคน ส่วนนี้ในแง่ความเห็นส่วนตัว ตนก็ไม่ได้เห็นด้วย เพราะเป็นการเปลี่ยนวัตถุประสงค์ของโครงการจากกระตุ้นเศรษฐกิจไปเป็นการสงเคราะห์ แต่ในฐานะประธานอนุกรรมการก็ต้องยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง

หรือกรณีที่สอง การตัดคนจนคนรวย ที่ระดับรายได้เกิน 2.5 หมื่นบาทต่อเดือน และเงินฝากเกิน 1 แสนบาท ก็ได้ทักท้วง ว่าหลายปีที่ผ่านมา แม้แต่คนชั้นกลางก็ลำบาก จากเศรษฐกิจที่ไม่ดี ยังฟื้นตัวไม่สมบูรณ์ ประเทศยังโตไม่ได้ตามศักยภาพ

“ส่วนกรณีที่สาม ก็มีข้อเสนอว่า ถ้าต้อง Cap ผู้ที่มีรายได้สูง ก็คิดมาที่ 5 หมื่นบาทต่อเดือน กับเงินในบัญชี 5 แสนบาทขึ้นไป กลุ่มนี้ยังพอจะเป็นไปตามโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างน้อยได้คนถึง 49 ล้านคน เป็นกลุ่มที่ค่อนข้างเป็นไปตามวัตถุประสงค์หลักของโครงการ”

นายจุลพันธ์กล่าวว่า ได้เจอกับนายกฯ ในการไปตอบกระทู้ที่รัฐสภา ซึ่งได้รายงานนายกฯ ว่าได้มีการแถลงความคืบหน้าการดำเนินการของอนุกรรมการแล้ว โดยบอกว่าสิ่งที่แถลงเป็นไปตามมติของที่ประชุม ไม่ได้หมายความว่าสุดท้ายจะเลือกทางใด เนื่องจากยังไม่เป็นที่สิ้นสุด ซึ่งเป็นสิทธิของคณะกรรมการชุดใหญ่ที่จะพิจารณาต่อไป

“คุยกับท่านนายกฯ ถึงสิ่งที่แถลงไป ท่านก็ตบบ่า พร้อมให้กำลังใจ ว่าแน่นอน เป็นนักการเมืองก็ต้องเจอเรื่องแบบนี้ ท่านก็ยิ้ม ๆ ไม่ได้พูดอะไร แต่ท่านก็รับทราบสิ่งที่เราทำ และยังเชื่อมั่นว่าการเดินหน้าโครงการนี้ยังเป็นประโยชน์ และต้องมีให้ได้”

นายจุลพันธ์กล่าวว่า การที่ประชาชนมีการให้ความเห็นผ่านโซเชียลมีเดียกันอย่างมากมาย ก็สะท้อนให้เห็นว่ามีประชาชนรอนโยบายนี้อยู่จำนวนมาก