ตลาดหลักทรัพย์ฯ ตอบปมโปรแกรมเทรดดิ้งมีบทบาทมากกระทบความเชื่อมั่นรายย่อย เล็งผลักดันเพิ่มฐานนักลงทุนรายย่อยในระเทศ 5-7 แสนราย/ปี หวังทัดเทียมเท่าทันวอลุ่มเทรดนักลงทุนต่างชาติ แย้มจัดโรดโชว์พิเศษปลายปีเรียกความเชื่อมั่น ปี 2567 บุกตลาดใหม่ “ตะวันออกกลาง-ออสเตรเลีย”
วันที่ 15 พฤศจิกายน 2566 นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า
จากความกังวลกรณีวอลุ่มการซื้อขายของกลุ่มโปรแกรมเทรดดิ้งที่มีบทบาทมากขึ้นในตลาดหุ้นไทย จนมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนรายย่อยในประเทศนั้น ในมุมมองของตลาดหลักทรัพย์ฯ ขณะนี้กำลังพยายามผลักดันให้สัดส่วนนักลงทุนในตลาดหุ้นไทยมีการกระจายสัดส่วนในลักษณะเท่ากัน ๆ โดยจะต้องมีสัดส่วนนักลงทุนรายย่อยในประเทศ นักลงทุนต่างประเทศ นักลงทุนสถาบันและบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ในสัดส่วน 1 ใน 3
ปัจจุบันนี้จากการตรวจสอบข้อมูล ยอมรับว่าปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและเข้ามาปริมาณมากนั้นคือ นักลงทุนต่างชาติกลุ่มโปรแกรมเทรดดิ้ง ทำให้จะเห็นสัดส่วนของนักลงทุนกลุ่มนี้จะเป็นสัดส่วนใหญ่มากขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่การจะเพิ่มฐานนักลงทุนรายย่อยและสถาบันในประเทศ อาจจะต้องใช้เวลาอยู่พอสมควร
อย่างไรก็ตาม ตลาดหลักทรัพย์ฯพยายามส่งเสริมการสร้างฐานนักลงทุนและจำนวนนักลงทุนใหม่อยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้มีการกระตุ้นเพิ่มฐานนักลงทุนรายย่อยผ่านการออกผลิตภัณฑ์ functional product มีการทำให้การเปิดบัญชีซื้อขายทำได้ง่ายขึ้น และมีออนไลน์เทรดดิ้งแพลตฟอร์ม
“การสร้างฐานนักลงทุนแต่ละประเภทยากง่ายไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นจึงเป็นเหตุที่ตอนนี้เกิดความไม่สมดุลขึ้น จึงเป็นสิ่งที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในตลาดทุน หาวิธีว่าจะทำอย่างไรจะโปรโมตให้นักลงทุนในประเทศมีสัดส่วนที่มากขึ้นให้ได้” นายภากรกล่าว
ปัจจุบันยอมรับว่าการเพิ่มฐานนักลงทุนรายย่อยใหม่ ๆ จะต้องเพิ่มขึ้นให้ได้ปีละ 5-7 แสนราย ถึงจะทัดเทียมเท่าทันกับการซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาอย่างรวดเร็วให้ได้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นโจทย์สำคัญมากที่ตลาดหลักทรัพย์ฯต้องหาวิธีดำเนินการ
ส่วนแผนการจัดโรดโชว์ต่อนักลงทุนนั้น ภาวะตลาดตอนนี้ถือว่ามีความสำคัญต่อการสร้างความเชื่อมั่นต่อตลาดทุนไทยอย่างมาก และมีหลายสิ่งที่ตลาดหลักทรัพย์ฯจะต้องทำเพิ่มขึ้น โดยตามแผนเบื้องต้นจะมีการจัดโรดโชว์พิเศษที่ออกมาเสริม
ซึ่งตอนนี้อยู่ในช่วงการพิจารณา ซึ่งมีความพร้อมในการจัดโรดโชว์ช่วงปลายปี 2566 ทันที ขณะที่ในปี 2567 มีความมุ่งหวังจะออกไปโรดโชว์ต่างประเทศในตลาดใหม่ นั่นคือ กลุ่มประเทศตะวันออกกลางและออสเตรเลีย
โดยสำหรับแผนการจัดโรดโชว์ในปัจจุบันนั้นจะมีอยู่ทั้งหมด 3 แบบ คือ 1.จัดงาน Thailand Focus ในประเทศไทย เป็นประจำทุกปี ช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน ส.ค. ซึ่งเป็นงานใหญ่ที่สุดของตลาดหลักทรัพย์ฯ และ
2.การออกไปร่วมโรดโชว์ในต่างประเทศกับบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ตามเมืองใหญ่สำคัญ ๆ อาทิ ลอนดอน, นิวยอร์ก, สิงคโปร์ และฮ่องกง และ 3.ออกไปโรดโชว์ของตลาดหลักทรัพย์ฯเอง
“สะท้อนให้เห็นว่าแผนการโรดโชว์ของตลาดหลักทรัพย์ฯมีความครบถ้วน และมีการเตรียมการล่วงหน้าเป็นปี ๆ” ผู้จัดการตลาดหุ้นไทยกล่าว