กอบศักดิ์เปรียบตลาดทุนไทย “ล่องแก่งมรณะ” 3 ปีข้างหน้า เจอโจทย์ยาก

กอบศักดิ์ ภูตระกูล เสวนา SEC 2024
ภาพจาก Facebook สำนักงาน กลต.

กอบศักดิ์ ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปรียบตลาดทุนไทย “ล่องแก่งมรณะ” 3 ปีข้างหน้า เจอโจทย์ยาก ลุยผนึกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน ตั้งทีมนัดวิเคราะห์ลุยวิเคราะห์หุ้นเล็ก แก้เกมปั่นหุ้น-ปิดจุดมืดตลาดทุน

วันที่ 7 ธันวาคม 2566 ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กล่าวว่า ภาพตลาดทุนในอีก 3 ปีข้างหน้าผมมองว่าภาพตลาดทุนจะไม่เปลี่ยนไปจากเวลานี้ที่ยังความผันผวน เนื่องจากเห็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ตั้งแต่การถูกเทคโนโลยีดิสรัปชั่น ที่ทำให้หลาย ๆ บริษัทหายไป ตามมาด้วยเรื่องเศรษฐกิจไทยแข่งขันได้ไม่เต็มที่

และเรื่องผลกระทบภูมิรัฐศาสตร์ ที่วันนี้เกิดขึ้นทั้งในยุโรป ตะวันออกกลาง จีนกับสหรัฐ ที่สร้างความหนักใจ แม้กระทั่งภาวะโลกร้อน ทั้งหมดนี้เป็นสัญญาณที่ชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่าตลาดทุนกำลังถูกดิสรัปทีฟ เหมือนเราล่องแก่ง-ล่องแม่น้ำ เคยล่องสบาย ๆ มานาน

ตอนนี้เรากำลังเข้า “แก่งมรณะ” คือจะยากขึ้นเรื่อย ๆ หมายถึงความเป็นความตายของบริษัทของหน่วยงานต่าง ๆ แม้กระทั่งของประเทศ ซึ่งเมื่ออยู่ในโค้งสำคัญลักษณะนี้ มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการต้องตัดสินใจ

และเพื่อฟื้นฟูความไว้วางใจของตลาดทุนไทย (Restore Trust) กลับมาโดยเร็ว ทางเฟทโก้และสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) ได้หารือร่วมกันว่าจะจัดตั้งทีมนักวิเคราะห์ขึ้นมาประมาณ 10 คน เพื่อวิเคราะห์หุ้นขนาดเล็ก (Small Cap) ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นไทยเป็นการเฉพาะ เฟสแรกประมาณ 100-200 บริษัท เพื่อเป็นหูเป็นตาให้กับพี่น้องประชาชน และช่วยปกป้องนักลงทุนรายย่อย

เนื่องจากต้องยอมรับว่าหุ้นขนาดเล็ก ไม่มีวอลุ่มซื้อขาย เป็นจุดอ่อนที่นำไปสู่เรื่องของการปั่นหุ้น ซึ่งสร้างความเสียหายต่อตลาดทุนไทย ดังนั้นแนวทางนี้เชื่อว่าจะช่วยปิดจุดมืดตลาดทุนไทยได้ โดยคาดว่าตั้งแต่ไตรมาส 1/2567 น่าจะออกบทวิเคราะห์ได้

“เมื่อมีบทวิเคราะห์หุ้นขนาดเล็ก เราเชื่อว่าจะทำให้ในมุมของบริษัทต้องโปร่งใส การตกแต่งบัญชีก็จะยาก เพราะมีคนดูข้อมูลอยู่ตลอด จากแต่ก่อนทำอะไรก็ได้ เพราะไม่มีใครตามดู เหมือนเป็นการเปิดไฟสว่าง ขณะเดียวกันสำหรับนักลงทุนก็จะมีข้อมูลที่แท้จริง ซึ่งดูได้ว่าหุ้นตัวนี้เจ้าของคือใคร ผลประกอบการเป็นอย่างไร เชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน” ดร.กอบศักดิ์กล่าว

ทั้งนี้ช่วง 1-2 เดือนนี้ จะส่งเรื่องขอเงินทุนสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (Capital Market Development Fund : CMDF) จำนวน 20 ล้านบาท เนื่องจากค่าตัวของนักวิเคราะห์ต่อคนเป็นหลักแสนต่อเดือน ขณะเดียวกันก็มีความตั้งใจจะนำระบบเอไอมาใช้ทำเรื่องพวกนี้ในระยะยาวมากขึ้นด้วย ซึ่งอาจจะต้องขอเงินทุนเพิ่มในอนาคต

“ต้องยอมรับว่าหลายครั้งที่ผ่านมา เราพยายามสนับสนุนให้ทางบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทำการวิจัยหุ้นขนาดเล็ก ซึ่งแต่ละบริษัทหลักทรัพย์ระบุว่าไม่คุ้มทุน เพราะหุ้นเล็กไม่มีวอลุ่มซื้อขาย ทำให้การวิจัยก็อาจไม่ได้ประโยชน์ แม้จะกดดันไปมากแค่ไหนก็ไม่เกิดขึ้นสักที

จึงเป็นที่มาในการจัดตั้งทีมขึ้นมาในครั้งนี้ โดยปัจจุบันหุ้นในตลาดกว่า 800 บริษัท มีการวิเคราะห์อยู่แค่ 200-300 บริษัท เหลือเกิน 50% ที่ยังไม่มีการวิเคราะห์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหุ้นเล็ก” ดร.กอบศักดิ์กล่าว


“เราจะค่อย ๆ คลีนอัพสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อทำให้ตลาดทุนมีปัญหาน้อยลง ซึ่งหมายความว่ามีความเชื่อมั่นมากขึ้น ซึ่งจะหนุนให้ตลาดทุนไทยมีคุณภาพมากขึ้น ผมคิดว่านั่นคือหัวใจที่เรา Commitment กับนักลงทุนและทุกภาคส่วน”