“ลีสซิ่ง” แห่ซื้อกิจการอาเซียน หนีเกณฑ์เข้ม-ตลาดในประเทศแข่งดุ

ลีสซิ่ง

ธุรกิจเช่าซื้อตบเท้ารุกตลาดอาเซียน กระจายพอร์ตธุรกิจ-สร้างโอกาสเติบโต “TK” ชี้ตลาดในประเทศแข่งดุ-เกณฑ์กำกับเข้ม ธุรกิจต้องหา S-curve ใหม่ ลุย “สปป.ลาว-กัมพูชา” ตั้งเป้าปี’67 สัดส่วนธุรกิจต่างประเทศแตะ 40% ขณะที่ “HENG” ประเดิมเวียดนามประเทศแรก “SCAP” ซื้อกิจการ “กัมพูชา” เล็งเป้าเข้า “เวียดนาม” ต่อ ฟาก “กรุงศรี ออโต้” ดันพอร์ต “KLS” ใน “สปป.ลาว” โตแตะ 2 พันล้าน

นายประพล พรประภา กรรมการและรองผู้จัดการ บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK เปิดเผยว่า การขยายตลาดไปต่างประเทศ ถือเป็น S-curve ใหม่ในการกระจายพอร์ตธุรกิจ เพราะต้องยอมรับว่าตลาดในประเทศแข่งขันมากเกินเหตุ ทำให้ผู้กำกับต้องเข้ามาควบคุมดูแลเข้มงวด และเพดานหั่นดอกเบี้ย ทำให้ตลาดต่างประเทศมีโอกาสเติบโตได้มากกว่า และทุกคนต้องไป

“แต่ก็ต้องบอกว่าตลาดต่างประเทศก็ไม่ง่าย มีหลักเกณฑ์เหมือนกัน ซึ่งการไปเราคงเห็นการร่วมมือ หรือการเข้าไปซื้อหุ้น จะขยายธุรกิจได้รวดเร็วกว่า”

ประพล พรประภา
ประพล พรประภา

ปัจจุบัน TK มีธุรกิจในต่างประเทศด้วยกัน 2 ประเทศ ได้แก่ สปป.ลาว และกัมพูชา โดยมียอดสินเชื่อคงค้าง 9 เดือนแรกในปี 2566 อยู่ที่ราว 1,500 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนสินเชื่อประมาณ 35% ของยอดสินเชื่อรวมทั้งหมด และสินเชื่อในประเทศที่เหลือ 65%

ทั้งนี้ คาดว่าภายในปี 2567 สัดส่วนสินเชื่อในต่างประเทศจะขยับเพิ่มขึ้นเป็น 40% มีพอร์ตสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 1,800 ล้านบาท และสัดส่วนในประเทศเหลือ 60%

นายประพลกล่าวว่า ใน สปป.ลาว TK มีสาขา 6 แห่ง ครอบคลุมเกือบทุกจังหวัด จึงไม่ได้มีแผนขยายสาขาเพิ่มเติมแต่อย่างใด โดยบริษัทตั้งเป้าการเติบโตสินเชื่อในปี 2567 ค่อนข้างทรงตัวอยู่ที่ราว 130 ล้านบาท ขณะที่ประเทศกัมพูชายังคงขยายการเติบโตต่อเนื่อง มีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 12 แห่ง

โดยในปี 2567 บริษัทตั้งเป้าเติบโตสินเชื่อ 10% มียอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ราว 1,600 ล้านบาท จากปี 2566 คาดว่าพอร์ตจะจบอยู่ที่ราว 1,400-1,500 ล้านบาท

นายวิชัย ศุภสาธิตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฮงลิสซิ่ง แอนด์ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ HENG กล่าวว่า หลังจากบริษัทเข้าซื้อกิจการ S68 Capital Investment LLC ผู้ดำเนินธุรกิจโรงรับจำนำในประเทศเวียดนามจากผู้ถือหุ้นเดิมในสัดส่วนราว 75% นั้น

ปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย โดยเข้าซื้อกิจการเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว ขยายบริการให้สินเชื่อไปยังอาเซียนเริ่มจากเวียดนาม

ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อภายใน 5 ปี (ปี 2567-2571) ที่ราว 1,000 ล้านบาท โดยจะมุ่งเน้นธุรกิจจำนำรถจักรยานยนต์และรถยนต์ เนื่องจากมีผลตอบแทน (yield) เฉลี่ย 50-70% และมีศักยภาพในการเติบโต โดยในส่วนของการบริหารลูกหนี้และการอนุมัติสินเชื่อจะมีพันธมิตร (partner) และผู้เชี่ยวชาญในเวียดนามให้คำปรึกษา

“นอกจากเวียดนามเราอยู่ระหว่างการพิจารณาและศึกษาโอกาสทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยธุรกิจในประเทศยังคงมีโอกาส และเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่เราเล็งเห็นโอกาสและจังหวะการลงทุนในต่างประเทศ เพื่อเพิ่มความหลากหลายทางธุรกิจ อย่างไรก็ดี ธุรกิจหลักยังคงเป็นกิจการในประเทศ”

 

นายวิชิต พยุหนาวีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน) หรือ SCAP กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ บริษัทเข้าซื้อกิจการบริษัท สวัสดิ์ รุ่งเรือง ไฟแนนซ์ (กัมพูชา) และทดลองดำเนินธุรกิจมา 1 ปี ถือว่าค่อนข้างดีทั้งในแง่คุณภาพสินเชื่อและอัตราผลตอบแทน โดยในปี 2567 บริษัทจะขยายสาขาเพิ่มอีก 3-4 แห่ง จากตอนนี้มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงพนมเปญ

ปัจจุบันบริษัทปล่อยสินเชื่อในกัมพูชาแล้ว 60-70 ล้านบาท มีฐานลูกค้าราว 1 หมื่นราย เฉลี่ย 5-6 หมื่นบาท/ราย โดยความสามารถในการชำระหนี้ดี ประกอบกับดีลเลอร์ไม่กดดันให้เร่งปล่อยสินเชื่อมากนัก ทำให้การควบคุมคุณภาพค่อนข้างดี โดยที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 30% สูงกว่าในไทย ขณะที่คู่แข่งในกัมพูชามีผู้ประกอบการทั้งบริษัทท้องถิ่นและต่างชาติรวมประมาณ 10 ราย

“การขยายไปต่างประเทศ เพราะในไทยมีภาครัฐควบคุมและโอกาสในการสร้างกำไรค่อนข้างจำกัด แต่ตลาดต่างประเทศยังมีโอกาสมากพอ ซึ่งเราเป็นบริษัทจดทะเบียนจำเป็นต้องหา growth ใหม่ ๆ โดยเราดูตลาดกัมพูชามาเกือบ 3 ปีแล้ว แต่เกิดโควิดจึงชะลอแผนไป

แต่กระทั่งเมื่อปลายปีก่อน เราจึงค่อย ๆ ทดสอบตลาด โดยในปี 2567 เราจะลุยเต็มที่ และระหว่างนี้ ก็ศึกษาตลาดอื่นไว้ด้วย ซึ่งที่มีความเป็นไปได้ คือเวียดนาม เพราะบริษัทแม่เรามีธุรกิจอยู่ และตลาดรถจักรยานยนต์ในเวียดนามโตได้ดีเฉลี่ย 4-5 ล้านคัน เทียบกับไทยอยู่ที่ 1.5 ล้านคัน จึงเป็นโอกาส”

นายคงสิน คงคา ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ที่ผ่านมา มีธุรกิจเช่าซื้อหลายบริษัทเข้าไปลงทุน หรือซื้อกิจการในอาเซียนมากขึ้น เพื่อสร้างศักยภาพการเติบโตใหม่ ส่วนหนึ่งจากแนวโน้มเศรษฐกิจอาเซียนที่มีอัตราการเติบโตค่อนข้างสูง (GDP) เมื่อเทียบกับ GDP ของไทยที่โตเฉลี่ยแค่ 2-3%

สำหรับ “กรุงศรี ออโต้” จะใช้กลยุทธ์ในการขยายไปพร้อมกับบริษัทแม่ มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) ทั้งในอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม หรือกัมพูชา เป็นต้น โดยสนับสนุนผลิตภัณฑ์ทางการเงิน และพนักงาน ไม่ได้เข้าไปลงทุนโดยตรง

แต่ก็มีใน สปป.ลาว ที่บริษัทลงทุนโดยตรงภายใต้ “บริษัท กรุงศรี บริการเช่าสินเชื่อ จำกัด (สปป.ลาว)” หรือ KLS ซึ่งได้ผลตอบรับค่อนข้างดี และเป็นแบรนด์ที่รู้จักของคนในประเทศ ปัจจุบันมีพอร์ตสินเชื่อคงค้างเกือบ 2,000 ล้านบาท


“ในปี 2567 เรายังขยายการเติบโตของ KLS ต่อเนื่อง แต่การเติบโตอาจจะไม่ได้หวือหวา เนื่องจากการขยายธุรกิจจะต้องสอดคล้องกับภาพรวมเศรษฐกิจและความเสี่ยงประเทศนั้น ๆ ด้วย”