ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดข้อมูลหุ้น SABUY โต้ข่าวลือ Naked Short Selling

SABUY สบาย เทคโนโลยี

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดข้อมูลหุ้น SABUY โต้ข่าวลือ Naked Short Selling ตรวจสอบข้อเท็จจริง “อานนท์ชัย วีระประวัติ” ผู้ขายมีหุ้นในครอบครองก่อนขายในจำนวนที่มากกว่าจำนวนที่ขาย โดยรับโอนมาก่อนส่งคำสั่งขาย ตลาดหลักทรัพย์ฯได้รับหลักฐานแล้ว ย้ำหากพบกระทำผิด-เข้าข่ายฝ่าฝืนจะมีบทลงโทษทางวินัย

วันที่ 14 ธันวาคม 2566 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏข่าวจากสื่อรายหนึ่งวันนี้ (14 ธ.ค.) โดยมีเนื้อหาระบุ “บจ.รายหนึ่งพบหลักฐานการทำ Naked Short Selling หลังปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น พบหุ้นของผู้ถือหุ้นรายหนึ่งหายไปรวม 20 ล้านหุ้น โดยไม่ได้ให้ยืมหุ้น” ตลาดหลักทรัพย์ฯขอแจ้งผลการตรวจสอบดังนี้

1.จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง ไม่พบว่าเป็นธุรกรรม Naked Short Selling เนื่องจากผู้ขายมีหุ้นในครอบครองก่อนขายในจำนวนที่มากกว่าจำนวนที่ขาย โดยได้รับโอนมาก่อนส่งคำสั่งขาย ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯได้รับหลักฐานจากผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว

2.เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2566 บจ.รายดังกล่าวได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯเรื่อง “แจ้งการมีผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่” โดยมีการเปลี่ยนแปลงการถือครองหุ้นที่สอดคล้องกับธุรกรรมตามข้อ 1

ทั้งนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯได้มีการตรวจสอบการทำธุรกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยได้เน้นย้ำมาตรฐานการกำกับดูแลการดำเนินงานของผู้ที่เกี่ยวข้องในตลาดทุน เพื่อป้องกันไม่ให้มีการกระทำที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ หากพบการกระทำผิด หรือเข้าข่ายฝ่าฝืนซึ่งไม่เป็นไปตามข้อบังคับ จะมีบทลงโทษทางวินัยต่อไป

โดยตลาดหลักทรัพย์ฯได้เปิดเผยหนังสือของ บมจ.สบาย เทคโนโลยี (SABUY) เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2566 ที่ระบุว่าตามที่บริษัทได้รับรายงานจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทเกี่ยวกับการทำธุรกรรมซื้อขายหุ้น

โดยนายอานนท์ชัย วีระประวัติ ได้มีการโอนขายหุ้นจำนวน 20.585 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 1.11 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงภายหลังการหักหุ้นซื้อคืนแล้ว ให้กับ GEM Global Yield LLC SCS (GEM) ซึ่งเป็นกองทุนจากประเทศสหรัฐอเมริกา

ทั้งนี้รายงานโครงสร้างการถือหุ้นรายใหญ่ของ SABUY ภายหลังการเข้าทำรายการ พบว่า นายอานนท์ชัย วีระประวัติ คงเหลือถือหุ้น SABUY จำนวน 227,815,000 หุ้น คิดเป็น 12.30%

สำหรับ GEM เป็นกองทุนที่ก่อตั้งในปี 2534 มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ด้วยมูลค่าขนาดการลงทุน 3,400 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 122,400 ล้านบาท โดย GEM ได้บริหารการลงทุนด้วยเครื่องมือต่าง ๆ ที่หลากหลาย

และที่ผ่านมาได้เข้าลงทุนใน 570 บริษัท ที่ตั้งอยู่ใน 70 ประเทศ ใน 5 ทวีป โดยเน้นให้ความสำคัญกับตลาดเกิดใหม่ นอกเหนือจากการลงทุนในบริษัทที่น่าสนใจในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และตะวันออกกลาง

สำหรับเอเชีย GEM ยังได้เข้ามาลงทุนในบริษัทในประเทศต่าง ๆ อาทิ จีน สิงคโปร์ อินเดีย และเกาหลีใต้ ในบริษัทที่มีธุรกิจที่น่าสนใจและมีศักยภาพสูง เช่น Changing World Technologies Inc. ดำเนินการเปลี่ยนของเหลือทิ้งจากอาหารให้เป็นน้ำมันดีเซลที่นำกลับมาหมุนเวียนใช้ได้ (Renewable Diesel Oil)

Neos Ocular (เทคโนโลยีด้านเลเซอร์เพื่อการแก้ไขสายตายาวจากความสูงวัย) Ansen Electronic (บริษัทผู้ผลิตอิเล็กทรอนิกส์ในฮ่องกง ที่ทำทั้ง ODM พัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนเองเพื่อลูกค้า และ OEM รับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์ตามคำสั่งการผลิตผลิตภัณฑ์ของลูกค้า)


Willard Marine Inc (ผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ในกองทัพเรือ หน่วยนาวิกโยธิน และหน่วยลาดตระเวนชายฝั่งของสหรัฐ) รวมไปถึง Energy Exploration Technologies Inc. (เทคโนโลยีด้านแบตเตอรี่และลิเทียม)