หุ้นไทยแกว่ง 1,395-1,415 จุด วอลุ่มบาง-กองทุน TESG ยังไม่ปัง

หุ้นไทย

บล.กรุงศรีพัฒนสินฯ ประเมินตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวกรอบ 1,395-1,415 จุด แม้ได้แรงหนุนคาดเฟดเริ่มลดดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือน มี.ค. 2567 แต่ช่วงปลายปีวอลุ่มซื้อขายที่ค่อนข้างบาง-ฟันด์โฟลว์ต่างชาติ กองทุน TESG ยังไม่ปัง มียอดขาย IPO เพียง 1.2 พันล้านบาท คิดเป็น 12% จากเป้าหมายรวม

วันที่ 22 ธันวาคม 2566 บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรีพัฒนสินฯ รายงานว่าตลาดหุ้นไทยเมื่อวานนี้ (19 ธ.ค.) ดัชนี SET Index เพิ่มขึ้น 4 จุด (+0.32%) ปิดที่ระดับ 1,405 จุด นักลงทุนยังเข้าซื้อเก็งกำไรหุ้นที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาลง อาทิ อิเล็กทรอนิกส์, ไฟแนนซ์ และโรงไฟฟ้า แต่ดัชนีปรับขึ้นจำกัด เนื่องจากมีแรงเทขายหุ้นกลุ่ม ปตท. คอยกดดัน

ส่วนแนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ประเมิน SET แกว่งตัวกรอบ 1,395-1,415 จุด แม้ดัชนีจะยังคงได้แรงหนุนจากคาดการณ์ FED จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือน มี.ค. 2567 หลัง GDP ไตรมาส 3/66 ของสหรัฐขยายตัวต่ำกว่าคาด รวมถึงเม็ดเงิน RMF SSF TESG ในช่วงท้ายปี อย่างไรก็ตามวอลุ่มซื้อขายที่ค่อนข้างบางรวมถึงฟันด์โฟลว์ต่างชาติที่ชะลอตัวจะกดดันให้ดัชนีผันผวน

ประเด็นสำคัญคือ 1.กองทุน TESG ยังไม่ปัง มียอดขาย IPO เพียง 1.2 พันล้านบาท คิดเป็น 12% จากเป้าหมายรวม โดยจากการรวบรวมข้อมูลการเปิดขาย IPO ของกองทุนลดหย่อนภาษี Thai ESG Fund ในช่วงวันที่ 8-20 ธ.ค. ที่ผ่านมา จำนวน 24 กองทุน มียอดขายรวมเพียง 1.2 พันล้านบาท คิดเป็น 12.2% ของเป้าปีนี้ที่ภาครัฐตั้งไว้ 1 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นกองทุนหุ้น 899 ล้านบาท พันธบัตร 130 ล้านบาท และกองทุนผสม 189 ล้านบาท

2.ดาวโจนส์ฟื้นตัวยังคาดหวังเฟดลดดอกเบี้ยหลัง GDP ไตรมาส 3/66 ของสหรัฐไม่ได้ร้อนแรงเกินไป โดยดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 322.35 จุด (+0.87) ปิดที่ 37,404 จุด หลังสหรัฐปรับลดตัวเลข GDP ในการประกาศครั้งที่ 3 ลงเหลือขยายตัว 4.9% จาก 5.2% ในประมาณการครั้งที่ 2 และต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 5.2%

ปัจจัยนี้เพิ่มความมั่นใจให้กับตลาดว่าเฟดจะเริ่มลดอกเบี้ยตั้งแต่เดือน มี.ค.ปีหน้า


3.คืนนี้ติดตามตัวเลข PCE Price Index เดือน พ.ย. เพื่อชี้วัดทิศทางเงินเฟ้อและดอกเบี้ยของสหรัฐ เบื้องต้น Consensus คาด Headline PCE เดือน พ.ย. จะลดลงสู่ระดับ 2.8% จาก 3% ในเดือน ต.ค. และคาด Core PCE จะลดลงสู่ระดับ 3.3% จาก 3.5% ในเดือน ต.ค. (หาก PCE ลดลงต่ำกว่าที่คาด เฟดจะคงดอกเบี้ยระดับสูงเป็นเวลานานกดดันเซนติเมนต์ตลาด)