หุ้นไทยอ่อนตัว 1,390-1,395 จุด กังวลเฟดคงดอกเบี้ยสูงนาน บอนด์ยีลด์พุ่ง

หุ้น

บล.กรุงศรีพัฒนสินฯ ประเมินตลาดหุ้นไทยวันนี้ อ่อนตัวแนวรับ 1,390-1,395 จุด จากความไม่แน่นอนทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐ ล่าสุด Fedwatch tool ลดโอกาสปรับลดดอกเบี้ยสำหรับการประชุม FED เดือน มี.ค. ส่งผลบอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่งขึ้นเหนือ 4% เงินดอลลาร์แข็งค่า เป็นลบต่อฟันด์โฟลว์และภาวะการลงทุน ดาวโจนส์ปิดลบ 232 จุด กังวลเฟดคงดอกเบี้ยสูงนาน

วันที่ 17 มกราคม 2567 บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรีพัฒนสินฯ รายงานว่า ตลาดหุ้นวานนี้ SET Index ลดลง 5 จุด (-0.38%) ปิดที่ระดับ 1,402 จุด จากแรงขายหุ้นในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์, โรงไฟฟ้า และไฟแนนซ์ หลังบอนด์ยีลด์สหรัฐอายุ 10 ปี กลับมาเพิ่มขึ้นสูงกว่าระดับ 4% อีกครั้ง

ส่วนแนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ประเมิน SET อ่อนตัวแนวรับ 1,390-1,395 จุด จากความไม่แน่นอนในทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐ โดยล่าสุด Fedwatch tool ลดโอกาสในการปรับลดดอกเบี้ยสำหรับการประชุม FED เดือน มี.ค. ส่งผลให้บอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่งขึ้นเหนือ 4% และเงินดอลลาร์แข็งค่า ซึ่งเป็นลบต่อฟันด์โฟลว์และภาวะการลงทุน ดังนั้นจึงยังคงแนะนำเลือกซื้อกลุ่มที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวต่อไป

ประเด็นสำคัญวันนี้คือ 1.กลุ่มท่องเที่ยว มีสัญญาณบวกจำนวนนักท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัวในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวฯ รายงานจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประจำสัปดาห์ (8-14 ม.ค.) เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 6.9 แสนคน หรือเพิ่มขึ้น 14.75% WOW จากการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวจากประเทศต่าง ๆ อาทิ จีน เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.04 แสนคน เพิ่มขึ้น 27.75% WOW ตามด้วยมาเลเซีย และเกาหลีใต้ เพิ่มขึ้น 27% และ 23% ตามลำดับ

2.ดาวโจนส์ปิดลบ 232 จุด กังวลเฟดคงดอกเบี้ยสูงนาน โดยดาวโจนส์ปิดที่ 37,361.12 จุด ลดลง 231.86 จุด หรือ -0.62% จากกังวลเฟดคงดอกเบี้ยสูงนานหนุนบอนด์ยีลด์สหรัฐ 10 ปี กลับมาพุ่งสูงเกินระดับ 4%

และผิดหวังงบกลุ่มธนาคารหลังมอร์แกน สแตนลีย์ รายงานกำไรต่อหุ้นในไตรมาส 4/2566 อยู่ที่ 0.85 ดอลลาร์ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.01 ดอลลาร์

3.วันนี้ติดตามรายงานตัวเลขเศรษฐกิจจีน โดยเฉพาะการประกาศ GDP ไตรมาส 4/2566 เบื้องต้น Consensus คาดขยายตัว 5.3% จากไตรมาส 3/2566 ที่ขยายตัว 4.9% ทำให้ทั้งปี คาดว่าจะขยายตัว 5.25% ใกล้เคียงกับเป้าหมายของทางการจีนที่ 5%

นอกจากนี้ยังมีตัวเลขเศรษฐกิจอื่น ๆ ให้ติดตาม อาทิ รายงานตัวเลขยอดค้าปลีก, ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และด้ชนีราคาบ้านประจำเดือน ธ.ค. 2566

กลยุทธ์การลงทุนแนะนำซื้อ PTTEP, RCL อานิสงส์ความไม่สงบในทะเลแดง CPF, BTG, TFG รัฐบาลหารือผู้ประกอบการค้าปลีกในการช่วยพยุงราคาหมู

WHA, AMATA, CBG, TU, ITC, AUCT, PLANB, SABINA แนวโน้มกำไรไตรมาส 4/2566 เติบโต

หุ้นเด่นวันนี้

LH (ปิด 7.95 บาท ซื้อ/เป้า IAA Consensus 9.40 บาท) ตั้งเป้าเปิดโครงการใหม่ 11 โครงการ มูลค่า 3 หมื่นล้านบาท (โครงการเดิมปี 2566 ยกมา 6.8 หมื่นล้านบาท) คาดสร้างยอดขายปีนี้ 3.1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% YOY และคาดว่าจะโอนและรับรู้รายได้ประมาณ 2.8 หมื่นล้านบาท เติบโต 40% YOY คาดมีปันผลครึ่งปีหลัง ประมาณ 0.3-0.4 บาทต่อหุ้น ให้ dividend yield ที่ระดับ 4-5%


และ SABINA (ปิด 27.25 บาท ซื้อ/เป้า 33 บาท) คาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/2566 ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 122 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% QOQ และ 15% YOY จากยอดขายที่เพิ่มขึ้นตาม High season ของธุรกิจ แนวโน้มไตรมาส 1/2567 โตต่อเนื่องจากผลบวกของมาตรการ Easy e-Receipt มีนโยบายจ่ายปันผล 100% ให้ Dividend yield ที่ระดับ 5-6% ต่อปี