หุ้นกู้ออกใหม่แตะ 1 ล้านล้าน จับตาไฮยีลด์บอนด์ ครบดีลแสนล้าน

หุ้นโรงไฟฟ้า

สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย คาดปี 2567 ยอดหุ้นกู้ออกใหม่ 9 แสนล้านบาท ไปจนถึงแตะ 1 ล้านล้านบาท ไฮยีลด์ครบดีล 9.9 หมื่นล้าน จับตากลุ่ม “อสังหาฯ-ไฟแนนซ์” ชี้สภาพตลาดหุ้นกู้อยู่ในโหมด “ระมัดระวัง” คาด กนง.ลดดอกเบี้ยปีนี้ 1-2 ครั้งช่วงครึ่งปีหลัง รวมกันไม่เกิน 0.5%

วันที่ 10 มกราคม 2566 นางสาวอริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยว่า ในปี 2567 ประมาณการยอดการออกตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะยาว (หุ้นกู้) จะอยู่ที่ 9 แสนล้านบาท และมีโอกาสแตะ 1 ล้านล้านบาท โดยจะมีหุ้นกู้ครบกำหนดอายุจำนวน 890,908 ล้านบาท มูลค่าประมาณ 791,322 ล้านบาท หรือสัดส่วน 90% เป็นหุ้นกู้ระดับลงทุน (Investment Grade) ซึ่งไม่มีปัญหา สามารถระดมทุนออกหุ้นกู้ใหม่ได้

และบางบริษัทขนาดใหญ่ เช่น บริษัทในเครือ ปตท.อาจจะไม่ออกก็เป็นไปได้ เพราะว่าตอนนี้ดอกเบี้ยค้างอยู่ในระดับสูง แต่แนวโน้มทิศทางดอกเบี้ยมีโอกาสจะลดลง บริษัทขนาดใหญ่เหล่านี้ก็อาจจะรอดูจังหวะดอกเบี้ยลดลงก่อน ประกอบกับมีทางเลือกจากสินเชื่อธนาคารที่ตอนนี้ทราบว่าบางบริษัทขนาดใหญ่ได้รับดอกเบี้ยถูกกว่าการออกหุ้นกู้ด้วยซ้ำ

ไฮยีลด์ครบดีลแสนล้าน

ส่วนที่เหลืออีก 10% มูลค่า 99,586 ล้านบาท เป็นหุ้นกู้เสี่ยงสูง (High Yield) ซึ่งคงจะต้องประเมินและติดตามเป็นรายบริษัท เพราะบางบริษัทแม้จะเป็นผู้ออกไฮยีลด์ แต่มีผลประกอบการที่ดี ก็มีทางเลือกในการออกหุ้นกู้ หรือขอกู้ธนาคารได้อยู่ เพียงแต่ถ้าจะขอกู้ธนาคารจะต้องมีหลักประกัน


จับตาหุ้นกู้ “อสังหาฯ-ไฟแนนซ์”

ทั้งนี้ เซ็กเตอร์ที่จะมีหุ้นกู้ครบกำหนดมากที่สุดในปีนี้คือ 1.กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ มูลค่า 157,449 ล้านบาท 2.กลุ่มไฟแนนซ์ มูลค่า 152,730 ล้านบาท 3.พลังงาน มูลค่า 127,395 ล้านบาท 4.ค้าปลีก มูลค่า 83,216 ล้านบาท 5.ไอซีที มูลค่า 78,130 ล้านบาท ซึ่งไม่ต้องแปลกใจเพราะเป็นเซ็กเตอร์ที่มียอดคงค้างมากที่สุด

“สถิติในอดีตของอัตราการ Rollover จะเฉลี่ยอยู่ประมาณ 60% ปีนี้ก็คาดว่าจะโรลโอเวอร์ราว 5-5.5 แสนล้านบาท และคาดว่าปีนี้จะมีการออกหุ้นกู้ใหม่เพิ่มเติมอีกประมาณ 4-4.5 แสนล้านบาท” นางสาวอริยากล่าว

ตลาดหุ้นกู้อยู่ในโหมด “ระมัดระวัง”

ดร.สมจินต์ ศรไพศาล กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) กล่าวเพิ่มว่า ตอนนี้ไม่ใช่ว่าสมาคมไม่กังวลปัญหาของหุ้นกู้ เพราะสภาพของเศรษฐกิจปัจจุบันเป็นสภาพที่มีความท้าทายมาก เพราะในยามที่อัตราดอกเบี้ยคงอยู่ในระดับสูง และก็มีปัญหาสารพัดกดดัน ไม่ว่าะเป็น Trade War หรือ Real War รวมถึงปัญหาเศรษฐกิจของประเทศที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยด้วย

เพราะฉะนั้น ความท้าทายของตลาดหุ้นกู้มีอยู่ และตลาดก็อยู่ในโหมด  “ระมัดระวังมาก” แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อในตลาดตราสารหนี้ไทยที่มีการเติบโตที่ดีพอสมควร มีมูลค่าคงค้าง 16.5 ล้านล้านบาท คิดเป็น 95% ของจีดีพี และปีที่ผ่านมาขยายตัว 5.4% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน

และเชื่อนักลงทุนพอจะแยกแยะได้ว่า สิ่งที่มีการผิดนัดชำระหนี้เป็นเรื่องเฉพาะของกิจการ เวลาที่จะตัดสินใจลงทุนจึงต้องระมัดระวังขึ้น รวมทั้งการให้ความสำคัญกับการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสมของพอร์ตฟอลิโอของตัวเอง รู้ว่ารับความเสี่ยงในเชิงเครดิตและความเสี่ยงเชิงสภาพคล่องได้มากน้อยแค่ไหน

คาด กนง. ลดดอกเบี้ย ปีนี้ 1-2 ครั้ง 0.5%

ดร.สมจินต์กล่าวอีกว่า สำหรับคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายในปี 2567 น่าจะคงอยู่ระดับ 2.5% ไปอีกระยะหนึ่งจนกระทั่งถึงช่วงเดือน ส.ค. 2567 หรือเดือน ต.ค. 2567 ที่จะเริ่มมีน้ำหนักโดยคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะปรับลดดอกเบี้ยลง 1-2 ครั้ง รวมกันไม่เกิน 0.5%

และคาดการณ์ทิศทางผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (บอนด์ยีลด์) ของไทยรุ่นอายุ 5 ปี และรุ่นอายุ 10 ปี จะปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยเฉลี่ย 5-10 bps จากปลายปี 2566 ตามภาวะเศรษฐกิจไทย จากนั้นคาดว่าบอนด์ยีลด์รุ่นอายุ 5 ปี และรุ่นอายุ 10 ปี จะปรับตัวต่ำลงในช่วงปลายปี 2567 มาอยู่ที่ระดับใกล้เคียงกับปลายปี 2566 จากทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของไทยและสหรัฐเป็นสำคัญ