เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

จิตตะ เวลธ์​ แนะโอกาสลงทุนปี’67 โฟกัสตลาด สหรัฐ-จีน-เวียดนาม

18 ม.ค. 2567 | 17:56น.

จิตตะ เวลธ์ โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ย ปี 2566 กองทุนหุ้นสหรัฐโตโดดเด่น 44.25% มองปี 2567 โอกาสในตลาดหุ้นโลกยังมี หลังเฟดจ่อลดดอกเบี้ย แนะลงทุนตามระดับความเสี่ยงที่รับได้ และ​คว้าโอกาสจากวิกฤต ลงทุนในตลาดหุ้นที่เริ่มฟื้นตัวอย่างจีน-เวียดนาม 

วันที่ 18 มกราคม 2567 นายตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ จัดการกองทุน จิตตะ เวลธ์ จำกัด (บลจ.) สตาร์ตอัพสัญชาติไทย ที่มีจํานวนกองทุนส่วนบุคคลภายใต้การบริหารมากที่สุดในประเทศ เปิดเผยว่า ปี 2566 ภาพรวมการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เผชิญแรงกดดันจากหลากหลายปัจจัย แต่หลายตลาดก็ยังสร้างผลตอบแทนได้ดี โดยดัชนี S&P500 ปรับเพิ่มขึ้น 24.73% ฟื้นตัวจากปีก่อนหน้า ที่ได้รับแรงกดดันจากการปรับขึ้นดอกบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ

จึงส่งผลดีต่อกองทุน Jitta Ranking ​หุ้นสหรัฐ ในปี 2566 ให้ได้รับผลตอบแทนที่ดีไปด้วย โดยผลตอบแทนเฉลี่ยของกองทุนส่วนบุคคล Jitta Ranking ​หุ้นสหรัฐ ระหว่างวันที่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค. 66 สูงถึง 44.25% พิสูจน์ได้ถึงการทำงานของอัลกอริทึมของ Jitta Wealth และการลงทุนในช่วงวิกฤต จะให้ผลตอบแทนที่โดดเด่นตามมา

“ในปี 2565 ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลดลง ทำให้นักลงทุนเทขายหุ้นออกมา ด้วยความกังวล เป็นโอกาสที่ AI ของ Jitta Wealth สามารถเข้าไปเก็บหุ้นดีราคาถูกได้จำนวนมาก และเมื่อตลาดฟื้นตัวในปี 2566 จึงเห็นว่าผลตอบแทนกลับมาเติบโตเหนือกว่าดัชนี”

ส่วนกองทุนประเภท Thematic ที่ลงทุนตามเทรนด์แห่งโลกอนาคต ก็สร้างผลตอบแทนได้ดีในปีที่ผ่านมา โดย Thematic Optimize สร้างผลตอบแทนเฉลี่ยที่ 15.27% และ Thematic DIY สร้างผลตอบแทนเฉลี่ย 9.28% ขณะที่กองทุนที่มีการกระจายสินทรัพย์การลงทุนทั่วโลกอย่าง Global ETF แผนเติบโตก็สามารถสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยได้ถึง 15.37%

สำหรับมุมมองการลงทุนในปี 2567 นี้ นายตราวุทธิ์กล่าวว่า Jitta Wealth ยังมีมุมมองบวกต่อตลาดหุ้นโลกที่สามารถสร้างผลงานได้ดีในปีที่ผ่านมาและน่าจะต่อเนื่องได้ในปีนี้ แม้ว่าการที่เฟดส่งสัญญาณที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง

แต่เศรษฐกิจสหรัฐที่เผชิญแรงกดดันจากดอกเบี้ยที่สูงมานาน 18 เดือนตั้งแต่ช่วงมีนาคม 2565 ซึ่งอัตราดอกเบี้ยที่ถูกคงไว้ในระดับสูงเป็นเวลานาน (Higher for longer) นี้อาจจะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ Mild Recession ได้ก็ตาม แต่เชื่อว่าตลาดหุ้นสหรัฐได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในปีที่ผ่านมา ดังนั้นปีนี้จะมีโอกาสที่จะปรับขึ้นมากกว่า

ขณะเดียวกันแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดจะทำให้เม็ดเงินลงทุนโยกย้ายจากสินทรัพย์ปลอดภัยมาสู่สินทรัพย์ที่เสี่ยงสูงขึ้น ทำให้ตลาดหุ้นจะกลับมาน่าสนใจ มากขึ้น โดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) อย่างไรก็ตาม แม้ดอกเบี้ยจะเข้าสู่ขาลง แต่การลงทุนในตราสารหนี้ก็ยังให้ผลตอบแทนที่ดี สำหรับนักลงทุนที่ไม่ต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากนัก เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับที่สูง

ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนในปี 2567 นี้ Jitta Wealth ยังคงแนะนำให้จัดพอร์ตการลงทุน ให้สอดคล้องกับทิศทางตลาดและความเสี่ยงที่รับได้ โดยนักลงทุนที่รับความผันผวนได้สูงและคาดหวังผลตอบแทนที่สูงในระยะ 1-3 ปีข้างหน้า​ สามารถเลือกลงทุนใน Jitta Ranking ประเทศจีน เวียดนาม ที่ตลาดหุ้นได้ปรับตัวลดลงมามากแล้วในช่วงก่อนหน้านี้

และมีโอกาสปรับเข้าสู่ขาขึ้นได้ในอนาคตอันใกล้ สอดคล้องกับหลักการลงทุนแบบเน้นคุณค่า (VI) ที่เน้นการเลือกลงทุนในหุ้นดีราคาถูก ซึ่ง AI ของ Jitta Wealth มีการคัดเลือกหุ้นคุณภาพดีราคาเหมาะสมไว้อยู่แล้ว หากดัชนีตลาดยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงมากนักจะยิ่งเป็นโอกาสในการลงทุนเพื่อรับผลตอบแทนที่สูงในอนาคต

“ในการลงทุนระยะยาว เราพิสูจน์มาแล้วว่า หากลงทุนในช่วงวิกฤตจะสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่า 2 เท่า เหมือน Jitta Ranking หุ้นสหรัฐ ในปีที่ผ่านมา ดังนั้นการลงทุนในตลาดหุ้นที่กำลังกลับมาเป็นขาขึ้นอย่างจีนและเวียดนามในเวลานี้ ถือเป็นจังหวะที่เหมาะสมที่สุด”

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนที่ต้องการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคตสามารถลงทุนในกองทุน Thematic DIY หรือ Thematic Optimize ที่ในปีนี้ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจะยังเห็นการเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีขนาดเล็ก

ส่วนนักลงทุนที่รับความผันผวนได้น้อย ต้องการให้พอร์ตเติบโตไปได้เรื่อย ๆ แบบไร้กังวล ควรเลือกลงทุนแบบกระจายสินทรัพย์ทั่วโลกผ่าน Global ETF แต่หากเป็นนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนที่แน่นอนจากอัตราดอกเบี้ยสหรัฐที่ยังคงอยู่ในระดับสูงในปีนี้ สามารถเลือกลงทุนในกองทุนตลาดเงินอย่าง Jitta Money ได้

นอกจากนี้ในจังหวะที่ตลาดผันผวนมากอย่างปีที่ผ่านมา ยิ่งพิสูจน์ได้ ถึงกลยุทธ์การลงทุนแบบถัวเฉลี่ยหรือ DCA ที่ช่วยรับมือความผันผวนได้เป็นอย่างดี กล่าวคือลูกค้าที่ลงทุนใน Jitta Ranking ​หุ้นสหรัฐ และมีการ DCA อย่างต่อเนื่องในปีที่ผ่านมาพบว่ามีผลตอบแทนสูงถึง 52.07% จากค่าเฉลี่ยของพอร์ตที่ 44.25%

เช่นเดียวกับกองทุน Thematic Optimize ที่สร้างผลตอบแทนเฉลี่ยระหว่างวันที่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค. 66 ที่ 15.27% แต่หากลูกค้าที่ใช้กลยุทธ์ DCA จะได้รับผลตอบแทนถึง 37.42% ส่วนกองทุน Thematic DIY สร้างผลตอบแทนเฉลี่ย 9.28% แต่ลูกค้าที่มีการ DCA สามารถสร้างผลตอบแทนได้ถึง 35.90% ทีเดียว พิสูจน์ว่ากลยุทธ์ DCA ที่ช่วยรับมือการลงทุนที่มีความผันผวนได้ดี เพราะการลงทุนอย่างต่อเนื่อง จะยิ่งทำให้พอร์ตไม่ผันผวนและสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยอย่างเห็นได้ชัด

“ปีที่ผ่านมาจะเห็นว่าตลาดการลงทุนทั่วโลกมีความผันผวนสูง เราอาจควบคุมปัจจัยภายนอกไม่ได้ แต่สิ่งที่เราควบคุมได้คือการเลือกสินทรัพย์ที่ดีและ DCA ไปเรื่อย ๆ สม่ำเสมอ อย่างมีวินัย ไม่ว่าตลาดจะขึ้นหรือลง กลยุทธ์ DCA จะช่วยรับมือความผันผวนได้ดี”

“ดังนั้นแม้จะเผชิญกับช่วงที่ตลาดขาลงรุนแรง และพอร์ตลงทุนติดลบ การรักษาวินัยในการ DCA จะช่วยให้เราข้ามผ่านวิกฤตไปได้ และเมื่อเติมเงินเข้าไปจนระยะหนึ่งพอร์ตก็จะเริ่มไม่ติดลบแม้ตลาดยังลบอยู่ก็ตาม ขณะเดียวกันเม็ดเงินที่เพิ่มขึ้น เรายังได้ผลตอบแทนทบต้นไปเรื่อย ๆ อีกด้วย”