เปิดโผ 16 หุ้น SET50 โบรกฯจ่อเพิ่มประมาณการกำไร

หุ้นไทย
ภาพจาก Canva

เอเชียพลัส เปิด 16 หุ้น ใน SET50 ถูกปรับประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ขึ้นเดือน ก.พ.นี้ สร้างผลตอบแทนเฉลี่ยตั้งแต่ต้นเดือน 2.5% หลังเศรษฐกิจไตรมาส 4/66 ออกมาต่ำกว่าคาด เสี่ยงเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 บริษัทหลักทรัพย์เอเชียพลัส รายงานว่า เมื่อวานที่ผ่านมา (19 ก.พ.) สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) รายงานตัวเลข GDP Growth ของไทยปี 2566 อยู่ที่ +1.9%YoY ต่ำกว่าตลาดคาดที่ +2.1%YoY แต่สูงกว่าสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) คาดที่ +1.8%YoY ทำให้เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/66 ออกมา +1.7%YoY (ต่ำกว่าคาด +2.5%YoY) และ -0.6%QoQ (ต่ำกว่าคาด -0.2%QoQ)

โดยภาพรวมในไตรมาส 4/66 ขยายตัวได้ดีกว่าไตรมาสก่อน โดยมีแรงส่งมาจากการลงทุนภาคเอกชน (+5.0%), การบริโภค (+7.4%), การส่งออก (+4.6%), การนำเข้า (3.1%) ขณะที่การเบิกจ่ายของรัฐบาลที่ล่าช้า กดดันให้เกิดการชะลอตัวในการลงทุนภาครัฐ (-20.1%) และการใช้จ่ายภาครัฐ (-3.0%)

ซึ่งหากพิจารณาความเสี่ยงในการเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถอดถอย หรือ Technical Recession (GDP ติดลบต่อกัน 2 ไตรมาส) ถือมีว่าโอกาสเกิดขึ้นน้อย เนื่องจากผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/66 ที่ออกมา -0.6%QoQ ซึ่งทำให้ GDP ไตรมาส 1/67 ควรโตอย่างน้อย ๆ +0.2%YoY เพื่อทำให้รอดพ้นจากภาวะ Technical Recession ซึ่งมีโอกาสสูงที่ GDP ไตรมาส1/67

จะกลับมาเติบโตเด่นเนื่องจากมีปัจจัยหนุนหลัก ๆ มาจากการขยายตัวของการส่งออกสินค้า การขยายตัวในเกณฑ์ดีของการอุปโภคบริโภคผ่านมาตรการ Easy e-receipt บวกกับการฟื้นตัวต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว

ขณะที่หากพิจารณาในมุมของประมาณการ EPS ก็มีการทยอยปรับลงเช่นกัน โดย Bloomberg consensus ปรับลดคาดการณ์กำไรต่อหุ้นปี 2567 (EPS67F) จาก 100 บาท/หุ้น (ในช่วงต้นปี) เหลือ 97.3 บาท/หุ้น ซึ่งจากสถิติในอดีตบ่งชี้ว่าปกติตลาดหุ้นจะเคลื่อนไหวตามการปรับประมาณการ EPS เสมอ

โดยล่าสุดหุ้นใน SET50 ที่ถูกปรับประมาณการลงในเดือนนี้มีอยู่ 34 บริษัท สร้างผลตอบแทนเฉลี่ยตั้งแต่ต้นเดือน +0.9% น้อยกว่า SET Index ที่สร้างผลตอบแทน+1.67% ในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่ง 10 บริษัทที่ถูกปรับประมาณการลงเยอะสุด คือ JMT, BANPU, RATCH, SAWAD, IVL, COM7, BTS, AWC, OSP, TRUE เป็นต้น

ขณะที่หุ้นใน SET50 อีก 16 บริษัท ถูกปรับประมาณการขึ้นในเดือนนี้ และสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยตั้งแต่ต้นเดือน +2.5% ดังนี้

สรุป GDP ไตรมาส 4/66 ออกมาต่ำคาด และเสี่ยงต่อการเกิดภาวะ Technical Recession ในอนาคต ขณะที่ประมาณการ EPS ก็ถูกทยอยปรับลงเช่นกัน ตามกำไรไตรมาส 4/66 ของบริษัทจดทะเบียนที่ต่ำคาด ดังนั้นประเด็นดังกล่าว จะกดดัน SET Index ระยะถัดไป ดังนั้นในเชิงกลยุทธ์การลงทุนยังหาหุ้นที่พอจะแข็งกว่าตลาดได้ นั้นคือ หุ้นใน SET50 ที่ถูกปรับประมาณการขึ้นในเดือนนี้ อาทิ EA, EGCO, TOP, GPSC, TU, CENTEL, PTTGC, BEM, PTTEP, MINT, CPALL, BDMS, KBANK, TTB, JMART, SCC เป็นต้น