เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
Finance ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
HR จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
Tech ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
Finance สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Business DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
Finance กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
Automotive บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
Real Estate ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
World ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
Economic บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
ดูทั้งหมด

ตลท.จัดหนักมาตรการคุม “ชอร์ตเซล-หุ้นร้อน“ เพิ่มโทษปรับ 3 เท่าของกำไร

28 ก.พ. 2567 | 07:00น.
ตลาดหุ้นร่วง-sell sell

ตลาดหลักทรัพย์ฯ จัดหนักมาตรการคุม “ชอร์ตเซล-หุ้นร้อน“ เพิ่มโทษปรับ บล. 3 เท่าของกำไร เตรียมหารือ ก.ล.ต. แก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ เปิดช่องให้มีบทลงโทษกับผู้ลงทุนที่ทำ Naked Short

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 นายรองรักษ์ พนาปวุฒิกุล รองผู้จัดการหัวหน้าสายงานกฎหมาย และหัวหน้ากลุ่มงานเลขานุการองค์กรและกำกับองค์กร ในฐานะโฆษก ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท​.) กล่าวในงาน Press Briefing : เกี่ยวกับมติคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ ในการดำเนินการเพื่อยกระดับความเชื่อมั่นเรื่องชอร์ตเซลและโปรแกรมเทรดดิ้ง รวมถึงมาตรการเพิ่มการเปิดเผยข้อมูลแก่สาธารณชน ว่า

มาตรการของตลาดหุ้นไทยที่ได้รับความเห็นชอบจากบอร์ด ตลท. เมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2567 จะแบ่งตามเป้าหมายที่คาดหวังเป็น 3 กลุ่มหลักคือ 1.มาตรการเกี่ยวกับการลดความผันผวนที่ผิดปกติของราคาหลักทรัพย์ 2.มาตรการเกี่ยวกับการกำกับดูแลพฤติกรรมการซื้อขายที่ไม่เหมาะสม และ 3.มาตรการที่เป็นการเพิ่มความคุ้มครองผู้ลงทุน

โดยกลุ่มแรกที่ทำคือ ทบทวนหลักทรัพย์ที่ Short Sell ได้ ซึ่งหุ้นที่จะทำชอร์ตเซลได้จะต้องมี Turn Over ขั้นต่ำเฉลี่ยย้อนหลัง 12 เดือน ที่อย่างน้อย 2% และเพิ่มขนาดมาร์เก็ตแคปเป็น 7,500 ล้านบาท ซึ่งสูงขึ้นจากเกณฑ์ปัจจุบัน 5,000 ล้านบาท และเพิ่มสภาพคล่องฟรีโฟลต 20% ซึ่งจะทำให้จำนวนหุ้นที่ short sell ได้ลดลงเหลือประมาณ 231 หลักทรัพย์ จากเดิมที่ 292 หลักทรัพย์

และถัดมาจะควบคุมผลกระทบจาก short sell โดยจะเพิ่ม Uptick รายหลักทรัพย์เมื่อราคาปิดลดลง 10% เทียบกับราคาปิดก่อนหน้า เพื่อลดความผันผวนด้านราคา และเพิ่ม Daily short selling Limit รายหลักทรัพย์ที่ x% ของเทรดดิ้งวอลุ่ม (ดูย้อนหลังเฉลี่ย 30 วัน) เพื่อควบคุมปริมาณชอร์ตเซลในแต่ละวัน ทั้งนี้ x% ของเทรดดิ้งวอลุ่ม อยู่ระหว่างศึกษากับบริษัทหลักทรัพย์สมาชิกว่าควรจะกำหนดไว้เท่าไร

ต่อมาคือจะยกระดับการตรวจสอบ โดยจะจัดให้มี Central Platform ในการ check หลักทรัพย์ก่อนขาย เพื่อใช้เป็นแหล่งข้อมูลกลางสำหรับบริษัทสมาชิกและตลาดหลักทรัพย์ฯในการตรวจสอบการมีอยู่ของหลักทรัพย์ของผู้ลงทุนก่อนขาย เนื่องจากมีประเด็นที่เกิดขึ้นว่าผู้ลงทุนบางราย อาจจะไม่มีหลักทรัพย์ในครอบครองและมีการขายหลักทรัพย์นั้นออกมาก่อน

และสุดท้ายการป้องกันราคาผันผวนผิดปกติ โดยเพิ่ม Circuit Breaker รายหุ้นที่บวกลบ 10% ของราคาซื้อขายล่าสุด หรือเรียกว่า Dynamic price band เพื่อไม่ให้ราคาผันผวนเร็วเกินไป และเพิ่มมาตรการจับคู่ซื้อขายครั้งเดียวเมื่อเปิดทำการ (Auction) กรณีหุ้นที่อยู่ในมาตรการกำกับการซื้อขาย

โดยจะจับคู่ซื้อขายวันละ 3 รอบ (pre-open1, pre-open2, pre-close) โดยสุ่มเวลาจับคู่เหมือนหุ้นปกติ และจะมีการเปิดให้ Cancel Order ได้ หรือ Update ราคาที่จะซื้อได้ แต่จะไม่ได้เป็นระบบการซื้อขายด้วยวิธีจับคู่อัตโนมัติ (AOM) ซึ่งจะใช้กับกรณีที่หุ้นมีความผันผวนสูง

นายรองรักษ์กล่าวต่อว่า สำหรับกลุ่มที่สอง จะเพิ่ม Auto Halt รายหุ้นกรณีที่จำนวนหุ้นรวมในคำสั่งมากกว่า x% ของฟรีโฟลต ซึ่งจะเป็นการตอบโจทย์กรณีของหุ้นที่เกิดเหตุเมื่อปี 2565 นั่นคือหุ้น MORE ที่มีการส่งคำสั่งเข้ามาผิดปกติเป็นจำนวนมากก่อนที่จะเปิดตลาด จึงเป็นการป้องกันการจับคู่ของคำสั่งซื้อขายที่อาจผิดปกติในตลาดได้

และกำหนดเวลาขั้นต่ำของออร์เดอร์ก่อนที่จะสามารถยกเลิกคำสั่ง (Minimum Resting Time) เพื่อป้องกันการใส่ถอนคำสั่งถี่เกินไป และจะจัดทำ Central Order Screening เพื่อเป็นระบบกลางในการคัดกรองคำสั่งซื้อขายที่ไม่เหมาะสม รวมทั้งจะมีการเปิดเผยข้อมูลลูกค้าที่ส่งคำสั่งไม่เหมาะสมแก่บริษัทสมาชิกทุกราย เพื่อควบคุมผู้ลงทุนที่มีพฤติกรรมการซื้อขายที่ไม่เหมาะสม และสุดท้ายจะมีการให้ลงทะเบียนสำหรับผู้ใช้ HFT เพื่อให้สามารถติดตามการซื้อขายได้สะดวกยิ่งขึ้น

และกลุ่มที่สาม เพิ่มความโปร่งใสต่อสาธารณชน โดยเพิ่มการเปิดเผยรายงาน Outstanding short Position รายหลักทรัพย์เป็นรายวัน เพื่อให้เห็นว่ามีการชอร์ตมากน้อยแค่ไหน ผู้ลงทุนจะได้มีข้อมูลในการประกอบตัดสินใจ และปรับปรุงการเปิดเผยรายชื่อผู้ถือหุ้นให้ครอบคลุมถึงกรณีการถือในรูปแบบ NVDR ด้วย โดยจะมีการเปิดเผยรายชื่อผู้ถือ NVDR ตั้งแต่ 0.5% แต่ไม่น้อยกว่า 10 ราย เช่นเดียวกับการเปิดเผยรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียน

และถัดมาจะเพิ่มบทระหว่างโทษบริษัทสมาชิกให้สูงขึ้นจากเดิมประมาณ 3 เท่า ซึ่งกรณี Naked short sell โดยการขายหลักทรัพย์โดยที่สมาชิกหรือลูกค้ายังไม่มีหลักทรัพย์นั้นอยู่ในครอบครองและรายงานตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ปัจจุบันกำหนดปรับเท่ากับกำไรที่ได้รับ แต่ต่อไปจะปรับ 3 เท่าของกำไรที่ได้รับ แต่ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท

และการขายหลักทรัพย์โดยที่สมาชิกหรือลูกค้ายังไม่มีหลักทรัพย์นั้นอยู่ในครอบครองและไม่ได้รายงานตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ปัจจุบันกำหนดปรับเท่ากับกำไรที่ได้รับ และปรับเพิ่มอีกไม่เกิน 50,000 บาท แต่ต่อไปจะปรับ 3 เท่าของกำไรที่ได้รับ แต่ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท และปรับเพิ่มอีกไม่เกิน 150,000 บาท

และกรณี Short sell ไม่ปฏิบัติตามเกณฑ์ขายชอร์ตที่ตลาดหลักทรัพย์ฯกำหนด เช่น ขายชอร์ตในหลักทรัพย์ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯกำหนด, ไม่ใส่ Flag “s” ปัจจุบันปรับไม่เกิน 100,000 บาทต่อครั้งแต่ต่อไปจะปรับเป็นไม่เกิน 300,000 บาทต่อครั้ง

“ปัจจุบันขั้นตอนในการออกกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่ในสเต็ปแรกคือเสนอหลักการต่อคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯเพื่อพิจารณาอนุมัติไปแล้ว สเต็ปต่อไปจะต้องไปหารือกับสมาชิก Stakeholders และจัดทำร่างกฎเกณฑ์ และนำไปรับฟังความคิดเห็น (Hearing) และเสนอขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. หลังจากได้รับความเห็นชอบแล้วจึงจะประกาศบังคับใช้กฎเกณฑ์ ทั้งนี้คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ได้ภายในช่วงไตรมาส 2/2567”

อย่างไรก็ตาม บางมาตรการเราอาจจะทำได้ทันที แต่บางมาตรการก็จำเป็นต้องมีการพัฒนาปรับปรุงระบบเพื่อให้รองรับกับเรื่องนี้ ซึ่งก็อาจจะต้องใช้เวลา หากทำได้เราอยากทำให้เร็วที่สุดทุกมาตรการอยู่แล้ว แต่แต่ละมาตรการมีวิธีการและขั้นตอนที่แตกต่างกัน

เช่น อะไรที่เป็นเพียงแก้เกณฑ์ อย่างการปรับคุณสมบัติของหุ้น หรือกรณีการลงโทษปรับ แค่แก้เกณฑ์ตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำเฮียริ่งอันนี้ไม่ต้องไปปรับระบบอะไร อันนี้ทำได้เร็ว แต่หากต้องมีการแก้เกณฑ์และไปปรับระบบ ต้องดูความพร้อมของสมาชิก อันนี้อาจจะต้องใช้เวลาในการดำเนินการ” นายรองรักษ์กล่าว

นอกจากนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯยังเตรียมหารือกับสำนักงาน ก.ล.ต. ในการแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ เพื่อเปิดช่องให้มีบทลงโทษกับผู้ลงทุนที่ทำ Naked Short Selling ได้ ตามความกังวลของบอร์ด ท. เนื่องจากปัจจุบันกฎหมายหลักทรัพย์มีอำนาจแค่ลงโทษได้เฉพาะบริษัทสมาชิกเท่านั้น ซึ่งไม่สามารถลงโทษไปถึงตัวบุคคลได้ จึงทำให้ผู้กระทำความผิดอาจไม่เกรงกลัว อย่างไรก็ตามหากจะสามารถดำเนินการได้ต้องไปแก้กฎหมายหลักทรัพย์ก่อน