Skip to content

ส่องกลุ่ม “หุ้นเอาชนะตลาด” แม้ SET มีแนวโน้มทำจุดต่ำใหม่

08 มี.ค. 2567 | 09:17น.
ส่องกลุ่ม “หุ้นเอาชนะตลาด” แม้ SET มีแนวโน้มทำจุดต่ำใหม่
คอลัมน์ : เติมความคิดพิชิตลงทุน
ผู้เขียน : เอกภาวิน สุนทราภิชาติ 
        บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด

สวัสดีครับ ท่านนักลงทุน SET ในเดือน ก.พ. ฟื้นตัวดีขึ้นบ้างเล็กน้อย โดย SET ปรับขึ้นได้จากแรงหนุนที่ กนง. (คณะกรรมการนโยบายการเงิน) คงดอกเบี้ย ท่ามกลางเงินเฟ้อที่ลดลงต่อเนื่อง แต่มติไม่เอกฉันท์ ทำให้ตลาดคาดว่าอาจจะลดดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไป รวมทั้งกระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้าในภูมิภาค หลังได้อานิสงส์จาก PBOC (ธนาคารกลางจีน) ออกมาตรการกระตุ้นหนุนสภาพคล่อง ทำให้หุ้นไทยที่ยัง Laggards กว่าตลาดหุ้นภูมิภาคฟื้นตัวขึ้นมาได้ที่ 1,370 จุด จากจุดต่ำสุดเมื่อต้นเดือน ก.พ. ที่บริเวณ 1,357 จุด

อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายเดือนมีแรงขายมาอย่างต่อเนื่อง หลังหมดช่วงรายงานผลการดำเนินใน Q4/66 ไปแล้ว ทั้งนี้ SET ในเดือน ก.พ. ต่างชาติพลิกมาซื้อสุทธิเป็นครั้งแรกในรอบ 12 เดือน ที่ 2.86 พันล้านบาท จากเดือนก่อนหน้าที่ขายสุทธิ 3.09 หมื่นล้านบาท ขณะที่ภาพรวมกระแส fund flow ในเดือน ก.พ. ไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกสูงถึง 10.6 พันล้านเหรียญ กล่าวคือ นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ไต้หวัน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย และฟิลิปปินส์ ราว 5.9, 3.4, 0.7, 0.4, 0.2 และ 0.1 พันล้านเหรียญตามลำดับ แต่ขายสุทธิตลาดหุ้นเวียดนามราว 0.1 พันล้านเหรียญ

ด้านแนวโน้ม SET ในเดือน มี.ค. เนื่องจากตลาดยังดูขาดปัจจัยหนุน ทำให้มองกรอบบนถูกจำกัด บริเวณแนวต้าน 1,390-1,410 จุด ในขณะที่มีแนวโน้มปรับตัวลงได้อยู่ โดยคาดเผชิญแรงขายหลังสิ้นสุดการรายงานผลการดำเนินงานไปแล้ว รวมถึงการขึ้นเครื่องหมาย XD

ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศ ยังมีความไม่แน่นอนเรื่องช่วงเวลาในการลดดอกเบี้ยของเฟด (ธนาคารกลางสหรัฐ) ด้านกรอบล่างมีแนวรับบริเวณจุดต่ำเดิม 1,350-1,360 จุด ซึ่งดัชนีมีความเสี่ยงในการทำจุดต่ำใหม่ได้อยู่ โดยมีแนวรับถัดไปที่ 1,330 และ 1,300 จุด ตามลำดับ

ทั้งนี้ แม้ SET ยังดูมีแนวโน้มไม่ค่อยดี อย่างไรก็ตาม มองว่ากลยุทธ์ Selective Buy ในกลุ่มหุ้นที่มีปัจจัยเด่นเฉพาะ จะช่วยสร้างผลตอบแทนให้ดีกว่าตลาดได้ โดยแนะนำกลุ่มหุ้นใน 4 ธีมหลัก ดังนี้

1) หุ้นเก็งกำไรจากแรงซื้อกลับจากทำ Cover Short และหาก Fund Flow ไหลกลับ อีกทั้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีแผนออกมาตรการคุม Short Sales มากขึ้น ขณะที่พื้นฐานยังแข็งแกร่ง เลือก AOT, KBANK, KTB, BBL และ ADVANC

2) กลุ่มหุ้นขนาดเล็กที่ปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง โดยกำไรปี 2567 ยังเติบโตดี YOY (เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน) และมองราคาหุ้นผ่านจุดต่ำสุดแล้ว เลือก AU, ONEE, SECURE, KLINIQ และ HTC

3) หุ้นปันผลที่คาดให้ Div. Yield สูงกว่า 4% อีกทั้ง DPS และ Div. Payout Ratio มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งมองหนึ่งในทางเลือกลงทุนเพื่อสร้างกระแสเงินสดที่ดีให้แก่พอร์ตลงทุน แนะนำ BBL, KTB, AP, ADVANC, RJH และ DRT

และ 4) นักลงทุนระยะยาวแนะนำลงทุนสะสมแบบ DCA เนื่องจากมองเป็นจังหวะที่ดีที่สุด หลัง SET ปรับลงแรงจนความเสี่ยงลดลงไปมาก และราคาหุ้นอยู่ในระดับ Undervalue มาก โดยเลือก BBL, BDMS, BEM, CPALL, PTT และ SCC ซึ่งเป็นหุ้น SET100 ที่เป็นผู้นำในแต่ละอุตสาหกรรม และมี ESG Ratings ระดับ AAA/AA, Valuation ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในรอบ 10 ปี และผลการดำเนินงานยังแข็งแกร่ง

…แล้วพบกันใหม่ในคอลัมน์ฉบับหน้า ด้วยรัก และหวังดี

แท็กที่เกี่ยวข้อง

SET ตลาดหุ้น