Skip to content

ลุ้น Q2 ธุรกิจกลับมาออกหุ้นกู้ เทรนด์ดอกเบี้ยขาลง “ต้นทุนลด”

07 เม.ย. 2567 | 16:34น.
ลุ้น Q2 ธุรกิจกลับมาออกหุ้นกู้ เทรนด์ดอกเบี้ยขาลง “ต้นทุนลด”

ผ่านไตรมาสแรกปี 2567 มาแล้ว ทิศทางตลาดตราสารหนี้ไทย นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิไป 34,305 ล้านบาท จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (บอนด์ยีลด์) รุ่นอายุ 2 ปี และ 10 ปี ของไทยที่ปรับตัวลง

ในขณะที่บอนด์ยีลด์สหรัฐปรับตัวขึ้น ทำให้ผลตอบแทนถ่างออก เป็นแรงกดดันให้นักลงทุนต่างชาติกลับมาขายสุทธิ หลังจากไตรมาสก่อนหน้าซื้อสุทธิ

ธุรกิจหันกู้แบงก์รอดอกเบี้ยลด

นางสาวอริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยว่า ยอดการออกหุ้นกู้ใหม่ช่วงไตรมาส 1/2567 ชะลอตัวลง 24% จากไตรมาส 1/2566 เหลืออยู่แค่ 207,126 ล้านบาท

อริยา ติรณะประกิจ
อริยา ติรณะประกิจ

โดยกลุ่มที่ออกลดลงชัดเจน คือ 1.หุ้นกู้กลุ่มอันดับเครดิตเรตติ้ง A จากระดับ 134,351 ล้านบาท เหลือ 80,978 ล้านบาท 2.หุ้นกู้กลุ่มเสี่ยงสูง (High Yield) จากระดับ 16,248 ล้านบาท เหลือ 3,203 ล้านบาท และ 3.หุ้นกู้ที่ไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Nonrated) จากระดับ 17,341 ล้านบาท เหลือ 10,640 ล้านบาท

“สาเหตุบริษัทผู้ออกเรตติ้ง A ชะลอออกหุ้นกู้นั้น เป็นเพราะมีทางเลือก ในภาวะที่ต้นทุนทางการเงิน แม้ว่าจะย่อลง แต่ยังอยู่ในระดับสูง การจะล็อกต้นทุนดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นเวลานานอาจจะไม่ใช่ทางเลือกของบริษัทเหล่านี้ โดยอาจจะหันไปกู้สถาบันการเงินด้วยวงเงินกู้ระยะสั้นแทนไปก่อน หรือบางบริษัท อย่างเครือ ปตท. มีกระแสเงินสดเหลือมาก ก็ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนออกหุ้นกู้ รอจังหวะให้ดอกเบี้ยปรับลงก่อน ซึ่งไตรมาสแรกปีนี้บริษัทพลังงานออกหุ้นกู้น้อยลงมาก

เม.ย. หุ้นกู้ครบดีล 1.1 แสนล้าน

สำหรับแนวโน้มในไตรมาส 2-4 ของปีนี้ จะมีหุ้นกู้ครบกำหนดอีกมูลค่า 696,411 ล้านบาท ประมาณ 90% ของหุ้นกู้ครบกำหนดอยู่ในกลุ่มที่น่าลงทุน (Investment Grade) แยกเป็นครบกำหนดไตรมาส 2/2567 จำนวน 249,207 ล้านบาท ไตรมาส 3/2567 จำนวน 233,551 ล้านบาท และไตรมาส 4/2567 อีก 213,651 ล้านบาท

“ในเดือน เม.ย.นี้ จะเป็นเดือนที่มีหุ้นกู้ครบกำหนดมากที่สุดในปีนี้ มูลค่า 110,959 ล้านบาท ดังนั้น คาดว่าในเดือน เม.ย. น่าจะมีความคึกคักของการออกหุ้นกู้เพื่อโรลโอเวอร์ และในไตรมาส 2 น่าจะเป็นไตรมาสที่เห็นความคึกคักของตลาดหุ้นกู้ตลาดแรก ในแง่ของการเสนอขายจากผู้ออกที่มีอันดับเครดิตเรตติ้งสูงกลับมาออกมากขึ้น”

โดยขณะนี้เริ่มเห็นบางบริษัทยื่นไฟลิ่งกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เตรียมออกหุ้นกู้ใหม่ในช่วงไตรมาส 2 แล้ว ไม่น้อยกว่า 10 บริษัท เช่น ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) วงเงิน 20,000 ล้านบาท, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) วงเงิน 10,000 ล้านบาท, บ้านปู (BANPU), เอสซีบี เอกซ์ (SCBX) และ ช.การช่าง (CK) เป็นต้น นอกเหนือจากนั้นคาดว่ายังจะมีบริษัทอื่น ๆ อีกพอสมควร

คาดปีนี้หุ้นกู้ออกใหม่ 1 ล้านล้าน

นางสาวอริยากล่าวอีกว่า ส่วนทิศทางดอกเบี้ยถือว่าเริ่มซอฟต์ลง สำหรับผู้ออกหุ้นกู้เครดิตเรตติ้งสูง ๆ โดยจะเห็นต้นทุนการกู้ยืม 5 ปี ของผู้ออกเรตติ้ง A ขึ้นไป ปรับตัวลงตามทิศทางบอนด์ยีลด์ อาทิ เรตติ้ง A ลดลง 0.15% เรตติ้ง AA ลดลง 0.15% และเรตติ้ง AAA ลดลง 0.21% ทั้งนี้ หากมีการปรับลดดอกเบี้ย ต้นทุนการกู้ยืมก็จะลดลงมาได้อีก ตามบอนด์ยีลด์ที่คาดว่าจะลดลงมาได้ราว 0.15-0.20% อย่างไรก็ตาม ผู้ออกเรตติ้ง BBB+ ลงไป ต้นทุนการกู้ยืมปรับตัวขึ้นเล็กน้อย

“คาดการณ์ว่ายอดการออกหุ้นกู้ใหม่ในปีนี้จะอยู่ที่ระดับ 900,000-1,000,000 ล้านบาท จากปัจจัยข้างต้น ประกอบกับเศรษฐกิจไทยที่น่าจะเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น ความเชื่อมั่นนักลงทุนกลับมา จึงยังเชื่อว่ายอดการออกหุ้นกู้ใหม่ปีนี้ตามที่คาดไว้ ยังเป็นระดับที่เป็นไปได้อยู่”

เทรนด์ดอกเบี้ยลงหนุนธุรกิจฟื้น

ด้านความกังวลถึงกรณีหุ้นกู้มีปัญหานั้น นางสาวอริยากล่าวว่า หุ้นกู้ที่มีปัญหา เกิดจากปัญหาสภาพคล่องที่สะสมมาหลังโควิด และดอกเบี้ยที่ปรับตัวขึ้นค่อนข้างสูงในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จึงอาจต้องใช้เวลาในการที่ภาคธุรกิจจะค่อย ๆ ฟื้นคืน และหากอัตราดอกเบี้ยเริ่มปรับลดลง จะส่งผลบวกต่อธุรกิจที่เดิมมีความยากลำบาก

“ไม่ได้บอกว่าหุ้นกู้ที่มีปัญหาจะหมดปัญหาไปในเร็ววัน อาจจะยังมีอยู่ แต่อย่างน้อยความเสี่ยงเชิงระบบ (Systemic Risk) อาจจะไม่ได้มีผลกระทบมากนักกับโครงสร้างของตลาดหุ้นกู้ทั้งระบบ เพราะหุ้นกู้มีปัญหามีสัดส่วนไม่ถึง 1% ของตลาดหุ้นกู้ทั้งระบบ”

คาด กนง.ลดดอกเบี้ย มิ.ย.

ดร.สมจินต์ ศรไพศาล กรรมการผู้จัดการ ThaiBMA กล่าวว่า คาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายปีนี้ ซึ่งคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะประชุมอีก 5 ครั้ง (10 เม.ย., 12 มิ.ย., 21 ส.ค., 16 ต.ค., 18 ธ.ค.)

จากปัจจุบันคงดอกเบี้ยอยู่ที่ 2.5% จากการสำรวจความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญตลาดตราสารหนี้ ให้น้ำหนักในการประชุมวันที่ 10 เม.ย. สัดส่วน 76% มองว่า “คงดอกเบี้ย” แต่ในการประชุมกลางปี (12 มิ.ย.) สัดส่วน 62% มองว่า “ลดดอกเบี้ย”

“เรามีความเห็นตรงกันในภาพรวม ว่าสภาพเศรษฐกิจอยู่ในระดับไม่แย่ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ได้แข็งแรง หรือมีการเติบโต เพราะฉะนั้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยขณะนี้ อยู่บนแนวคิดที่ว่า จะคงดอกเบี้ย หรือจะปรับลดดอกเบี้ยเมื่อไหร่ ในยามที่อัตราเงินเฟ้อดูมีท่าทีชะลอลง โดยการปรับลดดอกเบี้ย สิ่งที่ต้องระมัดระวัง ถ้าปรับช้าเกินไป อาจจะทำให้เศรษฐกิจไม่เติบโตเร็วนัก แต่ถ้าปรับลดดอกเบี้ยเร็วเกินไป และทำให้ Gap ยิ่งห่างออก จะมีผลกระทบต่อฟันด์โฟลว์ไหลออก”

หุ้นกู้ออกใหม่ 12 บริษัทดังเสนอขาย มี.ค.-เม.ย.นี้ ดอกเบี้ยสูงสุด 7.40%