Skip to content

ธุรกิจประกัน มอนิเตอร์ใกล้ชิด เคลมรถ EV หวั่น “ระเบิดเวลา” ลูกใหม่

14 พ.ค. 2567 | 09:00น.
ธุรกิจประกัน มอนิเตอร์ใกล้ชิด เคลมรถ EV หวั่น “ระเบิดเวลา” ลูกใหม่

ธุรกิจประกันวินาศภัย มอนิเตอร์ใกล้ชิด เคลมสินไหมรถ EV หวั่น “ระเบิดเวลา” ลูกใหม่

วันที่ 14 พฤษภาคม 2567 ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า การประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ถือเป็นความเสี่ยงภัยใหม่ต่อธุรกิจประกันวินาศภัยในช่วงเวลานี้ จากการเติบโตขึ้นอย่างชัดเจนของจำนวนรถอีวีในประเทศไทย โดยรถอีวีทั้งหมดในขณะนี้ถือได้ว่าเป็นช่วงเริ่มต้น เพราะฉะนั้นจะสังเกตเห็นว่าเรื่องของค่าซ่อมเป็นปัญหาของอุตสาหกรรมประกันวินาศภัยอย่างยิ่ง

ซึ่งการป้องกันในเบื้องต้น ทางสมาคมได้ควบรวม บริษัท ไทยอินชัวเรอส์ ดาต้าเนท จำกัด (TID) กับสำนักงานอัตราเบี้ยประกันวินาศภัย (IPRB) เข้าด้วยกันเป็นบริษัทใหม่ชื่อว่า บริษัท วิจัยและพัฒนาธุรกิจประกันวินาศภัย จำกัด (TIRD) เพื่อเป็นศูนย์กลางข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการพัฒนาธุรกิจประกันวินาศภัยให้เป็นเสาหลักของระบบเศรษฐกิจ

“หน่วยงานนี้จะมีหน้าที่ในการศึกษา แนวโน้ม และความเสี่ยงต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นทั่วโลกเปรียบเป็น “หอสัญญาณเตือนภัย” ให้กับภาคธุรกิจประกันภัยในอนาคต” นายกสมาคมกล่าว

โดยตอนนี้ในสหรัฐเผชิญวิกฤตการณ์ค่าสินไหมทดแทน หรือ Loss Ratio ของรถอีวีที่สูงอย่างมาก ในขณะเดียวกัน เห็นต้นแบบในประเทศจีน รวมถึงในยุโรป ที่มีปัญหาเรื่องค่าสินไหมในลักษณะเดียวกัน เพราะฉะนั้นในประเทศเหล่านั้นล้วนแต่มีความระมัดระวังในเรื่องการรับประกันภัยรถอีวีอย่างมาก ถึงขนาดพูดกันว่าถ้าธุรกิจประกันไม่มีความระมัดระวัง การประกันภัยรถอีวีจะกลายเป็น Pandemic ยุคใหม่ของธุรกิจประกันวินาศภัย

ขณะนี้คณะกรรมการประกันภัยยานยนต์ ได้มีการศึกษาและวิเคราะห์เรื่องนี้อย่างจริงจัง และพยายามนำเสนอวิธีการในการทำราคาหรือค่าเบี้ยประกันภัยรถอีวีที่มีความเหมาะสม โดยทุกบริษัทประกันวินาศภัยในประเทศไทยที่มีการรับประกันภัยรถอีวีนั้น ก็มีความระมัดระวังและมอนิเตอร์เคลมสินไหมอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกัน สมาคมก็มีส่วนอย่างยิ่งในการมอนิเตอร์การพุ่งขึ้นของการเคลมสินไหมของการประกันภัยรถอีวี

โดยสิ่งหนึ่งที่เห็นชัดเจนในเมืองจีนคือ สถานที่เก็บซากรถอีวีเก่า (Junkyard) ที่เกิดขึ้นจำนวนมาก เพราะว่ารถอีวีแทบจะไม่มีราคารถมือสองที่ยืนยาวเหมือนรถสันดาป ที่ใช้มานานเป็น 10 ปี ก็ยังมีราคาอยู่ แต่ถ้าเป็นรถ EV ในขณะนี้พอผ่านไป 5-7 ปี มูลค่ารถแทบจะไม่มี ก็จะกลายเป็น “ระเบิดเวลา” สำหรับธุรกิจประกันวินาศภัยในอนาคต หากไม่ระมัดระวังอย่างเพียงพอ

โดยขณะนี้ได้มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษาเรื่องนี้ และพยายามออกผลการวิเคราะห์เตือนไปยังสมาชิกให้มีการระมัดระวังในการรับประกัน ซึ่งจะสังเกตได้ว่าในขณะนี้มีหลากหลายบริษัทประกันวินาศภัยเริ่มมีความระมัดระวัง และมีการ “ชะลอ” การรับประกันภัยรถ EV

สำหรับค่าเบี้ยที่เหมาะสมขณะนี้ อ้างอิงจากข้อมูลในสหรัฐ, ยุโรป, จีน และญี่ปุ่น เฉลี่ยแล้วจะแพงกว่ารถสันดาปประมาณ 30-40% ในขณะที่สิงคโปร์จะแพงกว่า 50%