TIDLOR ชงผู้ถือหุ้น 11 มิ.ย. ตั้งโฮลดิ้งส์-แลกหุ้น เข้า SET พ.ย. 67

TIDLOR

“เงินติดล้อ” ชงประชุมผู้ถือหุ้น 11 มิ.ย. 67 ปรับโครงสร้างตั้ง “ติดล้อ โฮลดิ้งส์” ลุยแลกหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิมช่วง ต.ค.-พ.ย. พร้อมนำหุ้นโฮลดิ้งส์เสียบแทนเข้าตลาดหุ้นช่วงเดือน พ.ย. 67

วันที่ 23 พฤษภาคม 2567 นายปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR รายงานตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ตามที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2567 ได้มีมติอนุมัติให้นำเสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2567 ในวันอังคารที่ 11 มิถุนายน 2567 เวลา 13.30 น.

ในรูปแบบการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-EGM) ตามหลักเกณฑ์และข้อกำหนดด้วยการประชุมผ่านสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ โดยถ่ายทอดสดจากอาคารอารีย์ ฮิลล์ สำนักงานใหญ่ของบริษัท

เพื่อพิจารณาอนุมัติแผนการปรับโครงสร้างการถือหุ้นและการจัดการ โดย 1. การจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัดแห่งใหม่ คือ บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (TIDLOR Holdings Public Company Limited) ขึ้นเพื่อประกอบธุรกิจเป็นบริษัทลงทุน (Holding Company) ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรกจำนวน 37,000 บาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 3.70 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 10,000 หุ้น

โดยบุคคลที่ไม่ใช่ผู้บริหาร และ/หรือกรรมการของบริษัท จำนวน 15 คน จะเป็นผู้ถือหุ้นเริ่มตันและมีสัดสวนการถือหุ้นรวมกัน 100% ทั้งนี้ ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จะดำเนินการลดทุนจดทะเบียนในส่วนดังกล่าวทั้งหมดเมื่อดำเนินการตามแผนการปรับโครงสร้างการถือหุ้นและการจัดการแล้วเสร็จ

Advertisment

และ 2. ภายหลังจากที่แผนการปรับโครงสร้างการถือหุ้นและการจัดการ ได้รับการอนุมัติในเบื้องต้นจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และการดำเนินการต่าง ๆ ตามแผนการปรับโครงสร้างการถือหุ้นและการจัดการได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการที่ ติดล้อ โฮลดิ้งส์ ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่แล้ว

ให้บริษัทดำเนินการให้ ติดล้อ โฮลดิ้งส์ ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของบริษัท จากผู้ถือหุ้นของบริษัท โดยการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ ติดล้อ โฮลดิ้งส์ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกับหุ้นสามัญของบริษัท ในอัตราการแลกหลักทรัพย์ 1 หุ้นสามัญของบริษัทต่อ 1 หุ้นสามัญของ ติดล้อ โฮลดิ้งส์ มีจำนวนทั้งสิ้น 2,913,502,290 หุ้น และคาดว่าการทำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดจากผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัท จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2567 เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 25 วันทำการ แต่ไม่เกินกว่า 45 วันทำการ

ทั้งนี้ ติดล้อ โฮลดิ้งส์ สงวนสิทธิที่จะยกเลิกคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ หากจำนวนหุ้นที่มีผู้แสดงเจตนาขายมีจำนวนน้อยกว่า 95% ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งงหมดของบริษัท โดยภายหลังการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์เสร็จสิ้น ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จะยื่นขอนำหุ้นสามัญของ ติดล้อ โฮลดิ้งส์ เข้าจดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แทนหลักทรัพย์ของบริษัท

ซึ่งจะถูกเพิกถอนจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯในวันเดียวกัน ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน โดยคาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2567 แต่บริษัทจะดำเนินการให้ ติดล้อ โฮลดิ้งส์ ใช้ชื่อย่อหลักทรัพย์เดียวกันกับบริษัทคือ TIDLOR

Advertisment

นอกจากนี้จะเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้น พิจารณาอนุมัติการโอนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัยในรูปแบบ InsurTech ได้แก่ AREEGATOR และ heygoody รวมทั้งทรัพย์สินอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องให้แก่บริษัทใหม่ ที่จะถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัยในรูปแบบ InsurTech ในอนาคต (บริษัทใหม่)

โดยภายหลังจากที่การโอนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัยในรูปแบบ InsurTech ดังกล่าวแล้วเสร็จ ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จะเข้าซื้อหุ้นในบริษัทใหม่ดังกล่าวในสัดส่วน 99.99% ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนการปรับโครงสร้างการถือหุ้นและการจัดการของบริษัท คาดว่าการโอนธุรกิจจะเกิดขึ้นประมาณช่วงไตรมาส 4/2567

ทั้งนี้การโอนธุรกิจตามรายละเอียดข้างต้นเป็นธุรกรรมการจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ ซึ่งมีขนาดรายการรวมประมาณ 451 ล้านบาท คิดเป็นขนาดรายการสูงสุดเท่ากับ 0.5% เมื่อคำนวณตามเกณฑ์มูลค่ารวมของสิ่งตอบแทน

สำหรับวัตถุประสงค์ของการปรับโครงสร้างการถือหุ้นและการจัดการในครั้งนี้คือ

1. เพื่อลดความสับสนของนักลงทุนจากการจ่ายหุ้นปันผลและความสับสนของนักลงทุนเกี่ยวกับมูลค่าของกิจการ

2. เพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ เพิ่มความคล่องตัวในการขยายธุรกิจปัจจุบันของบริษัท เช่น ธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัยของบริษัท โดยเฉพาะ InsurTech และการขยายไปยังธุรกิจอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและความแข็งแกร่งให้กลุ่มบริษัท รวมทั้งโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นของกลุ่มบริษัทในระยะยาว

  1. เพิ่มศักยภาพในการบริหารธุรกิจ และสามารถดึงดูดบุคลากรและผู้เชี่ยวชาญ ที่มี

ความรู้ความชำนาญตรงตามความต้องการของธุรกิจ เพื่อกำหนดกลยุทธ์ที่มีลักษณะเฉพาะและเหมาะสมกับแต่ละธุรกิจ

4. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความยึดหยุ่นของโครงสร้างการจัดการขององค์กรให้เหมาะสมกับการประกอบธุรกิจของแต่ละกลุ่มธุรกิจ โดยการปรับโครงสร้างกลุ่มบริษัทที่มีบริษัทใหญ่ ซึ่งประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น อันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท

  1. เพื่อให้มีการแบ่งแยกการกำกับดูแลและการบริหารความเสี่ยงทางธุรกิจอย่างชัดเจน

โดยสามารถจำกัดความเสี่ยงและผลกระทบจากการดำเนินงานจากการลงทุนในธุรกิจอื่น ๆ ให้อยู่ภายใต้บริษัทย่อยต่าง ๆ ที่ ติดล้อ โฮลดิ้งส์ อาจจะได้ดำเนินการให้มีการจัดตั้งขึ้น และเพื่อไม่ให้การลงทุนในธุรกิจอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทในปัจจุบัน และ 6. โอกาสในการลดภาระทางภาษีในส่วนของผู้ถือหุ้นอันเนื่องมาจากการจ่ายหุ้นปันผลของบริษัท