เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘อนิศ’ ชี้ฉากทัศน์ New Economy ปรับกลยุทธ์ SME ไทย ชู ‘Taste & Trust’ รับมือ AI Overload
Business ‘อนิศ’ ชี้ฉากทัศน์ New Economy ปรับกลยุทธ์ SME ไทย ชู ‘Taste & Trust’ รับมือ AI Overload
MU Cambodia แจ้งใช้ภาพโดยไม่ได้ตั้งใจ ปมแพร่คลิปภาพชุดไทยโบราณอ้างเป็นของเขมร
News MU Cambodia แจ้งใช้ภาพโดยไม่ได้ตั้งใจ ปมแพร่คลิปภาพชุดไทยโบราณอ้างเป็นของเขมร
ภูเก็ตผนึก CAAT เตรียมใช้ ‘โดรน eVTOL’ แก้จราจรติดขัด ยกระดับการแพทย์ฉุกเฉิน
เศรษฐกิจภูมิภาค ภูเก็ตผนึก CAAT เตรียมใช้ ‘โดรน eVTOL’ แก้จราจรติดขัด ยกระดับการแพทย์ฉุกเฉิน
เปิดกติกาใหม่ แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ต้องโชว์ การคิดค่าธรรมเนียมรวม
Tech เปิดกติกาใหม่ แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ต้องโชว์ การคิดค่าธรรมเนียมรวม
“ชัชชาติ” แจงรถขยะ EV 6 พันล้าน เคารพการตัดสินใจสภา ไม่ได้งัดข้อ ยึดคนกรุงเป็นหลัก
Politics “ชัชชาติ” แจงรถขยะ EV 6 พันล้าน เคารพการตัดสินใจสภา ไม่ได้งัดข้อ ยึดคนกรุงเป็นหลัก
LAWSON 108 ส่ง 2 คอนเซปต์ใหม่สู้ศึกสะดวกซื้อ
Business LAWSON 108 ส่ง 2 คอนเซปต์ใหม่สู้ศึกสะดวกซื้อ
ASP ตั้ง ‘กฤษณ์ พานิชพันธ์’ นั่ง CEO ใหม่ ต่อจาก ‘ดร.ก้องเกียรติ’ ลุยโบรกเกอร์-Wealth
Finance ASP ตั้ง ‘กฤษณ์ พานิชพันธ์’ นั่ง CEO ใหม่ ต่อจาก ‘ดร.ก้องเกียรติ’ ลุยโบรกเกอร์-Wealth
ศุลกากร โชว์ผลงานปีงบ‘69 จัดเก็บรายได้ 11 เดือน ทะลุ 6.3 แสนล้าน เก็บภาษีบาทแรกพุ่ง 4.6 พันล้าน
Finance ศุลกากร โชว์ผลงานปีงบ‘69 จัดเก็บรายได้ 11 เดือน ทะลุ 6.3 แสนล้าน เก็บภาษีบาทแรกพุ่ง 4.6 พันล้าน
“แอร์เอเชีย” พร้อมรับไฮซีซั่น รุกเส้นทางบินต่างประเทศ บินตรงจากดอนเมือง สู่ 46 เมือง 53 เส้นทาง
Biz Movement “แอร์เอเชีย” พร้อมรับไฮซีซั่น รุกเส้นทางบินต่างประเทศ บินตรงจากดอนเมือง สู่ 46 เมือง 53 เส้นทาง
GLP-1 เจอศึกใหม่ กลุ่มผู้ใช้ฟ้อง Ozempic-Wegovy อ้างเสี่ยงตาบอด
News GLP-1 เจอศึกใหม่ กลุ่มผู้ใช้ฟ้อง Ozempic-Wegovy อ้างเสี่ยงตาบอด
ดูทั้งหมด

27 ปีวิกฤตต้มยำกุ้ง เบื้องหลังนาทีระทึกนายแบงก์ถูก ธปท.โทร.ปลุก

02 ก.ค. 2567 | 14:30น.
วิกฤตต้มยำกุ้ง 2540

ก่อนฟ้าสางวันที่ 2 กรกฎาคม 2540 นายแบงก์ทุกแห่ง ได้รับสายโทรศัพท์จากธนาคารแห่งประเทศไทย ปลุกให้ตื่นขึ้น นัดหมายให้ไปรวมตัวกัน เพื่อฟังข่าวลือ ที่กลายเป็นข่าวสำคัญ เป็นวาระที่พลิกโฉมหน้าระบบการเงินไทยไปตลอดกาล

2 กรกฎาคม 2567 ครบรอบ 27 ปีเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจไทยที่ถูกเรียกว่า “วิกฤตต้มยำกุ้ง” เป็นวาระที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือแบงก์ชาติ ปรับเปลี่ยนระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบระบบตะกร้าเงิน (Basket of Currencies) ที่ผูกค่าเงินบาทกับเงินดอลลาร์ มาใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนลอยตัวแบบมีการจัดการ (Managed Float Exchange Rate Regime)

2 เดือนก่อนการเปลี่ยนแปลง พฤษภาคม 2540 หลังผ่านการปกป้องค่าเงินบาท ครั้งใหญ่ที่สุด ตัวแทนทางการไทยถึงกับประกาศชัยชนะ เป็นการภายในและเปิดแชมเปญฉลอง

อดีตนายแบงก์รายหนึ่งเล่าว่า มีการจัดงานเลี้ยงมื้อค่ำ จัดโดย ดร.อำนวย วีรวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในขณะนั้น และนายเริงชัย มะระกานนท์ ผู้ว่าการ ธปท. และบรรดานายแบงก์มาจากทุกธนาคาร เข้าร่วมที่โรงแรมอิมพีเรียล ควีนส์ปาร์ค

“ดร.อำนวยแจ้งพวกเราว่า ตอนนี้เราป้องกันค่าเงินได้สำเร็จแล้ว สามารถเอาชนะการโจมตีค่าเงินบาทจากต่างชาติได้แล้ว” ดร.ทนง พิทยะ ซึ่งขณะนั้นอยู่ในตำแหน่งผู้บริหารธนาคารทหารไทย แต่ไม่ได้อยู่ในดินเนอร์เล่าไว้ในหนังสือ หนังสือ 50 Years: The Making of the Modern Thai Economy

ดร.ทนงยังได้เล่าว่า ทางการได้ตักเตือนบรรดานายธนาคาร อย่าสนับสนุนการเก็งกำไรค่าเงิน ส่วนทาง ธปท.จะพยายามออกระเบียบกำกับดูแล เพื่อป้องกันไม่ให้ต่างชาติกลับมาโจมตีค่าเงินไทยอีก

5 เดือนก่อนหน้านั้น ธันวาคม 2539 มีบรรดาบุคคล “วงใน” รับทราบว่า นายเริงชัย ผู้ว่าการ ธปท. ได้พยุงค่าเงินบาทไม่ให้ลดลง ด้วยการเข้าแทรกแซง โดยใช้ทุนสำรองระหว่างประเทศเข้าซื้อเงินบาทจากตลาดเงินโดยตรง และเพื่อเป็นการรักษาระดับของทุนสำรองระหว่างประเทศ จึงมีการทำธุรกรรมซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า หรือ Swap ทำให้ ธปท.มีภาระผูกพันที่ต้องส่งมอบเงินตราต่างประเทศคืนให้แก่นักลงทุนในอนาคต

ข่าวลือเริ่มแพร่สะพัดเรื่อง “การลดค่าเงินบาท”

ต้นปี 2540 การโจมตีค่าเงินบาท หนักหน่วงต่อเนื่องตั้งแต่มกราคม กุมภาพันธ์ และในช่วงพฤษภาคม เกิดการโจมตีอย่างรุนแรงที่สุด โดยเฉพาะในวันที่ 14 พฤษภาคม 2540 ทางการไทยต้องใช้เงินถึง 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อปกป้องค่าเงินบาท อาจกล่าวได้ว่าเป็นการปกป้องค่าเงินที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์การเงินไทย

1 เดือนก่อนมรสุมใหญ่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น โทรศัพท์ถึง ดร.ทนง พิทยะ ให้เข้ารับใช้ชาติในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แทน ดร.อำนวย วีรวรรณ ที่ประกาศลาออกในวันที่ 21 มิถุนายน 2540

จากนั้นไม่กี่วัน เกิดปรากฏการณ์เงินทุนไหลออกเป็นเงินบาท ของนักลงทุนไทยเอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สั่งการต่อ ธปท. 2 ทางเลือก ทางหนึ่งคือ “ลอยตัวค่าเงินบาท” ทางสองคือ ลอยตัวค่าเงินแบบมีเพดานร้อยละ 5-10 ต่อครั้ง

ก่อนฟ้าสว่างวันที่ 2 กรกฎาคม 2540 ข่าวที่เคยลือเรื่องลดค่าเงินบาท ถึงวันระทึก เวลาที่นายแบงก์หลายคนบันทึกตรงกันคือ ราว 05.00 น. เสียงโทรศัพท์ของนายแบงก์ทุกแห่งดังขึ้นเกือบพร้อม ๆ กัน ปลายสายคือ เจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทย

08.30 น. นายธนาคารทุกแห่ง ถูกเชิญให้ไปรวมตัวกันที่อาคารไม้ ชื่อเรือนแพ ริมแม่น้ำ ในวังบางขุนพรหม ที่ทำการธนาคารแห่งประเทศไทย และวาระที่ทุกคนคาดหมายไว้ก็มาถึง เมื่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ ธปท. แจ้งว่า “นับจากนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย จะใช้นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัวค่าเงิน”

“นายแบงก์ส่วนใหญ่อยู่ในสภาพช็อก… เพราะไม่มีใครเข้าใจว่าการลอยตัวค่าเงินแปลว่าอะไร จะส่งผลดี ผลร้าย หรืออย่างไรต่อไป” บัณฑูร ล่ำซำ แห่งธนาคารกสิกรไทย เล่าย้อนเหตุในวันนั้น

การลด-ลอยตัวค่าเงินบาท ในตอนนั้น ไม่เพียงปลุกนายธนาคารไทยให้ตื่นจากความช็อก ด้วยฐานะการเงินของบริษัทใหญ่-ธนาคารหลายแห่งพบว่าอาจอยู่ในภาวะกำลังจะ “ล้มละลาย”

ปรากฏการณ์อาฟเตอร์ช็อก ในวิกฤตต้มยำกุ้ง เมื่อสินเชื่อภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยุคฟองสบู่ เกิดภาวะลูกหนี้ไม่สามารถชำระหนี้คืน บริษัทเงินทุนไทยครึ่งร้อยแห่ง กำลังจะล้มละลายจากปัญหาหนี้เสีย

เดือนสิงหาคม 2540 ดร.ทนง ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สั่งระงับกิจการสถาบันการเงินทั้งหมด 58 แห่ง

ตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นมา เศรษฐกิจไทยเผชิญหน้าปัญหาการเงิน-การคลัง ระลอกแล้วระลอกเล่า ในปีที่ 27 นี้ ไทยกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาฐานะการคลัง…อีกครั้ง