เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กขค. ลุยคุมแพลตฟอร์มดิจิทัล สอบค่าธรรมเนียม-เงื่อนไขไม่เป็นธรรม รับคดีกักตุนน้ำมัน 2 เรื่อง
Economic กขค. ลุยคุมแพลตฟอร์มดิจิทัล สอบค่าธรรมเนียม-เงื่อนไขไม่เป็นธรรม รับคดีกักตุนน้ำมัน 2 เรื่อง
ตลาด ‘แก็ดเจตสุขภาพ’ เดือด ‘ซัมซุง’ ชูคอนเซ็ปต์ ‘สแกนร่าง’ ส่ง Galaxy Watch9 มาพลิกเกม
Tech ตลาด ‘แก็ดเจตสุขภาพ’ เดือด ‘ซัมซุง’ ชูคอนเซ็ปต์ ‘สแกนร่าง’ ส่ง Galaxy Watch9 มาพลิกเกม
พาณิชย์-มหาดไทย กวาดล้าง “นอมินี” กระบี่ พบชาวอังกฤษถือครองที่ดิน 120 ไร่ ต่างด้าวถือหุ้นบริษัทเพียบ
Economic พาณิชย์-มหาดไทย กวาดล้าง “นอมินี” กระบี่ พบชาวอังกฤษถือครองที่ดิน 120 ไร่ ต่างด้าวถือหุ้นบริษัทเพียบ
เปิดไทม์ไลน์ “เชียงใหม่ มรดกโลก” ICOMOS ลงพื้นที่ประเมินสิงหาฯ รู้ผลเมื่อไหร่?
เศรษฐกิจภูมิภาค เปิดไทม์ไลน์ “เชียงใหม่ มรดกโลก” ICOMOS ลงพื้นที่ประเมินสิงหาฯ รู้ผลเมื่อไหร่?
สถานทูตอิตาลี แถลงขอโทษคนไทย ปมนักท่องเที่ยววัยรุ่น ประพฤติไม่ดีบนรถไฟฟ้า
Biz Movement สถานทูตอิตาลี แถลงขอโทษคนไทย ปมนักท่องเที่ยววัยรุ่น ประพฤติไม่ดีบนรถไฟฟ้า
เซเว่นฯ มอบรางวัล “7 Innovation Awards 2026” ชู 31 ผลงานเด่น-ดัน SMEs ไทยเต็มกำลัง
Biz Movement เซเว่นฯ มอบรางวัล “7 Innovation Awards 2026” ชู 31 ผลงานเด่น-ดัน SMEs ไทยเต็มกำลัง
ภาษีสหรัฐกับอุตฯ ยานยนต์ไทย
Columns ภาษีสหรัฐกับอุตฯ ยานยนต์ไทย
หัวใจของสเปน
Columns หัวใจของสเปน
อภิสิทธิ์ แนะไทยเร่งจับมือประเทศมีกำลัง หลังสหรัฐเก็บภาษี 12.5% ชี้ ‘ทรัมป์’ เดายาก
Politics อภิสิทธิ์ แนะไทยเร่งจับมือประเทศมีกำลัง หลังสหรัฐเก็บภาษี 12.5% ชี้ ‘ทรัมป์’ เดายาก
‘ทรัมป์’ รีดภาษีแคนาดา 50% ‘หยั่งเชิง’  ใช้ กม.ศุลกากรปี1930
World ‘ทรัมป์’ รีดภาษีแคนาดา 50% ‘หยั่งเชิง’ ใช้ กม.ศุลกากรปี1930
ดูทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ธปท.ชี้ มาตรการกระตุ้นไม่ช่วยยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจ แนะลงทุนเพิ่ม

04 ก.ค. 2567 | 22:02น.
bank

ธปท.เผยเศรษฐกิจไทยทยอยฟื้นตัวเข้าสู่ศักยภาพ 3% หมดโอกาสโต 4-5% หลังศักยภาพเศรษฐกิจปรับลดลง ยอมรับประชาชนบางกลุ่มลำบาก หลังเผชิญ “หลุมรายได้” หายไปมหาศาล-ค่าครองชีพพุ่ง แม้รายได้จะกลับมาก่อนระดับโควิด ยันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ช่วยเพิ่มระดับศักยภาพเศรษฐกิจ หนุนเร่งลงทุน-สร้าง R&D-หาธุรกิจใหม่ ชี้ไม่ปิดประตูลดดอกเบี้ย หากมุมมองเศรษฐกิจเปลี่ยน ส่วนปรับกรอบเงินเฟ้อต้องชั่งน้ำหนัก เป็นเรื่องละเอียดอ่อน

ศักยภาพเศรษฐกิจไทยลดลงต่อเนื่อง คนไทยเจอหลุมรายได้

วันที่ 4 กรกฎาคม 2567 นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าววในงาน “Meet the Press ผู้ว่าฯพบสื่อ” ว่า

ธปท.ยังมองว่าภาพรวมเศรษฐกิจมีการฟื้นตัวและโตต่อเนื่อง และฟื้นกลับเข้าสู่ศักยภาพ แต่เทียบกับโลกเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวช้า โดยการฟื้นตัวในแง่ภาพรวม โดยยอมรับว่าซ่อนความลำบากและความทุกข์ของคนในหลายกลุ่ม ทั้งลูกจ้างนอกภาคเกษตรและกลุ่มอาชีพอิสระ แม้ว่ารายได้จะกลับมาสูงกว่าก่อนโควิด-19 แต่ยังพบว่ามี “หลุมรายได้” ที่หายไปมหาศาล เพราะรายจ่ายมีแต่เพิ่มขึ้นตามค่าครองชีพที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ไทยยังถูกซ้ำเติมด้วยหนี้ครัวเรือน และการแข่งขันจากต่างประเทศ

โดย ธปท.มองแนวโน้มเศรษฐกิจทยอยฟื้นตัวเข้าสู่ศักยภาพ โดยอัตราการเติบโตจีดีพีรายไตรมาส ซึ่งตัวเลขไตรมาสที่ 1/67 อยู่ที่ 1.5% ออกมาดีกว่าคาด ส่วนไตรมาสที่ 2/67 คาดใกล้เคียง หรือสูงกว่า 2% และไตรมาส 3/67 เห็นใกล้เคียง 3% และไตรมาส 4/67 เติบโตใกล้เคียง 4% และไปข้างหน้าในปี 2568 ขยายตัวได้ราว 3%

อย่างไรก็ดี หากดูศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจปรับลดลง และคงไม่ได้สูงมากในระดับ 5% หรือ 4% เหมือนในอดีต ซึ่งในแบบจำลองคาดการณ์ของ ธปท.ระดับศักยภาพของเศรษฐกิจไทยในช่วง 10 ปีก่อนโควิด-19 เฉลี่ยอยู่ที่ 3.0-3.5% และคาดว่าปี 2566-2571 ศักยภาพจะอยู่ที่ราว 3%

ทั้งนี้ ศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้มากน้อยขนาดไหน จะขึ้นอยู่กับแรงงานและผลิตภาพ (Productivity) ซึ่งจะแปลงเป็นการเติบโตของเศรษฐกิจ ซึ่งหากดูจากข้อมูลจะพบว่าในปี 2547-2556 กำลังแรงงานอยู่ที่ 1.2% ผลิตภาพ 2.6% คาดจีดีพีขยายตัว 3.8% แต่ตัวเลขจริงอยู่ที่ 4.0% และหากดูในปี 2557-2566 กำลังแรงงานเหลือเพียง 0.04% สะท้อนว่าไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย ซึ่งมีผลให้จีดีพีหายไปเกือบ 1%

“หากปล่อยไว้แบบศักยภาพขยายอยู่ที่ 3% แต่หากต้องการเพิ่มระดับศักยภาพจะต้องให้มีการลงทุนใหม่ในโครงสร้างพื้นฐาน หรือเกิดสิ่งใหม่ ๆ จากการศึกษาและวิจัย (R&D) คุณภาพแรงงาน ซึ่งจะยกระดับเกิน 3% ได้ แต่หากมาจากการกระตุ้นจะกระตุ้นได้แป๊บเดียว หรือกระตุ้นให้ตายอีกสักพักก็กลับมาที่ระดับ 3%”

ยันไม่ปิดประตูลดดอกเบี้ย

นายเศรษฐพุฒิกล่าวว่า มีคำถามว่าอัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ ทำไม ธปท.ไม่ลดดอกเบี้ยนั้น มองว่าการพิจารณาจะดูองค์ประกอบอย่างอื่นด้วย เช่น การเติบโตทางเศรษฐกิจ เสถียรภาพระบบการเงิน และกรอบเงินเฟ้อที่ใช้มีความยืดหยุ่น ดังนั้น จึงไม่มีกรอบตายตัวว่าเงินเฟ้อต่ำกว่ากรอบเป้าหมายจะต้องลดดอกเบี้ย แม้ว่าดอกเบี้ยจะเป็นเครื่องมือเดียว แต่จะต้องตอบโจทย์หลายโจทย์ ซึ่งจะต้องมองภาพรวม เพราะมีผลกระทบหลายด้าน

“ไม่มีสูตรตายตัวแบบนั้น ว่าเงินเฟ้อต่ำกว่ากรอบจะต้องลดดอกเบี้ย เพราะถ้ามีสูตรตายตัวแบบนั้น ก็ไม่ต้องมี กนง. ให้ AI มาช่วยทำแทน”

เช่น ในประเทศที่มีลูกหนี้ก็ต้องการดอกเบี้ยต่ำ แต่หากเป็นผู้ฝากเงินก็ต้องการดอกเบี้ยที่สูง หรือในฐานะผู้บริโภคก็ไม่อยากเห็นเงินเฟ้อสูงเกินไป เพราะจะกระทบต่อค่าครองชีพ หรือผู้ประกอบการก็ไม่ต้องการเงินเฟ้อสูง เพราะกระทบต่อต้นทุนและความสามารถในการแข่งขัน ดังนั้น ดอกเบี้ยต้องพยายามบาลานซ์ให้สมดุล ซึ่งไม่ได้มองมุมใดมุมหนึ่ง แต่ต้องชั่งน้ำหนักในหลายมิติ โดยสิ่งที่ ธปท.พิจารณาจะต้องมองไปข้างหน้า เพื่อตัดสินใจนโยบาย เพราะนโยบายวันนี้จะมีผลในระยะข้างหน้า

“ดอกเบี้ยตอนนี้เราพิจารณาจาก Outlook Dependent ไม่ใช่ Data Dependent ซึ่งหาก Outlook เปลี่ยนไปจากเดิม ทั้งเศรษฐกิจและเสถียรภาพปรับเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ เราก็พร้อมจะปรับนโยบาย ไม่ได้ปิดประตูแต่อย่างใด แต่ปัจจุบันดอกเบี้ยเหมาะสมกับการฟื้นตัวเศรษฐกิจ และเสถียรภาพการเงินและระบบการเงิน”

ชี้ ปรับกรอบเงินเฟ้อเป็นเรื่องละเอียดอ่อน

ส่วนคำถามเรื่องกระทรวงการคลังต้องการให้ปรับกรอบเงินเฟ้อเป็นค่ากลางนั้น มองว่ากรอบเงินเฟ้อจะมีการตกลงร่วมกันในไตรมาสที่ 4/2567 โดยกระบวนการตอนนี้อยู่ระหว่างหารือและตกลงร่วมกัน ซึ่ง ธปท.ก็รับข้อเสนอของกระทรวงการคลังไว้พิจารณา อย่างไรก็ดี หากดูเหตุผลของกรอบเงินเฟ้อมีไว้ทำไม คือยึดเหนี่ยวคาดการณ์เงินเฟ้อในอนาคต และความชัดเจนของนโยบาย

ดังนั้น การปรับกรอบเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องชั่งน้ำหนัก และหากดูต่างประเทศไม่มีใครปรับกรอบเงินเฟ้อ เพราะอาจจะกระทบ Credit Rating และการคาดการณ์เงินเฟ้อจะเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะส่งผลให้เงินเฟ้อขยับสูงได้ เพราะหากขยับหรือไม่มีกรอบ จะทำให้ค่าจ้างปรับเพิ่ม ต้นทุนกู้ยืมต่าง ๆ ปรับขึ้น รวมอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) เพิ่มขึ้น จึงต้องชั่งน้ำหนักให้ดี

โดยตัวเลขเงินเฟ้อมิถุนายนที่กระทรวงพาณิชย์กำลังออกมาในวันพรุ่งนี้ (5 ก.ค. 67) คาดว่าจะอยู่ที่ระดับใกล้ 1% หรือ 1% บวก, ลบ โดยหากมองอัตราเงินเฟ้อในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ จะอยู่ที่ 0% หรือทรงตัว และในช่วงครึ่งหลังของปีจะเฉลี่ย 1.1% จึงเป็นที่มาของทั้งปี 2567 อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 0.6%

“เงินเฟ้อที่ต่ำ 1% ไม่ได้เป็นการกดหรือบังคับให้ต่ำ แต่เงินเฟ้อต่ำมาจากปัจจัยอุปทาน มาตรการอุดหนุน และการแข่งขันต่าง ๆ ซึ่ง ธปท.ไม่ใช่กระทรวงพาณิชย์ที่บังคับให้ผู้ประกอบห้ามขึ้นราคา”