6 บลจ. แห่ชี้แจงการลงทุน หุ้น EA หลัง ก.ล.ต.กล่าวโทษผู้บริหารกับพวกกระทำทุจริต โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ รับเงินกว่า 3.5 พันล้านบาท
วันที่ 16 กรกฎาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษผู้บริหารของบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA กรณีร่วมกระทำการทุจริต การจัดซื้ออุปกรณ์จากต่างประเทศ และ/หรือทุจริตการจัดซื้อโปรแกรมซอฟต์แวร์เพื่อใช้ในโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของ EA ผ่านบริษัทย่อย 2 บริษัทดังกล่าว
เป็นเหตุให้บุคคลทั้ง 3 รายได้รับผลประโยชน์ จำนวนรวม 3,465.64 ล้านบาท โดยหลายบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ต่างออกมาชี้แจงกับประเด็นดังกล่าว สำหรับสัดส่วนการลงทุน และไม่ได้ลงทุน ในหุ้น EA ดังนี้
บลจ.กรุงไทย แจงไม่มีลงทุนกองบอนด์ EA แต่ลงทุนกองหุ้น
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTAM) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษบุคคลรวม 3 ราย ได้แก่ นายสมโภชน์ อาหุนัย และนายอมร ทรัพย์ทวีกุล ซึ่งเป็นกรรมการและผู้บริหารบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ (EA) รวมทั้ง นายพรเลิศ เตชะรัตโนภาส กรณีร่วมกระทำการทุจริต เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้แก่ตนเอง และ/หรือผู้อื่น ทำให้ EA และบริษัทย่อยเสียหาย KTAM ขอชี้แจงสัดส่วนการลงทุนในตราสาร EA ของกองทุนรวมภายใต้การจัดการ (ข้อมูล ณ วันที่ 12 กรกฎาคม 2567) ดังนี้
- ตราสารหนี้ : กองทุนรวมของบริษัท ไม่มีสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ของ EA
- ตราสารทุน : มีการลงทุนในตราสารทุนของ EA ในกองทุนรวมที่มีการเสนอขายนักลงทุนทั่วไป 5 กองทุน โดยลงทุนใน กองทุนที่มีกลยุทธ์การลงทุนเชิงรับ (Passive) จำนวน 4 กองทุน ได้แก่
- กองทุนเปิดกรุงไทย SET50 (KT-SET50)
- กองทุนเปิดกรุงไทย SET50 เพื่อการเลี้ยงชีพ (KTSET50RMF)
- กองทุนเปิดกรุงไทยหุ้นระยะยาว SET50 (ชนิด LTF) (KSET50LTF-L)
- กองทุนเปิด KTAM SET Energy ETF Tracker (ENY)
- และกองทุนที่มีกลยุทธ์การลงทุนเชิงรุก (Active) จำนวน 1 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดกรุงไทย เวลท์ แคร์ ฟันด์ (ชนิดสะสมมูลค่า) (KT-CARE-A)
โดยสัดส่วนการลงทุนเป็นดังนี้

บลจ.กรุงไทย ยืนยันในหลักการจัดการกองทุนที่ดี มีกระจายการลงทุนไปในตราสารที่หลากหลาย โดยคำนึงถึงการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม เน้นลงทุนในตราสารคุณภาพดีที่ผู้ออกมีความมั่นคงและมีสภาพคล่องสูง ทั้งนี้ บลจ.ยังคงมุ่งมั่นที่จะบริหารกองทุนโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของนักลงทุนเป็นหลักเสมอไป อย่างไรก็ตาม บลจ.จะดำเนินการด้วยความระมัดระวังต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป
บลจ.ไทยพาณิชย์ แยกสัดส่วนหุ้นกู้ EA ออกจากทรัพย์สินอื่นของกองทุนรวม
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด หรือ SCBAM เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ของ EA ที่เกิดขึ้น SCBAM ขอเรียนแจ้งว่ากองทุนรวมภายใต้การจัดการของ SCBAM ไม่มีการลงทุนในหุ้นของ EA แต่มีการลงทุนในหุ้นกู้ของ EA โดย SCBAM พิจารณาแล้วเห็นว่า EA มีความเสี่ยงที่สถานะทางการเงินของบริษัทจะถดถอยลง
สอดคล้องกับแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของทริสเรตติ้งที่ “Negative” ทั้งนี้ SCBAM ได้ดำเนินการด้วยความพยายามสูงสุดในการปรับลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นกู้ EA มาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดด้านสภาพคล่องของตราสาร การปรับลดสัดส่วนการลงทุนอาจต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการดังกล่าว
ในการนี้เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน SCBAM จึงพิจารณาแยกส่วนการลงทุนในหุ้นกู้ EA ออกจากทรัพย์สินอื่นของกองทุนรวม ด้วยการใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง Side Pocket ตามเกณฑ์สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2567
โดยหุ้นกู้ EA จะไม่นำมารวมคำนวณใน NAV ของกองทุน มีผลให้การเปลี่ยนแปลงด้านราคาของหุ้นกู้ EA จะไม่ส่งผลกระทบต่อกองทุน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการคำนวณมูลค่า NAV และผู้ลงทุนที่เข้าลงทุนในกองทุนภายหลังไม่ต้องรับผลกระทบจากหุ้นกู้ EA
รายชื่อกองทุนที่จะดำเนินการตั้ง Side Pocket หุ้นกู้ EA (ข้อมูล ณ 12 กรกฎาคม 2567)

บลจ.บัวหลวง แจ้งทุกกองของบริษัท ไม่มีลงทุน ในหุ้น-หุ้นกู้ EA
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) บัวหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ BBLAM เปิดเผยว่า จากประเด็นข่าวที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษผู้บริหารของบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA
กรณีร่วมกระทำการทุจริต การจัดซื้ออุปกรณ์จากต่างประเทศ และ/หรือทุจริตการจัดซื้อโปรแกรมซอฟต์แวร์เพื่อใช้ในโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของ EA ผ่านบริษัทย่อย 2 บริษัทดังกล่าว เป็นเหตุให้บุคคลทั้ง 3 รายได้รับผลประโยชน์ จำนวนรวม 3,465.64 ล้านบาท จึงขอแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบว่า กองทุนรวมทุกประเภทของ บลจ.บัวหลวง ไม่มีการลงทุนในหุ้นและหุ้นกู้ของบริษัท EA
บลจ.กสิกร ไม่มีลงทุนกองบอนด์ EA แต่ลงทุนกองหุ้น สัดส่วนจำกัด
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย จำกัด (KAsset) เปิดเผยว่า กองทุนรวมของ บลจ.กสิกรไทย ไม่มีการลงทุนในตราสารหนี้ของบริษัท EA ส่วนกองทุนตราสารทุน มีการลงทุนในหุ้น EA แต่จำกัดเฉพาะกลุ่มกองทุนดัชนี (Passive Fund) เท่านั้น โดยเป็นไปตามนโยบายของกองทุน
สำหรับกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนแบบอิงดัชนี ได้แก่ กองทุน K-TNZ, K-SET50, K-ENERGY, KS50RMF และ KS50LTF ซึ่งหุ้น EA จะมีสัดส่วนในดัชนีไม่เกิน 0.5% ยกเว้น K-ENERGY ที่มีสัดส่วนในดัชนีประมาณ 1.5% ส่วนกองทุนตราสารทุนอื่น ๆ ทุกกองทุนที่ทาง KAsset ลงทุนจะไม่มีการลงทุนในหุ้น EA
บลจ.อีสท์สปริง คัดแยกหุ้นกู้ EA ออกจาก NAV
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จํากัด (บลจ.อีสท์สปริง) เปิดเผยว่า กองทุนภายใต้การบริหารจัดการได้มีการลงทุนในหุ้นกู้ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จํากัด (มหาชน) (Energy Absolute PCL : EA) ซึ่งที่ผ่านมา บลจ.อีสท์สปริง ได้ติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อกองทุนอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ภายหลังจากที่ บริษัท ทริสเรทติ้ง จํากัด ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2567 ได้มีการกล่าวโทษกรรมการ และผู้บริหารโดย สํานักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และได้ส่งเรื่องต่อไปยังสำนักงานป้องกันและปรามปราบการฟอกเงิน (ปปง.)
จากสถานการณ์ดังกล่าว บลจ.อีสท์สปริง โดยความเห็นชอบของผู้ดูแลผลประโยชน์ ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าหุ้นกู้ EA ที่ลงทุนมีปัญหาขาดสภาพคล่อง และการจำหน่ายจะไม่เป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม
ดังนั้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และเป็นการดูแลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนทุกราย บลจ.อีสท์สปริง จึงดำเนินการตามประกาศสำนักงาน ก.ล.ต. ที่ สน.9/2564 ภาคผนวก 6 เรื่อง กรณีที่ผู้ออกตราสารหนี้หรือลูกหนี้ตามสิทธิเรียกร้องผิดนัดชำระหนี้
โดย บลจ.อีสท์สปริง ได้พิจารณาแยกส่วนการลงทุนที่เป็นหุ้นกู้ EA ออกจากทรัพย์สินอื่น ๆ ของกองทุนรวม (Set Aside) และจะไม่นำหุ้นกู้ EA มาคำนวณรวมใน NAV ของกองทุนตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2567 ซึ่งทำให้การทำรายการตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2567 เป็นต้นไป ไม่ได้รับผลกระทบด้านราคามูลค่าหน่วยลงทุนจากการลงทุนในหุ้นกู้ EA
ทั้งนี้ ผู้ถือหน่วยลงทุนจะยังคงได้รับผลประโยชน์ใด ๆ ที่พึงมีจากการลงทุนในหุ้นกู้ EA โดย บลจ.อีสท์สปริง จะนำเงินคืนแก่ผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีชื่ออยู่ในทะเบียน ณ วันที่ 15 กรกฎาคม 2567 เวลา 08.00 น.
ทั้งนี้ กองทุนที่มีการดำเนินการ Set Aside มี 7 กองทุน ดังนี้ (ข้อมูล ณ วันที่ 12 กรกฎาคม 2567)

บลจ.อีสท์สปริง ขอให้ความเชื่อมั่นกับผู้ถือหน่วยลงทุนทุกท่านว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่ส่งผลต่อสภาพคล่องของกองทุน ผู้ถือหน่วยยังสามารถทำรายการได้ตามปกติ บลจ.อีสท์สปริง จะดำเนินการอย่างเต็มความสามารถเพื่อดูแลรักษาผลประโยชน์สูงสุดให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน
จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน หากมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อได้ที่ บลจ.อีสท์สปริง ศูนย์ที่ปรึกษาการลงทุน โทรศัพท์ 1725 ทุกวันในเวลาทําการประกาศ
บลจ.วรรณ แยกหุ้นกู้ EA ออกจากทรัพย์สินอื่น ๆ ของกองทุนรวม
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัด (บลจ.วรรณ) เปิดเผยว่า บลจ.วรรณ บริษัทจัดการ ในฐานะบริษัทจัดการของกองทุนเปิด วรรณ ดีไลท์ (ONE-DELIGHT) และกองทุนเปีดวรรณตราสารหนี้ปันผล (ONE-DI) ชี้แจงว่า กองทุน ONE-DELIGHT และ ONE-DI ได้มีการลงทุนในหุ้นกู้ของบริษัทพลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) (“หุ้นกู้ EA”) ครั้งที่ 22562 ชุดที่ 2 ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ. 2567 (EA248A) ซึ่งจะครบกำหนดอายุในวันที่ 15 สิงหาคม 2567
โดยที่ผ่านมาบริษัทจัดการได้มีการติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อกองทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ภายหลังจากที่บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ EA และรวมถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2567 ที่ได้มีการกล่าวโทษกรรมการและผู้บริหารโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.” ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และได้ส่งเรื่องต่อไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)
โดยจากสถานการณ์ดังกล่าวบริษัทจัดการพิจารณาแล้วเห็นว่าหุ้นกู้ EA อาจมีแนวโน้มขาดสภาพคล่อง และไม่สามารถจำหน่ายหลักทรัพย์ได้ด้วยราคาที่เหมาะสม
ดังนั้นเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเป็นการดูแลผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนทุกราย บริษัทจัดการจึงขอความเห็นชอบและได้รับอนุมัติจากผู้ดูแลผลประโยชน์แล้วในการดำเนินการคัดแยกหุ้นกู้ EA ออกจากทรัพย์สินอื่น ๆ ของกองทุนรวม (Side Pocket)
ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามประกาศสำนักงาน ก.ล.ต. โดยบริษัทจัดการจะไม่นำหุ้นกู้ดังกล่าวมาคำนวณรวมในมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2567 โดยมีสัดส่วนการลงทุน ดังนี้

อย่างไรก็ดี ผู้ถือหน่วยลงทุนจะยังคงได้รับผลประโยชน์ใด ๆ ที่พึงมีจากการลงทุนในหุ้นกู้ EA โดยหากกองทุนรวมได้รับการชำระหนี้คืนจากบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) เมื่อหุ้นกู้ครบกำหนดอายุในวันที่ 15 สิงหาคม 2567
บริษัทจัดการจะดำเนินการคืนเงินให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีชื่ออยู่ในทะเบียน ณ วันที่ 15 กรกฎาคม 2567 เวลา 08.00 น. ภายใน 45 วันหลังจากวันที่กองทุนได้รับการชำระหนี้คืน และผู้ถือหน่วยลงทุนที่ทำรายการตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2567 เป็นต้นไป มูลค่าหน่วยลงทุนจะไม่ได้รับผลกระทบจากการลงทุนในหุ้นกู้ดังกล่าว
ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอให้ความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหน่วยลงทุน/ผู้ลงทุนทุกท่านว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน/ผู้ลงทุนทุกราย และการดำเนินการดังกล่าวไม่ได้ส่งผลต่อสภาพคล่องของกองทุนแต่อย่างใด ผู้ถือหน่วยลงทุนยังคงสามารถทำรายการซื้อ ขาย และสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนได้ตามปกติ