เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พยากรณ์อากาศ (5 ก.ค.) ภาคเหนือ อีสานและตะวันออก ฝน 70% ผลจากพายุโซนร้อน “ไมสัก”
Economic พยากรณ์อากาศ (5 ก.ค.) ภาคเหนือ อีสานและตะวันออก ฝน 70% ผลจากพายุโซนร้อน “ไมสัก”
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ก.ค.) ขยับขึ้น 0.62% อยู่ที่ 62,899 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ก.ค.) ขยับขึ้น 0.62% อยู่ที่ 62,899 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ก.ค.) เช็กราคา ‘ดีเซล-แก๊สโซฮอล์’ ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ก.ค.) เช็กราคา ‘ดีเซล-แก๊สโซฮอล์’ ล่าสุด
อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
World อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
Politics ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
Business ‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
Business ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
Biz Movement ‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
Economic สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
ดูทั้งหมด

ดร.นิเวศน์ : ขยันถูกที่ 30 ปีจะรวย

02 พ.ย. 2567 | 20:17น.
ดร.นิเวศน์ : ขยันถูกที่ 30 ปีจะรวย

ดร.นิเวศน์ : ขยันถูกที่ 30 ปีจะรวย

ดร.นิเวศน์ กูรูนักทุนวีไอ ชี้ขยันถูกที่ 30 ปีจะรวย แนะเพิ่มเงินออมปีละ 10% ไปทุกปี แล้วนำไปลงทุนในหุ้นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แบบพื้นฐานที่สุด กรณีไม่มีความสามารถในการวิเคราะห์หุ้น เน้นลงทุนในกองทุนรวมที่มีการกระจายความเสี่ยงเพียงพอ ไม่ลงทุนในทรัพย์สินอื่นที่ไม่มีพื้นฐานทางธุรกิจรองรับ “เหรียญดิจิทัล-นาฬิกา-งานศิลปะ-พระเครื่อง” ควรเลี่ยงหลักทรัพย์อนุพันธ์ที่ซับซ้อน

ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุนเน้นคุณค่า (Value Investor) เปิดเผยว่า กรณีของดิไอคอนกรุ๊ปที่ถูกกล่าวหาว่ามีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนจำนวนมาก โดยการหลอกลวงให้คนเข้ามา “ลงทุน” ทำธุรกิจขายสินค้าแบบเครือข่ายที่จะสามารถทำเงินได้อย่างรวดเร็วจนร่ำรวย โดยมีคติพจน์ว่า “ขยันผิดที่ 10 ปี ก็ไม่รวย” นั้น

ผมคิดว่าเป็นคำพูดมาตรฐานที่ถูกใช้ตลอดมาที่จะชักชวนให้คนเข้ามาร่วมทำงานหรือธุรกิจหรือลงทุนในสิ่งที่มักจะทำให้คนที่เป็นเจ้าของธุรกิจหรือคนคุมกิจกรรมรวยมาก คนที่ตามมาก็อาจจะรวยบ้าง แต่คนส่วนใหญ่ที่มาทีหลังสุดจะจน และบางครั้งก็หมดตัว เพราะสิ่งที่ทำนั้นจะมีลักษณะคล้าย “แชร์ลูกโซ่” ที่เอาเงินคนที่มาทีหลังมาจ่ายให้กับคนที่มาก่อน

ในฐานะของคนที่ประสบความสำเร็จในการสร้างความร่ำรวยระดับหนึ่งจากการที่เคยเป็นคนจนในวัยเด็กและคนชั้นกลางในช่วงวัยกลางคน ผมคิดว่าวิธีสร้างความร่ำรวยได้จริง ๆ นั้นมีอยู่ แต่คน ๆ นั้นจะต้องขยัน “ถูกที่” และก็ต้องใช้เวลาสัก 30 ปี ก่อนที่จะรวย

คำว่าขยันถูกที่นั้น ไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย อาจจะเป็นงานประจำที่เราทำอยู่ แต่ต้องเป็นงานที่ให้รายได้ค่อนข้างแน่นอนและดีพอสมควร งานนั้นซึ่งอาจจะมีหลายอย่างรวมถึงงานพิเศษด้วย สามารถทำรายได้ให้เราเพียงพอในการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และมีเงินเหลือเก็บเฉลี่ยเดือนละ 10,000 บาท ซึ่งเราจะนำมาลงทุนอย่างสม่ำเสมอในตลาดหุ้นที่จะกล่าวต่อไป

ในแต่ละปี เราจะต้องขยันหาเงินเพิ่มขึ้น อาจจะมาจากการทำงานหนักถ้าเราเป็นลูกจ้างบริษัทหรือองค์กรต่าง ๆ ซึ่งจะทำให้เราได้เงินเดือนหรือรายได้เพิ่มขึ้น และทำให้เรามีเงินเหลือเก็บเพิ่มขึ้นปีละ 10% ต่อเนื่องไปทุกปี นั่นคือ ปีที่ 2 เราต้องมีเงินเหลือเก็บและนำไปลงทุนในตลาดหุ้น 11,000 บาท ต่อเดือนโดยเฉลี่ย และปีที่ 3 ต้องเก็บเดือนละ12,100 บาท

ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ เป็นเวลา 30 ปี ที่เราทำงานอยู่ เช่นสมมุติว่าปีนี้เราอายุ 30 ปี เราก็จะเก็บเงินและนำมาลงทุนจนอายุ 60 ปี ที่อาจจะเป็นเวลาที่เกษียณ ซึ่งคิดแล้วก็จะเท่ากับว่าเราเก็บเงินและนำไปลงทุนรวมกันประมาณเท่ากับ 20.7 ล้านบาท โดยที่ปีสุดท้ายเราเก็บเงินได้ถึง 1.9 ล้านบาท จากปีแรกที่เราเก็บได้เพียงปีละ 120,000 บาท

นั่นอาจจะฟังดูไม่น่าเป็นไปได้ที่เราจะทำงานแล้วมีรายได้มากพอที่จะเก็บเงินได้ปีละถึงเกือบ 2 ล้านบาท แต่ถ้าลองมาประเมินหรือคำนวณดูก็รู้ว่ามันเป็นไปได้โดยเฉพาะถ้าเรา ขยันและตั้งใจทำงานพอต่อเนื่องไปอีก 30 ปี ซึ่งเวลานั้น เงินเกือบ 2 ล้านบาท ที่จะต้องเก็บอาจจะไม่มากอย่างที่คิด ดังที่จะกล่าวต่อไป

สมมุติว่าวันนี้เรามีรายได้เดือนละ 30,000 บาท และเราเก็บเดือนละ 10,000 บาท ตามโมเดลที่เรากำหนด ซึ่งจะทำให้เรามีเงินเก็บเพื่อลงทุนปีละ 120,000 บาท

เนื่องจากเราขยันถูกที่ เราสามารถสร้างรายได้หรือเงินเดือนเพิ่มปีละ 10% ไปเรื่อย ๆ เป็นเวลา 30 ปี เงินเดือนเดือนสุดท้ายหรือปีสุดท้าย เราก็จะมีเงินเดือนเดือนละ 523,482 บาท หรือปีละ 6.3 ล้านบาท ซึ่งการเก็บออมเพียง 1.9 ล้านบาท เป็นเรื่องที่ไม่เหลือบ่ากว่าแรง

หลายคนอาจจะไม่เชื่อว่าจะทำได้ที่เงินเดือนหรือรายได้จะเพิ่มขึ้นมาได้ขนาดนั้น แต่ถ้าดูตัวเลขก็จะพบว่าเงินเดือนหรือรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 17.4 เท่า ในเวลา 30 ปี แต่ผมลองนึกถึงตัวเองที่เริ่มทำงานเมื่ออายุ 22 ปี ด้วยเงินเดือน 3,000 บาท แต่ในวันที่ผมเกษียณจากการทำงานเมื่อายุ 52 ปีในปี 2548 เป็นเวลาประมาณ 30 ปี เงินเดือนเดือนสุดท้ายของผมนั้นมากกว่า 100,000 บาทต่อเดือน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 33 เท่า ดังนั้น ตัวเลขที่เห็นรายได้เดือนละกว่า 5 แสนบาท ในอีก 30 ปีข้างหน้านั้น จึงเป็นไปได้ไม่ยากโดยเฉพาะถ้าเราขยันทำงานถูกที่

ว่าที่จริงเรื่องรายได้นั้นผมเองคิดว่าโอกาสที่เราจะทำเงินได้แบบนั้นจริง ๆ กลับไม่ยากเท่ากับการออมเงินให้ได้ตามที่กำหนด คือเริ่มจากเดือนละ 10,000 บาท หรือปีละ 120,000 บาท และค่อย ๆ เพิ่มขึ้นปีละ 10% แบบต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ เป็นเวลา 30 ปี ดังนั้น ถ้าจะพูดให้ถูกต้องก็คือ ต้องขยันและ “อดออม” ถ้าอยากจะรวย แต่แค่นั้นก็ยังไม่พอ เราต้องรู้จักการลงทุนให้ “ถูกที่” ด้วย

การลงทุนที่ถูกที่ก็คือการลงทุนในหุ้นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แบบพื้นฐานที่สุด ไม่ลงทุนในทรัพย์สินอื่นที่ไม่มีพื้นฐานทางธุรกิจรองรับ เช่น พวกเหรียญดิจิทัลต่าง ๆ นาฬิกา งานศิลปะหรือพระเครื่อง นอกจากนั้น ก็ควรจะหลีกเลี่ยงหลักทรัพย์อนุพันธ์ที่ซับซ้อนต่าง ๆ เช่น วอแรนต์และเครื่องมือทางการเงินที่เพิ่มความเสี่ยงโดยการกู้เงินมาลงทุนเพิ่ม เช่น การใช้มาร์จิ้นซื้อขายหุ้น การทำบล็อกเทรด และการเทรดตราสารการเงินอย่าง ฟิวเจอร์ และ อ็อปชั่น ต่าง ๆ เป็นต้น

ในกรณีที่เราไม่ได้มีความสามารถในการวิเคราะห์หุ้นเพียงพอ การลงทุนในกองทุนรวมที่มีการกระจายความเสี่ยงเพียงพอ เช่น กองทุนตลาดโดยรวม คือทางเลือกที่ดีที่สุดอย่างหนึ่ง อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ลงทุนให้ “ถูกตลาด” นั่นก็คือ ต้องลงทุนในตลาดหุ้นที่ยังเติบโต เช่น ในตลาดหุ้นของประเทศที่เศรษฐกิจยังเติบโตไปอีกอย่างน้อย 10 ปีขึ้นไป อย่างเช่น ประเทศในอาเซียน เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย หรือประเทศอย่างอินเดีย เป็นต้น

หรือไม่ก็ลงทุนในตลาดหุ้นที่มีบริษัทระดับโลกจำนวนมากอย่างในตลาดหุ้นอเมริกา ซึ่งก็มักจะโตต่อไปได้อีกนานเพราะโลกก็น่าจะยังเติบโตต่อไปได้อีกนาน

ผลตอบแทนการลงทุนที่เราพอจะคาดหวังได้จากการลงทุนในดัชนีตลาดหุ้นที่ยังเติบโตตามเศรษฐกิจที่เติบโตเร็วระดับ 6-7% ต่อปี ก็คือประมาณ 10% ต่อปีแบบทบต้น

แต่ถ้าเรามีความสามารถในการวิเคราะห์และเลือกหุ้นลงทุนเอง กลยุทธ์แบบหนึ่งที่อาจจะทำให้เราสร้างผลตอบแทนได้เกินปีละ 10% แบบทบต้นต่อเนื่องยาวนานก็คือ การลงทุนระยะยาวในหุ้นที่มีลักษณะเป็น “ซุปเปอร์สต็อก” ที่เป็นบริษัทที่ขายสินค้าหรือบริการที่ดีเยี่ยมเป็นที่ต้องการและมีคู่แข่งน้อยมาก และความต้องการสินค้านั้นยังเติบโตไปอีกนาน โดยที่เราจะถือหุ้นของบริษัทเหล่านั้นประมาณ 6 ตัวตลอดเวลา

กล่าวโดยสรุปก็คือ เราต้องลงทุนให้ถูกที่ พยายามสร้างผลตอบแทนแบบทบต้นโดยเฉลี่ยปีละ 10% เป็นเวลา 30 ปี จากเม็ดเงินที่เราออมและนำมาลงทุนต่อเนื่องทุกปี และไม่มีการถอนเงินมาใช้ เงินปันผลที่ได้รับและเงินที่ได้จากการขายหุ้นจะต้องนำกลับไปลงทุนในหุ้นเสมอ

ถ้าเราปฏิบัติตามวิธีการดังกล่าวทั้งหมดได้ พอถึงสิ้นปีที่ 30 และอาจจะเป็นวันที่เราเกษียณ เราจะมีเงินประมาณ 62.7 ล้านบาท จากเงินที่เราเก็บมาตลอดจำนวนประมาณ 20.7 ล้านบาท หรือมีเงินเพิ่มขึ้น 42 ล้านบาทจากการลงทุน และนั่นก็คือความร่ำรวยที่โอกาสเป็นไปได้สูงเกิน 50% และถ้าพลาดก็ไม่เสียหายรุนแรง ความร่ำรวยอาจจะเหลือแค่ 40-50 ล้านบาท ซึ่งก็ยังเพียงพอที่จะใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างมีความสุขตลอดไป เพราะเงิน 62.7 ล้านบาทในวันนั้น จะมีค่าประมาณ 34.6 ล้านบาทในวันนี้ถ้าคิดว่าอัตราเงินเฟ้อของไทยจะเพิ่มปีละ 2% ในอีก 30 ปีข้างหน้า

แน่นอนว่าหลายคนอาจจะทำไม่ได้ที่จะเก็บเงินได้ถึงเดือนละ 10,000 บาท ในขณะเดียวกันก็มีคนอีกไม่น้อยที่สามารถเก็บได้มากกว่านั้น เช่นเดียวกัน การเพิ่มการออมปีละ 10% ไปทุกปีก็เป็นเรื่องที่อาจจะยากสำหรับหลายคน แต่สำหรับบางคนก็อาจจะง่าย เหตุผลคงเป็นเรื่องของความสามารถส่วนตัว แต่สิ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากันอาจจะอยู่ที่ความขยันและวินัยในการใช้จ่ายเงินด้วย

เช่นเดียวกับเรื่องของเงินเก็บที่อาจไม่เป็นไปตามแผน ผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุนก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไปได้ อาจจะเพราะตลาดหุ้นที่เราเลือกเปลี่ยนแปลงไปในทางลบอย่างถาวร หรือหุ้นที่เราเลือกมีความผิดพลาดหรือเปลี่ยนแปลงไปในทางที่แย่ลง สิ่งที่เราจะต้องทำก็คือ ประเมินสถานะและความเป็นไปของตลาดและหุ้นที่ลงทุนเสมอ แต่อย่าตื่นเต้นตกใจกับความผันผวนที่เกิดขึ้นแทบจะตลอดเวลา เกมการลงทุนระยะยาวนั้น เราต้องเน้น “ภาพใหญ่” ซึ่งมักจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างช้า ๆ สิ่งสำคัญที่เราจะต้องทุ่มเทมากกว่าก็คือ การทำงานและเก็บออมที่จะเป็นจุดตั้งต้นที่จะทำให้เรารวย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

นิเวศน์ เหมวชิรวรากร