เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นายกฯ จี้สางคดีโกงสอบท้องถิ่น รุกที่ดิน – นอมินีทุนต่างชาติ
Politics นายกฯ จี้สางคดีโกงสอบท้องถิ่น รุกที่ดิน – นอมินีทุนต่างชาติ
ยูอาร์ซี เปิดเกมรุกครึ่งปีหลัง ส่ง ‘ชิกกี้’ ปั้นยอดขาย 100 ล้าน
Biz Movement ยูอาร์ซี เปิดเกมรุกครึ่งปีหลัง ส่ง ‘ชิกกี้’ ปั้นยอดขาย 100 ล้าน
กทม. เปิด Traffy Fondue แจ้งสถานประกอบการไม่ปลอดภัย ผนึกตำรวจลุยตรวจ 1,000 ร้านทั่วกรุง
News กทม. เปิด Traffy Fondue แจ้งสถานประกอบการไม่ปลอดภัย ผนึกตำรวจลุยตรวจ 1,000 ร้านทั่วกรุง
อ้วยอันโอสถ จับมือ ZUS Coffee เปลี่ยนภาพจำยาดม สู่ไอเท็มคนรุ่นใหม่
Biz Movement อ้วยอันโอสถ จับมือ ZUS Coffee เปลี่ยนภาพจำยาดม สู่ไอเท็มคนรุ่นใหม่
บางจากส่งมอบ SAF ผลิตในไทยครั้งแรกให้การบินไทย เปิดเที่ยวกรุงเทพฯ–สิงคโปร์
Business บางจากส่งมอบ SAF ผลิตในไทยครั้งแรกให้การบินไทย เปิดเที่ยวกรุงเทพฯ–สิงคโปร์
มช. จับมือ อว.-MTEC เปิด 2 นวัตกรรมเด่น “ชุดตรวจไผ่โบรอน AI – เลี้ยงปลาระบบ RAS” หนุนเชิงพาณิชย์
SD มช. จับมือ อว.-MTEC เปิด 2 นวัตกรรมเด่น “ชุดตรวจไผ่โบรอน AI – เลี้ยงปลาระบบ RAS” หนุนเชิงพาณิชย์
กรุงไทย-แอกซ่า ปั้นแคมเปญรับสังคมสูงวัย สร้างการรับรู้ Age Inclusion
Biz Movement กรุงไทย-แอกซ่า ปั้นแคมเปญรับสังคมสูงวัย สร้างการรับรู้ Age Inclusion
TrueID เปิดตัว ‘ตาตั้ง’ มินิแอปละครแนวตั้ง ลูกค้าทรู-ดีแทคจ่ายแค่ 39 บาทต่อเดือน
Tech TrueID เปิดตัว ‘ตาตั้ง’ มินิแอปละครแนวตั้ง ลูกค้าทรู-ดีแทคจ่ายแค่ 39 บาทต่อเดือน
สหรัฐคว่ำ Data Center ระดับไฮเปอร์สเกล
World สหรัฐคว่ำ Data Center ระดับไฮเปอร์สเกล
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ ต้องสร้าง Action ดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่อเนื่อง
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ ต้องสร้าง Action ดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่อเนื่อง
ดูทั้งหมด

เงินบาทพลิกแข็งค่า จับตาสัปดาห์หน้า 3 ปัจจัยสำคัญ-ราคาทองคำโลก

13 ก.ค. 2568 | 14:51น.
เงินบาท-ราคาทองคำ

เงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่า กสิกรไทยคาดสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวในกรอบ 32.20-32.80 บาทต่อดอลลาร์ จับตาสัปดาห์หน้า 3 ปัจจัยสำคัญ  ทั้งมาตรการภาษีสินค้านำเข้าของสหรัฐฯ กับประเทศคู่ค้า (รวมถึงไทย) ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ และทิศทางราคาทองคำในตลาดโลก 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า  เงินบาทขยับอ่อนค่า แต่พลิกแข็งค่ากลับมาท้ายสัปดาห์ตามแรงหนุนของทองคำตลาดโลก เงินบาทอ่อนค่าสอดคล้องกับสกุลเงินเอเชียอื่น ๆ ในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนของการเรียกเก็บภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ต่อประเทศคู่ค้าหลายประเทศ รวมถึงไทย

นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ ยังมีแรงหนุนจากการคาดการณ์ว่า เฟดอาจจะไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุม FOMC ในช่วงปลายเดือนนี้ หลังจากตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ ปรับตัวลงมากกว่าคาด และบันทึกการประชุมเฟด บ่งชี้ว่า คณะกรรมการเฟดส่วนใหญ่มองว่า เฟดไม่จำเป็นต้องเร่งปรับลดดอกเบี้ย แม้จะยังคงมองว่า ทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ ในปีนี้ยังเป็นขาลง

อย่างไรก็ดี เงินบาทกลับมาพลิกแข็งค่าผ่านแนว 32.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงท้ายสัปดาห์ตามการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลกท่ามกลางความกังวลในเรื่องความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีสินค้านำเข้าของสหรัฐฯ

กราฟค่าเงินบาท

ในวันศุกร์ที่ 11 ก.ค. 2568 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 32.43 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 32.36 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (4 ก.ค.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 7-11 ก.ค. 2568 นั้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 2,930 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทย 2,824 ล้านบาท (ขายสุทธิพันธบัตร 2,193 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 631 ล้านบาท)

สำหรับสัปดาห์หน้า หรือระหว่างวันที่ 14-18 ก.ค. 2568 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 32.20-32.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ

ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ประเด็นเกี่ยวกับมาตรการภาษีสินค้านำเข้าของสหรัฐฯ กับประเทศคู่ค้า (รวมถึงไทย) ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ และทิศทางราคาทองคำในตลาดโลก

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต การผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดค้าปลีก และข้อมูลการเริ่มสร้างบ้านเดือนมิ.ย. ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดนิวยอร์ก ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (เบื้องต้น) เดือนก.ค. ตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และรายงาน Beige Book ของเฟด

นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามตัวเลขเศรษฐกิจเดือนมิ.ย. และข้อมูลจีดีพีไตรมาส 2/2568 ของจีน และข้อมูลอัตราเงินเฟ้อเดือนมิ.ย. ของอังกฤษ ยูโรโซนและญี่ปุ่น

ส่วนความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวผันผวน แต่กลับมาปิดสูงกว่าระดับปิดสัปดาห์ก่อนเล็กน้อย

กราฟตลาดหุ้นไทย

ดัชนีหุ้นไทยขยับขึ้นเล็กน้อยในช่วงต้นสัปดาห์จากคาดการณ์เกี่ยวกับโอกาสการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของกนง. หลังตัวเลขเงินเฟ้อเดือน มิ.ย. ของไทยยังคงติดลบต่อเนื่อง แม้จะมีปัจจัยกดดันจากประเด็นที่สหรัฐฯ เตรียมออกมาตรการควบคุมการส่งออกชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) มายังไทยและมาเลเซียก็ตาม

อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงแรงในเวลาต่อมาจนถึงช่วงกลางสัปดาห์ หลังมีรายงานข่าวว่าสหรัฐฯ ยืนยันเรียกเก็บภาษีตอบโต้ (reciprocal tariffs) ต่อสินค้าไทยในอัตราเดิมที่ 36% ซึ่งสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลให้เกิดแรงขายทำกำไรหุ้นหลายกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า ดัชนีหุ้นไทยไม่ได้ร่วงลงแรงมากนัก เนื่องจากตลาดมองว่าสหรัฐฯ ยังเปิดช่องให้มีการเจรจาเพื่อต่อรองเพิ่มเติม สะท้อนจากการเลื่อนช่วงบังคับใช้ภาษีดังกล่าวจากเดิม 9 ก.ค. เป็น 1 ส.ค.

ดัชนีหุ้นไทยกลับมาดีดตัวขึ้นอีกครั้งในช่วงท้ายสัปดาห์ โดยมีแรงหนุนจากแรงซื้อหุ้นบริษัทด้านพลังงานรายใหญ่แห่งหนึ่งจากข่าวการเตรียมงบลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเพิ่มเติม รวมถึงแรงซื้อหุ้นบิ๊กแคปก่อนการทยอยประกาศงบไตรมาส 2/2568 ทั้งนี้นักลงทุนยังคงติดตามประเด็นนโยบายภาษีของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด

ในวันศุกร์ที่ 11 ก.ค. 2568 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,121.13 จุด เพิ่มขึ้น 0.11% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 30,128.95 ล้านบาท ลดลง 19.27% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 0.80% มาปิดที่ระดับ 236.42 จุด

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (14-18 ก.ค. 68) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,110 และ 1,100 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,130 และ 1,145 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลประกอบการไตรมาส 2/2568 ของบจ.ไทย โดยเฉพาะกลุ่มแบงก์ ประเด็นเกี่ยวกับมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ รวมถึงทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดค้าปลีก และข้อมูลการเริ่มสร้างบ้านเดือนมิ.ย. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ค.ของญี่ปุ่นและยูโรโซน ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมิ.ย. ของญี่ปุ่นและยูโรโซน ตลอดจนตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2568 และข้อมูลเศรษฐกิจเดือนมิ.ย. ของจีน อาทิ ตัวเลขส่งออก ยอดค้าปลีก ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร