กระทรวงการคลัง
คณะอนุฯ กระตุ้นเศรษฐกิจ เตรียมชงบอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่พรุ่งนี้ (24 ก.ค.) เคาะงบ 42,000 ล้าน รับมือผลกระทบภาษีทรัมป์ “เผ่าภูมิ” ชี้เม็ดเงินลงกระตุ้นหวังปลายไตรมาส 4 ดันจีดีพีเพิ่ม 0.4-0.5%
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (23 ก.ค. 2568) มีการประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในการประชุม เพื่อพิจารณาการจัดสรรงบประมาณกลางปี 2568 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ วงเงินรวม 1.57 แสนล้านบาท ซึ่งได้อนุมัติไปแล้ว 1.15 แสนล้านบาท และยังคงเหลืออีกประมาณ 42,000 ล้านบาท
ด้านนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในการประชุมคณะอนุกรรมการครั้งก่อนหน้า ได้มีการกำหนดกรอบและหลักเกณฑ์การพิจารณาโครงการไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการกระตุ้นเศรษฐกิจ และสามารถผูกพันงบประมาณได้ทันภายในเดือนกันยายน 2568
“กระบวนการเบิกจ่ายจะต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และโครงการต้องมีศักยภาพในการกระตุ้นเศรษฐกิจจริง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจเผชิญกับแรงกดดันจากภายนอก” นายเผ่าภูมิ กล่าว
สำหรับโครงการที่เสนอจากองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ยังพบความคลาดเคลื่อนของตัวเลขที่เสนอเมื่อเทียบกับข้อมูลของกระทรวงมหาดไทยและสำนักงบประมาณ จึงจำเป็นต้องมีกระบวนการกลั่นกรองเพิ่มเติม เพื่อป้องกันความซ้ำซ้อนและลดการกระจุกตัวของงบประมาณในบางพื้นที่ โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการ จะเป็นผู้เสนอรายชื่อโครงการที่ผ่านเกณฑ์ต่อที่ประชุม
ขณะเดียวกัน จะมีการพิจารณามาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภาษีสหรัฐ ไม่เฉพาะผู้ส่งออกโดยตรง แต่รวมถึงผู้ที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทาน แรงงาน ผู้ผลิตในประเทศ และเกษตรกรที่อาจได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นจากสินค้านำเข้า โดยรัฐบาลยังเตรียมพิจารณาโครงการลงทุนเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในระยะยาว รวมถึงการพัฒนาทุนมนุษย์
ทั้งนี้ สศค. ประเมินว่า เม็ดเงิน 1.15 แสนล้านบาท ที่ได้รับการอนุมัติไปแล้ว จะเริ่มเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในไตรมาส 4 ปีนี้ต่อเนื่องถึงไตรมาสแรกของปี 2569 และจะช่วยเพิ่มอัตราการเติบโตของ GDP ได้ราว 0.4-0.5%
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า โดยวันพรุ่งนี้ (24 ก.ค.) ข้อสรุปจากการประชุมคณะอนุฯ กลั่นกรองโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ จะถูกนำเสนอเข้าสู่การประชุมของ คณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ครั้งที่ 4/2568 (บอร์ดชุดใหญ่) ที่มีนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุม
สำหรับวงเงินที่เหลือ 42,000 ล้านบาท นี้จะถูกพิจารณานำมาใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม และรองรับผลกระทบจากมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐ (Reciprocal Tariffs) ของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา