เคทีซี มองเศรษฐกิจ-ธุรกิจ มีความท้าทาย เผชิญปัจจัยเสี่ยงในและต่างประเทศ หันรุกกลุ่มลูกค้าระดับบน-กลุ่มพรีเมียม คาดขยายฐานลูกค้าผ่านธนาคารกรุงไทย 2-3 หมื่นราย ดันยอดใช้จ่ายผ่านบัตรทั้งปี 68 โตตามเป้า 10% หลังครึ่งปีแรกโตได้ 4.4% ล่าสุด ผนึกพันธมิตรตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป พร้อมเดินหน้าออกมาตรการอุ้มลูกค้ากระทบน้ำท่วม-ความไม่สงบชายแดน
นางประณยา นิถานานนท์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานการตลาดบัตรเครดิต บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เคทีซี เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจในปี 2568 มีความท้าทายจากหลายปัจจัย ทั้งจากภายนอกและภายในประเทศเอง อย่างไรก็ดี เคทีซียังคงเป้าหมายอัตราการเติบโตของยอดใช้จ่ายผ่านบัตร (Spending) ที่ 10% โดยในช่วงครึ่งปีแรกมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรเติบโตที่ 4.4% สูงกว่าอุตสาหกรรม ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากลูกค้าระดับบนที่หนุนการเติบโตได้ต่อเนื่อง แม้ว่าเศรษฐกิจจะเติบโตช้าลง
ดังนั้น เคทีซีจึงเห็นโอกาสที่ทำการตลาดระดับบนในกลุ่มนี้ให้เติบโตต่อเนื่อง ซึ่งการมีพันธมิตรจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้รู้ถึงพฤติกรรม-ความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้ และสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์-บริการที่ตอบโจทย์ได้ตรง
นอกจากนี้ ธนาคารกรุงไทยเป็นหนึ่งในที่มาของลูกค้ากลุ่มพรีเมียมของเคทีซี ดังนั้น ในระยะต่อไปจะกิจกรรมหรือแคมเปญต่างๆ ร่วมกันมากขึ้น โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนลูกค้ากลุ่มพรีเมียมจากธนาคารกรุงไทยอีกประมาณ 2-3 หมื่นรายในปีนี้ จากปัจจุบันมีอยู่ราว 4 หมื่นราย
ปัจจุบันเคทีซีมีสมาชิกรวม 2.8 ล้านใบ สัดส่วนที่มีรายได้ตั้งแต่ 5 หมื่นบาทขึ้นไป คิดเป็น 20% ของพอร์ต สร้างยอดใช้จ่ายรวมถึง 40% ของยอดใช้จ่ายทั้งหมด ขณะที่กลุ่มรายได้มากกว่า 1 แสนบาทต่อเดือน มีอยู่ประมาณ 7-8% และมีสัดส่วนการใช้จ่ายถึง 20% โดยหมวดการใช้จ่ายหลักของกลุ่มนี้ ได้แก่ ประกันภัย การท่องเที่ยว การดูแลสุขภาพ รวมถึงการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น ร้านอาหารและน้ำมัน
ส่วนคุณภาพสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) อยู่ในเกณฑ์ที่ดีในระดับ 1.1-1.2% เป็นผลจากการระมัดระวัง ตั้งแต่การพิจารณาบัตรใหม่ ขณะเดียวกัน เคทีซียังได้เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือลูกค้าร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ล่าสุด เฟส 2 ที่เริ่มต้นเมื่อวันที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ เคทีซียังมีมาตรการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยภาคเหนือและความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา โดยปรับลดอัตราชำระขั้นต่ำ (Min Pay) เหลือ 3% จากอัตราปัจจุบันที่ 8% เป็นระยะเวลา 6 เดือน รวมถึง ขยายเวลาการใช้วงเงินฉุกเฉินจาก 30 วันเพิ่มเป็น 180 วัน ซึ่งตอนนี้ยังมีลูกค้าเคทีซีได้รับผลกระทบไม่มาก และมองว่าความเสี่ยงดังกล่าวยังจำกัดในบางจังหวัดเท่านั้น
“ในครึ่งปีที่ผ่านมาการเติบโตที่ระดับ 4.4% ถือว่าน่าพอใจในสภาวะที่เป็นอยู่ แต่ถ้าจะไปถึงเป้าหมายที่ 10% ให้ได้ ก็จะต้องออกแรงให้มาก ให้ถูกจุด ก็คือ กลุ่มพรีเมี่ยม กลุ่มไฮเอนด์ที่ยังเห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องเป็นตัวเลข 2 หลัก ซึ่งกลุ่มพรีเมียมในปัจจุบันเปลี่ยนไป จากเดิมที่จะเป็นกลุ่มเบบี้บูมก็จะมาเป็น Gen Y, Gen C ซึ่งพฤติกรรมก็จะเปลี่ยนไปด้วย ดังนั้น การที่เราจะได้ลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ เข้ามาก็ต้องร่วมมือกับพันธมิตร
ส่วนลูกค้าแมสนั้นในช่วงครึ่งปีแรกเติบโตประมาณ 2-3% ซึ่งเราก็ไม่ได้ทิ้งแต่โดยหลักๆ แล้วการใช้จ่ายกลุ่มนี้จะเติบโตในหมวดประกัน, น้ำมัน หรือสินค้าจำเป็น จะมีแคมเปญออกมารองรับเรื่อยๆ เช่นกัน”
นางธณพร ตันติยานนท์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้า ONESIAM บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เจ้าของและผู้บริหารโครงการสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ หนึ่งในพันธมิตรเจ้าของไอคอนสยาม และสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ กล่าวว่า ธุรกิจลักซ์ชัวรีกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ โดยผู้บริโภครุ่นใหม่มีพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าในกลุ่มนี้เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
โดยให้ความสำคัญกับคุณค่าทางจริยธรรม ความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะบุคคล และประสบการณ์ที่มีความหมายมากกว่าการครอบครองสินค้าหรูหราเพียงอย่างเดียว สินค้าที่ตอบโจทย์จึงต้องมีคุณภาพสูง หายาก และสะท้อนตัวตนของผู้บริโภคอย่างแท้จริง
“สยามพิวรรธน์มองเห็นโอกาสในการสร้างนิยามใหม่ของ ‘New Luxury’ ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่แบรนด์ใหญ่ แต่ต้องเป็นที่สุดในด้านคุณค่าและความคุ้มค่า พร้อมสร้างคอมมูนิตี้ระดับโลก ผ่านแพลทฟอร์มที่เปิดกว้างให้ทุกคนได้สัมผัสและมีส่วนร่วมกับประสบการณ์ลักซ์ชัวรีในรูปแบบที่จับต้องได้”
นางนันทมาลี ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาวาลลิโน มอเตอร์ จำกัด ผู้นำเข้าและซ่อมบำรุงรถยนต์เฟอร์รารี่ (Ferrari) อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยกล่าวว่า เราเชื่อว่าลูกค้ากลุ่มผู้มีฐานะ (High Net Worth) ไม่ได้มองหาเพียงความหรูหราภายนอก แต่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดและความใส่ใจในระยะยาว จึงลงทุนในโชว์รูมรถ (Pre-owned) และอู่สีใหม่ รวมถึงจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น เอสเปรีเอนซ่า เฟอร์รารี่ (Esperienza Ferrari) ปาสซีโอเน เฟอร์รารี่ คลับ ชาเลนจ์
และการพาลูกค้าเข้าร่วมงานยูนิเวอร์โซ เฟอร์รารี่ (Universo Ferrari) ที่ต่างประเทศ เพื่อสะท้อนจิตวิญญาณของแบรนด์ระดับโลกผ่านประสบการณ์จริง ด้วยแนวคิด ‘เฉพาะคุณ’ ที่ใส่ใจในทุกขั้นตอนของประสบการณ์ลูกค้า (Customer Journey) ไม่ใช่แค่ในฐานะผู้แทนจำหน่าย แต่ในฐานะผู้ดูแลความสัมพันธ์ระยะยาว
โดยมีความเชื่อว่า เฟอร์รารี่ไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่เป็นตัวแทนของแรงบันดาลใจ ไลฟ์สไตล์และความสำเร็จที่สัมผัสได้จริงในทุกมิติ พร้อมเดินหน้าอย่างมั่นคงด้วยความเข้าใจลูกค้า และการบริหารองค์กรที่ยืดหยุ่น ทันต่อทุกการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคใหม่
นางสาวอัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน)ธุรกิจค้าเพชรและเครื่องประดับเพชรเบอร์หนึ่งของไทย กล่าวว่า ผู้บริโภคกลุ่มลักซ์ชัวรี่ในยุคปัจจุบันไม่ได้มองหาสินค้าราคาแพงเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความหมาย และการสะท้อนตัวตน ยูบิลลี่ ไดมอนด์ (Jubilee Diamond) จึงตอบโจทย์ด้วยงานออกแบบที่ประณีต การปรับแต่งเฉพาะบุคคล (customization) และประสบการณ์การเลือกซื้อที่เป็นหนึ่งเดียว สร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งระหว่างลูกค้าและแบรนด์ ในยุคที่การใช้จ่ายต้องมีเหตุผลมากขึ้น
โดยกลุ่มผู้มีฐานะ (High Net Worth) และกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูง (Affluent) ยังคงให้ความสำคัญกับ “คุณภาพเหนือราคา” โดยเฉพาะเมื่อสินค้านั้นสามารถตอบโจทย์ทางอารมณ์และสร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง ยูบิลลี่ ไดมอนด์จึงเน้นบริการระดับเวิลด์คลาส ความใส่ใจเฉพาะบุคคล และความน่าเชื่อถือในฐานะแบรนด์เพชรอันดับหนึ่งของไทยที่อยู่คู่สังคมไทยมากว่า 96 ปี