เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พ่อน้องเนเน่โพสต์ขอบคุณ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน
Biz Movement พ่อน้องเนเน่โพสต์ขอบคุณ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน
ชง 5 มาตรการคุมเข้ม ‘อุเทนถวาย-ปทุมวัน’ งดสอน 90 วัน-เร่งหาพื้นที่ใหม่
การศึกษา ชง 5 มาตรการคุมเข้ม ‘อุเทนถวาย-ปทุมวัน’ งดสอน 90 วัน-เร่งหาพื้นที่ใหม่
“ธนัชวิชญ์” กางสูตร 3 ระยะรับมือน้ำมันแพง กระทุ้งรัฐดัน Ecosystem แบตเตอรี่-ปั๊มชาร์จ EV Bus
Interview “ธนัชวิชญ์” กางสูตร 3 ระยะรับมือน้ำมันแพง กระทุ้งรัฐดัน Ecosystem แบตเตอรี่-ปั๊มชาร์จ EV Bus
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พระบรมราชินี ดำรงตำแหน่ง สภานายิกาสภากาชาดไทย
ข่าวในพระราชสำนัก โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พระบรมราชินี ดำรงตำแหน่ง สภานายิกาสภากาชาดไทย
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯทอดพระเนตรบัลเลต์ เรื่อง “โรมิโอ แอนด์ จูเลียต”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯทอดพระเนตรบัลเลต์ เรื่อง “โรมิโอ แอนด์ จูเลียต”
‘เดอลีฟ’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่สากล ลุยตลาดเวียดนาม-อาเซียน ดัน ‘อิงฟ้า’ ปีที่ 2 เจาะนวัตกรรมผิว
Biz Movement ‘เดอลีฟ’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่สากล ลุยตลาดเวียดนาม-อาเซียน ดัน ‘อิงฟ้า’ ปีที่ 2 เจาะนวัตกรรมผิว
นายกฯ ปฏิบัติภารกิจผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์ฮารัลด์ ที่ 5 แห่งนอร์เวย์
Politics นายกฯ ปฏิบัติภารกิจผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์ฮารัลด์ ที่ 5 แห่งนอร์เวย์
“ถูกโกงออนไลน์” พุ่งใน 7 เดือนแรก มพบ.จี้รัฐล้อมคอกแพลตฟอร์ม-แก้หนี้เปราะบาง
News “ถูกโกงออนไลน์” พุ่งใน 7 เดือนแรก มพบ.จี้รัฐล้อมคอกแพลตฟอร์ม-แก้หนี้เปราะบาง
เจาะกำลังซื้อ ‘ชาวจีนในไทย’ แชมป์รายได้สูงสุดใน APAC ‘อีเทอร์นิตี้เอ็กซ์’ ชี้ช่องแบรนด์ไทยลุยตลาดข้ามพรมแดน
Biz Movement เจาะกำลังซื้อ ‘ชาวจีนในไทย’ แชมป์รายได้สูงสุดใน APAC ‘อีเทอร์นิตี้เอ็กซ์’ ชี้ช่องแบรนด์ไทยลุยตลาดข้ามพรมแดน
‘Var Group’ ยักษ์ไอทีอิตาลีจับมือ CV Ventures ตั้ง Yarix APAC ดันไทยศูนย์กลางไซเบอร์ซีเคียวริตี้ภูมิภาค
Tech ‘Var Group’ ยักษ์ไอทีอิตาลีจับมือ CV Ventures ตั้ง Yarix APAC ดันไทยศูนย์กลางไซเบอร์ซีเคียวริตี้ภูมิภาค
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์อ่อนค่า ขานรับตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรอ่อนแอ

04 ส.ค. 2568 | 18:20น.
ดอลลาร์

ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า หลังกระทรวงแรงงานสหรัฐเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเพียง 73,000 ตำแหน่งในเดือน ก.ค. ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 106,000 ตำแหน่ง

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (04/08) ที่ระดับ 32.51/53 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (01/08) ที่ระดับ 32.86/88 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ดัชนีดอลลาร์สหรัฐร่วงลงกว่า 1.2% หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเพียง 73,000 ตำแหน่งในเดือน ก.ค. ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 106,000 ตำแหน่ง

นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐได้ปรับตัวเลขการจ้างงานในเดือน มิ.ย. เป็นเพิ่มขึ้นเพียง 14,000 ตำแหน่ง จากเดิมรายงานว่าเพิ่มขึ้นมากถึง 147,000 ตำแหน่ง และปรับตัวเลขการจ้างงานในเดือน พ.ค.เป็นเพิ่มขึ้นเพียง 19,000 ตำแหน่ง จากเดิมรายงานว่าเพิ่มขึ้นมากถึง 125,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 4.2% สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 4.1% ในเดือน มิ.ย.

ขณะเดียวกัน ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 3.9% ในเดือน ก.ค. เมื่อเทียบรายปี และเพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบรายเดือน ข้อมูลดังกล่าวทำให้นักลงทุนเลื่อนคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในปีนี้เป็นเดือน ก.ย. จากเดิมที่คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือน ต.ค.

นอกจากนี้ สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 48.0 ในเดือน ก.ค. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 49.5 จากระดับ 49.0 ในเดือน มิ.ย. โดยดัชนียังคงปรับตัวต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ภาวะหดตัวของภาคการผลิตสหรัฐ และถือเป็นการหดตัวเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน

โดยได้รับผลกระทบจากการดิ่งลงของการจ้างงานแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับนโยบายเรียกเก็บภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นอกจากนี้ นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ จากเดิมที่คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้ง

ในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความใน Truth Social เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (01/08) แสดงความไม่พอใจครั้งใหม่ต่อการที่นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ย ท่ามกลางการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานที่ซบเซา

อย่างไรก็ดี ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นขั้นสุดท้ายของผู้บริโภคสหรัฐดีดตัวสู่ระดับ 61.7 ในเดือน ก.ค. จากระดับ 60.7 ในเดือน มิ.ย. แต่ต่ำกว่าตัวเลขเบื้องต้นที่ระดับ 61.8 โดยดัชนีความเชื่อมั่นได้รับแรงหนุนจากการที่ผู้บริโภคคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ

Advertisement

ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้น 4.5% ในช่วง 1 ปีข้างหน้า ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ในเดือน มิ.ย.ที่ระดับ 5.0% นอกจากนี้ ผู้บริโภคคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้น 3.4% ในช่วง 5 ปีข้างหน้า ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ในเดือน มิ.ย.ที่ระดับ 4.0%

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ (04/08) นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ยืนยันว่าการเจรจาภาษีนำเข้าสินค้ากับสหรัฐ (Reciprocal Tariffs) นั้น ไทยไม่ได้มีการยื่นข้อเสนอเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคง หรือเรื่องสัมปทานแหล่งก๊าซธรรมชาติแต่อย่างใด ซึ่งการหารือแต่ละครั้ง ทีมไทยแลนด์ มุ่งเน้นการเจรจาเฉพาะประเด็นเศรษฐกิจและการค้าเป็นหลัก

โดยหลังจากนี้จะต้องมีการหารือเพื่อลงรายละเอียดในส่วนต่าง ๆ ตามข้อตกลงต่อไป แต่นับว่าเป็นข่าวดีที่ต่อจากนี้ไป การส่งออกสินค้าของไทยไปสหรัฐจะได้รับอัตราภาษี 19% ซึ่งเป็นระดับที่สามารถแข่งขันกับประเทศคู่แข่งได้ นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า ผลการเจรจาภาษีนำเข้าสินค้า (Reciprocal Tariffs) กับสหรัฐ ที่สามารถปรับลดจากเดิม 36% ลดเหลือ 19% ถือว่าอยู่ในระดับที่เป็นไปตามความคาดหมายของภาคเอกชน และขอขอบคุณคณะผู้แทนเจรจาของประเทศไทยที่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ในการเจรจา

โดยได้รับอัตราภาษีที่ใกล้เคียงกับประเทศคู่แข่งสำคัญในภูมิภาค ทำให้สินค้าไทยยังคงสามารถแข่งขันได้และความชัดเจนของอัตราภาษีส่งผลดีต่อการส่งออกของไทยในช่วงครึ่งปีหลัง โดยคาดว่าการส่งออกทั้งปี 2568 จะสามารถเติบโตได้อย่างน้อย 5-7% ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.45-32.52 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.44/46 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (04/08) ที่ระดับ 1.1580/82 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (01/08) ที่ระดับ 1.1406/08 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรแข็งค่าตามการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ

โดยประธานาธิบดีทรัมป์และคณะกรรมาธิการยุโรปประกาศข้อตกลงเบื้องต้นที่กำหนดอัตราภาษีศุลกากรพื้นฐานที่ 1 สำหรับสินค้าจากยุโรปส่วนใหญ่ แม้อัตรานี้จะสูงกว่าระดับปัจจุบัน ที่ 10% แต่ก็ต่ำกว่าภาษี 30% ที่ประธานาธิบดีทรัมป์เคยขู่ขอใช้ ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว สหภาพยุโรปยังตกลงจะซื้อพลังงานจากสหรัฐ มูลค่า 750,000 ล้านเหรียญสหรัฐในระยะเวลา 3 ปี และลงทุนในสหรัฐ เพิ่มอีก 600,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1614-1.1652 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1571/73 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (04/08) ที่ระดับ 147.62/64 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (18/7) ที่ระดับ 150.45/47 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนแข็งค่าตามการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ โดยผลสำรวจภาคเอกชนที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (01/08) ระบุว่า ภาคการผลิตของญี่ปุ่นกลับเข้าสู่ภาวะหดตัวอีกครั้งในเดือน ก.ค. หลังจากขยายตัวได้เพียงเล็กน้อยในเดือนก่อนหน้า

โดยมีสาเหตุหลักจากอุปสงค์ที่อ่อนแอซึ่งฉุดรั้งยอดการผลิตและคำสั่งซื้อใหม่ สำหรับดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของญี่ปุ่น S&P Global ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 48.9 ในเดือน ก.ค. จาก 50.1 ในเดือน มิ.ย.

นอกจากนี้ โยชิมาสะ ฮามาชิ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (01/08) ว่า ญี่ปุ่นจะยังคงเรียกร้องให้สหรัฐปฏิบัติตามข้อตกลงการค้าทวิภาคีอย่างครบถ้วน รวมถึงการปรับลดภาษีนำเข้ารถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ ทั้งนี้ สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ภาษีตอบโต้ 15% ที่สหรัฐกำหนดต่อญี่ปุ่นจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 7 ส.ค. แทนที่จะเป็นวันนี้ตามที่เคยคาดไว้ในตอนแรก

โดยคัตสึโนบุ คาโตะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของญี่ปุ่น เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (01/08) ว่า ทางการกำลังจับตาสถานการณ์ในตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศอย่างใกล้ชิด หลังจากเงินเยนอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐต่อไป ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 147.43-148.09 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 147.70/72 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือน มิ.ย.สหรัฐ (04/08), ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยรายงานการประชุม (05/08), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายญี่ปุ่นเดือน ก.ค. จาก Jibun Bank (05/08), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ยูโรโซนภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือน ก.ค.จาก HCOB (05/08), ยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือน มิ.ย. สหรัฐ (05/08),

ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือน ก.ค.จาก S&P Global สหรัฐ (05/08), ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) แถลงมติอัตราดอกเบี้ย (07/08), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์สหรัฐ (07/08), สต๊อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือน มิ.ย. สหรัฐ (07/08)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -8.5/-8.2 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -6/-4.8 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ