มุมมอง ‘รายได้-การลงทุน’ เรื่องใกล้ตัวคนไทย จากวงสนทนา Topp Table
ถอดมุมมอง “รายได้-การลงทุน” 2 เรื่องใหญ่ใกล้ตัวคนไทย จากบทสนทนา “Topp Table” ตอนล่าสุด ผ่านมุมมอง 5 คนดังด้านการเงิน-การลงทุน
“ยังมีโอกาสสร้างความมั่งคั่งได้อยู่ไหม ในยุคแบบนี้ ?” คอนเทนต์ล่าสุดจากรายการ Topp Table บนช่องยูทูบ ToppJirayut ของ ‘ท๊อป-จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา’ ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2568 มีการเชิญบุคคลที่เป็นอินฟลูเอนเซอร์สายการลงทุน และผู้ประกอบการ มาร่วมวงพูดคุยกัน ทั้งดิว-วีรวัฒน์ นักลงทุน VI, หมู-ณัฐวุฒิ CEO และผู้ก่อตั้ง Ookbee, พอล-ภัทรพล นักแสดงและเจ้าของรายการ Money Matters และซีเค เจิง CEO ของ Change SEA เจ้าของแพลตฟอร์มฟรีแลนซ์ Fastwork
และในรายการดังกล่าว มีการพูดถึงประเด็นที่ใกล้ตัวคนไทย ทั้งเรื่องรายได้ที่คนส่วนใหญ่ ประสบปัญหา “ใช้” มากกว่า “หา” และมุมมองการลงทุนในสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ไม่แพ้การต่อยอดเงินให้เติบโต
คนไทย “ใช้” มากกว่า “หา” ?
การใช้จ่ายของคนไทย เป็นหนึ่งในปัญหาที่ถูกพูดถึงในวงสนทนานี้ โดย พอล-ภัทรพล ตั้งข้อสังเกตว่า คนไทยไม่ได้มีปัญหาเรื่องหนี้ แต่มีปัญหาเรื่องรายได้ที่ไม่พอ หรือยังหารายได้ไม่เก่งพอ และเมื่อเวลาผ่านไป จะเริ่มจนลงเพราะปัญหาเงินเฟ้อ
ในวงสนทนายังมีการมองถึงอัตราเงินเฟ้อจากที่ภาครัฐประกาศว่าอยู่ที่ประมาณ 1-2% แต่ภาพความเป็นจริง อัตราเงินเฟ้ออาจเพิ่มขึ้นสูงกว่า 10% และเป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก โดยเฉพาะผู้มีรายได้ปานกลาง และผู้มีรายได้น้อย
ตัวอย่างหนึ่งที่ หมู-ณัฐวุฒิ ยกตัวอย่างให้เห็น คือ ราคาสินค้าแบรนด์เนมอย่างนาฬิกา ที่รุ่นใหม่ในแต่ละปีจะมีราคาเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 10% เพื่อไม่ให้รุ่นเก่าราคาตกและกระทบต่อการซื้อเพื่อการลงทุน หรือการขายที่ดินออกมาเป็นเงินก้อน แล้วใช้จ่ายอย่างเดียว ทำให้อำนาจในการใช้จ่ายลดลงจากเงินเฟ้อที่สูงขึ้นในทุก ๆ ปี และการที่ยังใช้ชีวิตในรูปแบบเดิม ๆ อาจทำให้กระทบต่อการใช้จ่ายในระยะยาวได้
พอล-ภัทรพล แนะนำ 2 วิธีในการจัดการกับเงินเฟ้อ คือ ทำธุรกิจเป็น ค้าขายได้ หรือ ลงทุนเป็น เพราะการทำงานแลกเงิน ยังมีเพดานรายได้จำกัดอยู่ และการใช้ 1 ใน 2 วิธีนี้ มองว่าจะช่วยให้สามารถสู้เงินเฟ้อได้
“ความรู้-เวลา” การลงทุนที่ไม่ควรมองข้าม
นอกจากการลงทุนในหุ้น-ตราสารหนี้ หรือการลงทุนอื่น ๆ ที่ทำให้เงินที่มีอยู่งอกเงยนั้น “เวลา” และ “ความรู้” เป็นอีกหนึ่งในรูปแบบการลงทุนที่ถูกพูดถึงในบทสนทนานี้ โดย ดิว-วรวุฒิ ยกตัวอย่างกรณีที่เคยมีคนถามว่า “หุ้นปันผล” คืออะไร ?
สอดคล้องกับมุมมองของ พอล-ภัทรพล ที่หลาย ๆ คนเลือกจะประหยัดในสิ่งต่าง ๆ แต่ไม่ลงทุนในความรู้ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อหนังสือ หรือการลงคอร์สเรียนต่าง ๆ และมองว่า ความรู้ คือ Future Value ของคนเรา และเมื่อมีความรู้มากขึ้น จะทำให้มีโอกาสต่อยอดให้ไปได้ไกลกว่าเดิมได้
ขณะที่ “เวลา” ถูกพูดถึงในบทสนทนานี้ด้วยเช่นกัน โดย หมู-ณัฐวุฒิ แชร์มุมมองว่า คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยลงทุนในการประหยัดเวลา แต่ยอมจ่ายกับกาแฟราคาแพง โดยมองว่า “เวลา” คือสกุลเงินที่มีจำกัดและลดลงในทุก ๆ วัน และเงินสามารถซื้อเวลาได้ เช่น การจ้างแม่บ้านทำความสะอาด หรือการมีเวลานอนหลับที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
ส่วน ซีเค เจิง แชร์อีกมิติหนึ่งที่ใกล้เคียงกัน คือ การเลือกประหยัด “ค่าเช่าห้อง-ที่อยู่อาศัย” โดยเฉพาะการเลือกที่อยู่อาศัยที่ไกลจากออฟฟิศ ซึ่งทำให้ต้องตื่นเช้ามากขึ้น และต้องเผื่อเวลาในการเดินทางและการจราจร
ซีเค มองว่า การเช่าที่พักใกล้ที่ทำงาน ทำให้มีเวลามากขึ้นทั้งการนอนหลับพักผ่อน ทำงานได้มากขึ้น สบายขึ้น กลับได้เร็วขึ้น และเป็นผลดีต่อสุขภาพทั้งกายและใจ
ชมคลิปเต็ม : ยังมีโอกาสสร้างความมั่งคั่งได้อยู่ไหม ในยุคแบบนี้ ?